ปรับทัพจัดทิศสีกากี

Published on 24 ก.ค. 2026

เมื่อเลือกขยับปรับทิศ วางการพัฒนาระยะยาว ใช้คนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อน "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" แบบขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่แล้ว พอเหลาลงไปก็ขอให้เป็นไม้ไผ่ดังเดิม

ไม่ใช่ "ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา"!!! 

โดยเฉพาะการแต่งตั้ง "นายพล" ระดับ "ผู้บัญชาการ" หรือ "ผบช." ยศ พล.ต.ท. ซึ่งเป็นผู้นำหน่วยระดับปฏิบัติ ที่จะอยู่ในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ลงมาถึง ผู้บังคับการทั่วประเทศ วาระประจำปี 2569 ที่จะมีขึ้นช่วงเดือนสิงหาคมนี้

การเลือก "นายพล" มาดำรงตำแหน่ง ก็ต้องเหมาะสม สอดคล้องกับการเลือก "ผบ.ตร." คนรุ่นใหม่

ซึ่งตามกฎ ตามระเบียบ ข้อกฎหมาย ยังเป็นอำนาจของ "ผบ.ตร." คนปัจจุบัน คือ บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ กับว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ อย่าง พล.ต.อ.สำราญ ซึ่งตามจริงยังไม่มีอำนาจ เพียงแต่ธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา ผบ.เก่าก็จะให้เกียรติ ผบ.ใหม่ ร่วมกันทำบัญชี

นั่นก็เป็นเพียงถ้อยคำสวยหรู แต่ในความเป็นจริงในหลายยุค หลายสมัย คนเก่าก็มักกินรวบ มักทิ้งทวน แต่แบบนั้นน่าจะไม่เกิดในยุค "ผบ.ต่าย" ที่ถือเป็นสุภาพบุรุษสีกากีคนหนึ่ง

ยิ่งปีนี้เก้าอี้ ผบช. ว่างถึง 18-19 ตำแหน่ง

ทั้งว่างจากกลุ่มที่ขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตามบัญชีลำดับอาวุโส อาทิ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย "ผบช.ภ.4", พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ "ผบช.ภ.7", พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง "ผบช.ปส." และ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร "ผบช.สอท."

ว่างจากกลุ่มที่เกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. 2569 อาทิ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ "ผบช.สตม.",  พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน "ผบช.ภ.1", พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ "ผบช.ภ.2", พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ "ผบช.ภ.6", พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย "ผบช.ภ.8",   พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ "ผบช.ทท." เป็นต้น

ล้วนเป็นตำแหน่งระดับ "ปฏิบัติการ" ในการขับเคลื่อนทิศทางกรมปทุมวัน

การเลือก "นายพล" มาลงเก้าอี้ต่างๆ ก็ต้องเดินตามรอยการคัดเลือก "ผบ.ตร." ที่น่าจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่ มีอายุราชการเพียงพอที่จะขับเคลื่อน ปรับเปลี่ยนองค์กรตำรวจให้ดีขึ้นสู่สายตาประชาชน

ประเภทส่งเพื่อน ส่งลูกน้อง ส่งคนใกล้ชิด แบบที่ไม่ได้มีฝีมือ ไม่ได้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ไปทิ้งทวนก่อนเกษียณอายุราชการ หรือเอื้อประโยชน์ให้นาย

ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

แถมยังไปขัดขวางการพัฒนาองค์กร ขัดนโยบาย นายกฯ อนุทิน ที่ต้องการให้ "กรมปทุมวัน" ยุคใหม่ดีขึ้น ไม่ต้องให้ใครออกมาเรียกร้อง "ปฏิรูปตำรวจ" เหมือนทุกวันนี้.