วันนี้ (24 ตุลาคม) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงถึงกรณีที่ภาพยนตร์ของกัมพูชา ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ได้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเผยแพร่ภาพโปสเตอร์ที่มีลักษณะพาดพิงถึงทหารไทย โดยระบุว่า ภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นเพียงงานเชิงสร้างสรรค์ที่สร้างจากความทรงจำของบุคคล ไม่ใช่บันทึกทางประวัติศาสตร์ (Based on a true story)
พล.ต.วินธัย ระบุว่า ภาพการปฏิบัติการทางทหารที่ปรากฏในภาพยนตร์ เป็นการเสริมแต่งเพื่อสร้างอรรถรสในการรับชมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น กองทัพบกจะติดตามรายละเอียดและเจตนาที่แท้จริงของผู้สร้างอย่างใกล้ชิด ว่าเป็นไปเพื่อความบันเทิง หรือมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย
การศึกษาและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ระหว่างสองประเทศ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง หลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ และงานวิชาการที่รอบด้าน ซึ่งทิศทางนี้สอดคล้องกับท่าทีของรัฐบาลและศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม (JIC) ที่ได้แสดงความห่วงใยต่อการเผยแพร่สื่อที่นำเสนอประวัติศาสตร์ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
โฆษกกองทัพบก เน้นย้ำว่า งานสร้างสรรค์ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนประวัติศาสตร์หรือปลุกปั่นความเกลียดชัง โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ไทยและกัมพูชาอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกการเจรจา การสื่อสารระหว่างกันจึงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนต่อสังคม แม้ฝ่ายกัมพูชาจะมีความพยายามนำเสนอข่าวผ่านหลายช่องทาง แต่หลายประเด็นก็ไม่สามารถเชื่อมโยงกับข้อเท็จจริงได้
หากภาพยนตร์ดังกล่าวถูกมองในมุมลบ ย่อมส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กองทัพบกจึงขอความร่วมมือประชาชนให้รับชมและเผยแพร่ข้อมูลด้วยวิจารณญาณ แยกแยะงานเชิงละครออกจากข้อเท็จจริง และติดตามข่าวสารจากช่องทางที่เชื่อถือได้ โดยกองทัพบกพร้อมพิจารณาหารือผ่านกลไกของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมหรือช่องทางการทูตตามความเหมาะสมต่อไป