มีไม่พอ ! นักจิตวิทยา-นักสังคมสงเคราะห์ ทั้งประเทศ "แค่พันกว่าคน"

Published on 23 ก.ค. 2026

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการจ่ายค่าตอบแทนและค่าพาหนะเดินทาง แก่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ ที่เข้าร่วมในการร้องทุกข์ การสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้องและการพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 12 ทวิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2569 จากวันละ 500 บาท เป็น 500 บาท ไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน หรือ 1,000 บาทต่อวัน หลังจากไม่ได้มีการปรับขึ้นตั้งแต่ปี 2542 หรือ นานถึง 26 ปี สวนทางกับสถานการณ์คดีเด็กและเยาวชนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ขณะที่รายงานสถิติคดี ประจำปี 2568 กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ระบุข้อมูลเด็กและเยาวชน ที่ถูกดำเนินคดีโดยสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 12,733 คดี พบเป็นคดีที่ผู้กระทำความผิดเป็นเพศชาย จำนวน 11,362 คดี คิดเป็นร้อยละ 89.23 และเพศหญิง จำนวน 1,371 คดี คิดเป็นร้อยละ 10.77 ของจำนวนเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมด

คดีเด็กและเยาวชนที่ท่วมล้น มีความจำเป็นต้องใช้นักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ ในการร่วมสอบปากคำผู้ที่ตกเป็น “เหยื่อ” ทั้งเด็กและผู้หญิงที่ถูกล่วงละเมิด รวมทั้งพยานผู้เห็นเหตุการณ์ คือ “หัวใจหลัก” เพื่อไขปริศนาและสืบค้นความจริงออกมาให้ได้มากที่สุด ตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม จาก “ต้นทาง-ปลายทาง”

จึงมีคำถามถึงความจำเป็นต้องเพิ่มค่าตอบแทนและค่าพาหนะเดินทาง ให้กับนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ ที่เข้าร่วมในการร้องทุกข์ การสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้องและการพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หากเปรียบเทียบสัดส่วนคดีกับ จำนวนนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ที่มีอยู่ ตอบโจทย์การขับเคลื่อนต้นธารปัญหาหรือไม่ “ ยอดฉัตร ตสาริกา” ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม มีคำอธิบาย

มีไม่พอ ! นักจิตวิทยา-นักสังคมสงเคราะห์ ทั้งประเทศ "แค่พันกว่าคน"

มีไม่พอ ! นักจิตวิทยา-นักสังคมสงเคราะห์ ทั้งประเทศ "แค่พันกว่าคน"

“ต้องบอกก่อนว่า นักจิตวิทยามีหลายประเภท เช่น นักจิตวิทยาคลินิก และนักจิตวิทยาทั่วไป แพทย์สภา จะมีนักจิตวิทยาคลินิก ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะด้าน ต้องผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง ด้านทางการแพทย์ หรือ นักจิตวิทยาทั่ว ๆ ไปที่ให้คำปรึกษาทั่วไปก็มีอยู่ ....แต่สำหรับนักจิตวิทยาและนักสังคมฯ ตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญา แตกต่างตรงที่เป็นผู้ที่ต้องเขาร่วมสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน ซึ่งที่ผ่านมากว่า 20 ปี ไม่ได้มีการปรับอัตราค่าตอบแทนให้เลย ทั้ง ๆ ที่เขามีส่วนสำคัญ ในช่วยอำนวยความความยุติธรรมให้กับกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ มากขึ้น”

โดยเฉพาะเด็กที่เป็นเหยื่อ หรือเป็นพยาน ทั้งเป็นผู้ถูกกระทำเอง หรือผู้ไปพบเห็นการกระทำผิดคดีอาญา เวลาจะเข้าต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ตั้งแต่ขั้นตอนแรก ต้องไปพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำ เล่าเหตุการณ์ หรือในกรณีที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ ก็ต้องให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน มักจะถูกซักถามจากพนักงานสอบสวน และมีการตั้งคำ ถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายๆ ครั้ง

ยอดฉัตร กล่าวต่อว่า ในกรณีที่เป็นความผิดที่ส่งผลกระทบกระเทือนกับจิตใจเด็ก แต่เด็กยังอยู่ในช่วงวัยที่วุฒิภาวะ ที่อาจจะยังไม่ได้พัฒนาเหมือนผู้ใหญ่ และไม่จะสามารถรับแรงกระแทกในด้านจิตใจเท่ากับผู้ใหญ่ ขณะที่ตำรวจในฐานะพนักงานสอบสวน ไม่ได้ถูกฝึกฝน เพื่อที่จะให้ทำการสอบสวนการพูดคุยหรือมีวิธีการสื่อสารกับเด็กโดยตรง สิ่งที่เกิดขึ้น ในบางครั้งและบางกรณี เด็กอาจถูกพนักงานสอบสวนที่ไม่มีความชำนาญซักถาม อาจทำให้ได้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน

มีไม่พอ ! นักจิตวิทยา-นักสังคมสงเคราะห์ ทั้งประเทศ "แค่พันกว่าคน"

มีไม่พอ ! นักจิตวิทยา-นักสังคมสงเคราะห์ ทั้งประเทศ "แค่พันกว่าคน"

“และเด็กอาจรู้สึกว่าถูกทำร้ายซ้ำในกระบวนการยุติธรรม ส่วนนี้เฉพาะแค่พนักงานสอบสวนเท่านั้น และยังมีอีกหลายขั้นตอน พนักงานสอบสวนอาจจะเรียกสอบมากกว่า 1 ครั้ง เมื่อคดีถูกส่งไปอัยการอาจะเรียกสอบเพิ่มเติมถามซ้ำอีก คดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาล มีการฟ้องคดี ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง หากมีการตรวจคำฟ้อง ก็อาจจะนัดพยานเด็กมาถามอีก และเมื่อถึงเวลาชั้นการพิจารณาคดีจริง ๆ ศาลก็ถามอีก เด็กจะถูกทนายความของอีกฝั่ง มาจี้ ถามซ้ำ ถามกระแทก หากไม่มีตรงไหนมารองรับตรงนี้ ก็อาจจะไม่มีช่องทางในการสื่อสารและการถ่ายทอดความยุติธรรมให้กับเด็ก ในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ดังนั้น การใช้บริการจากนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ จึงมีความสำคัญในทุกขั้นตอนของการสื่อสาร หรือการสอบทานคดี ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ พนักงานสอบสวน ศาล หรือแม้กระทั่งในการใช้พิจารณา โดยขอให้ถามผ่านบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญในด้านนี้ เนื่องจากเป็นวิชาชีพที่มีองค์กรวิชาชีพและกฎหมายควบคุม ต้องได้รับใบอนุญาต (License) โดยผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าว สามารถขอขึ้นทะเบียนตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญาได้ที่กระทรวงยุติธรรม

“ผู้ที่ได้ใบอนุญาตต้องผ่านองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งการฝึกอบรม จิตวิทยาการสื่อสารกับเด็ก นอกจากนี้ ระเบียบยังเปิดช่องให้ ผู้ที่ไม่ได้เรียนจบทางด้านนี้เข้ามา โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ตามที่กระทรวงยุติธรรมประกาศกำหนด และมีประสบการณ์ตามระยะเวลาที่กำหนด 1-2 ปี หากผ่านการฝึกอบรมพื้นฐาน มีประสบการณ์มาแสดงให้เห็น กระทรวงฯจะขึ้นทะเบียนให้ โดยตรวจสอบแล้วพบว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน ก็จะได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นบุคคลที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติตรงนี้”

มีไม่พอ ! นักจิตวิทยา-นักสังคมสงเคราะห์ ทั้งประเทศ "แค่พันกว่าคน"

มีไม่พอ ! นักจิตวิทยา-นักสังคมสงเคราะห์ ทั้งประเทศ "แค่พันกว่าคน"

นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายอาญา จึงหมายถึงผู้ที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงยุติธรรม ปัจจุบันมีจำนวน 1,030 คน กระจายอยู่ทั่วประเทศ หากเปรียบเทียบกับจำนวนคดีอาญาที่เกิดขึ้นกับเด็ก หรือเยาวชน ถือว่ายังไม่พอ

“นักจิตวิทยา นักสังคมฯ จำนวน 1,000 กว่าคน มี 100 กว่าคนอยู่ในกทม. ส่วนพื้นที่ห่างไกลเช่น จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ขึ้นทะเบียน เพียง 3 คน หรือชลบุรี ตราด มีจังหวัดละ 1 คน ขณะที่จังหวัดในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ สงขลา โคราช นนทบุรี จะมีมากกว่า ..เราพยายามใช้ประโยชน์ให้ได้เต็มทั้งจำนวน 1,000 คนที่มีอยู่ ...การทำงานในภาพรวมทั้งประเทศ ทุกครั้งที่เห็นต่ำกว่า อายุ 18 ปีเดินเข้าสถานีตำรวจ ตามระบบต้องคิกออฟ คือ ตำรวจจะต้องเชิญนักจิตวิทยาเข้ามาทันที”

แม้ค่าตอบแทนจะแตกต่าง แต่อาชีพนักจิตวิทยาในกระบวนการยุติธรรม ยังมีความสำคัญ มีข้อมูลระบุว่า ในการพิจารณาค่าตอบแทนของภาครัฐ ปกติจะมีการกำหนดค่าตอบแทนให้เช่นกัน เช่น นักจิตวิทยาศาล ที่ทำรายงานให้ศาล ตามที่ศาลสั่งได้ ได้รับค่าตบแทนตั้งแต่เคสละ 500-5,000 บาท หรือที่ปรึกษากฎหมายที่อยู่ประจำศาลเด็กและเยาวชน จะมีค่าอยู่เวรวันละ 1,000 บาท

มีไม่พอ ! นักจิตวิทยา-นักสังคมสงเคราะห์ ทั้งประเทศ "แค่พันกว่าคน"

มีไม่พอ ! นักจิตวิทยา-นักสังคมสงเคราะห์ ทั้งประเทศ "แค่พันกว่าคน"

หรือกรณีต้องใช้ล่ามคิดเป็นรายชั่วโมง ทั้งล่ามในชั้นศาลและคุมประพฤติ อัตราอยู่ที่ชั่วโมงละ 800-1,000 บาท ในวันหนึ่งจะได้รับค่าตอบแทนอยู่ที่ 800-3000 บาท ส่วนนักจิตวิทยาคลินิกที่อยู่ประจำหน่วยงานสาธารณสุขที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำ จะได้ค่าอยู่เวรเพิ่มขึ้นวันละ 650 บาท เพิ่มเติมจากงานประจำ

อย่างไรก็ตาม หากสามารถยกระดับ นักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งกำกับดูแลหลัก สูตรให้ชัดเจน เพิ่มเติมองค์ความรู้และการฝึกอบรมในภาคปฏิบัติเพิ่มขึ้นเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม ทั้งขั้นตอนการขอหนังสือรับรอง และคุณสมบัติของหน่วยงานที่ออกหนังสือรับรอง เช่น เป็นหน่วยงานรัฐ มูลนิธิ สมาคมที่มีวัตถุประสงค์ให้ดูแลคุ้มครองเด็กโดยตรง ในอนาคตอาจทำให้มีการเพิ่มขอปรับเพิ่มค่าตอบแทนได้อีก

อ่านข่าว

พิษสงคราม–ปิดช่องแคบ ทะเลแดงตึงเครียด รัฐอุ้มไม่ไหวปล่อย “ราคาน้ำมัน” ในประเทศพุ่ง

ส่องโปรไฟล์ "พล.ต.อ.สำราญ นวลมา" ผบ.ตร. อายุราชการยาวนานที่สุด