ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างงานสร้างเงิน สร้างรายได้ให้กับเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกลำไยในภาคเหนือ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้เกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยในฤดูอยู่ เป็นช่วงที่ลำไยติดผลและเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ให้ผลผลิตปริมาณมากที่สุดในรอบปี

เปิดตลาดพรีออเดอร์ลำไยลำพูน
จังหวัดลำพูน เป็นแหล่งปลูกลำไยสำคัญของภาคเหนือ ซึ่งปี 2569 มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกลำไย จำนวน 53,386 ราย ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP 16,110 ราย ด้านพื้นที่ปลูก เนื้อที่ยืนต้น 361,227 ไร่ ให้ผลผลิต 356, 687 ไร่ แบ่งเป็นลำไยในฤดู 258,404 ไร่ และลำไยนอกฤดู 98,283 ไร่ มีการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยจังหวัดลำพูน จำนวน 60 แปลง มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 3,131 ราย พื้นที่ 19,088.75 ไร่
สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูนสำรวจผลผลิตลำไยของจังหวัดลำพูน ในปี 2569 คาดว่ามีปริมาณลำไยทั้งสิ้น 227,871 ตันสด แปรรูปอยู่ที่ 18,019 ตันสด คิดเป็นร้อยละ 79 แยกเป็นน้ำสกัดลำไยเข้มข้น ลำไยกระป๋อง ลำไยคว้านเมล็ด และแปรรูปอบแห้ง ส่วนการบริโภคสดอยู่ที่ 47,852 ตันสด คิดเป็นร้อยละ 21 แยกเป็นตลาดในประเทศปริมาณ ร้อยละ 6 และตลาดส่งออกร้อยละ 15

สำหรับลำไยสด ในปี 2569 สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูนมุ่งทำตลาดล่วงหน้า ( Pre – Order) ผ่านช่องทางแพลตฟอร์ม All Online เปิดรับจองสินค้า รวบรวมออร์เดอร์ แจ้งไปยังวิสาหกิจแปลงใหญ่ลำไยตำบลป่าซาง จังหวัดลำพูน จัดเตรียมสินค้าและจัดส่งลำไยคุณภาพจากสวนถึงผู้ซื้อโดยตรง
รอบแรกได้ดำเนินการจองสินค้าไปแล้วตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน – 7 กรกฎาคม 2569 และมีการจัดส่งลำไยไปยังผู้บริโภคแล้วในช่วงระหว่างวันที่ 15 – 20 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สรุปยอดขายลำไยจากจังหวัดลำพูน โดยวิสาหกิจแปลงใหญ่ลำไยตำบลป่าซาง จังหวัดลำพูน ผ่านเปิดพรีออเดอร์จากแพลตฟอร์ม All Online กลุ่มสินค้า ALL Fresh ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 9,500 กิโลกรัม ประกอบด้วย สินค้าแบบตะกร้า 3 กิโลกรัม จำนวน 1,800 ตะกร้า คิดเป็น 5,400 กิโลกรัม สินค้าแบบตะกร้า 5 กิโลกรัม จำนวน 820 ตะกร้า คิดเป็น 4,100 กิโลกรัม

ส่วนการสั่งจองผลผลิตลำไยในรอบที่ 2 จะเปิดจองระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 โดยมีลำไย สายพันธุ์อีดอ บรรจุตะกร้า 3 กิโลกรัม ประมาณ 3,000 ตะกร้า และลำไยสายพันธุ์เบี้ยวเขียว บรรจุตะกร้า 5 กิโลกรัม ประมาณ 400 ตะกร้า ผู้สนใจสามารถอุดหนุนเกษตรกรวิสาหกิจแปลงใหญ่ลำไยตำบลป่าซาง จังหวัดลำพูน ได้ผ่านช่องทางแพลตฟอร์ม All Online ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางตลาดที่เกษตรกรสามารถบริหารจัดการและกระจายผลผลิตของตนเอง ถึงผู้บริโภคโดยตรง
จับกระแสตลาด
คุณนิโรจน์ แสนไชย วัย 76 ปี เจ้าของสวนแสนไชย และเป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน กล่าวว่า วิกฤตลำไยล้นตลาด ราคาตกต่ำ และความต้องการส่งออกที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกษตรกรขาดทุนหนักจนต้องเลิกปลูกและโค่นต้นทิ้ง ทำให้มีผลผลิตเข้าตลาดน้อยลง ส่งผลให้สถานการณ์ราคาลำไยในปีนี้ คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น

รับมือซูเปอร์เอลนีโญ
คุณนิโรจน์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนห่วงใยในปีนี้ คือการเตรียมรับมือ”ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงจากฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนจัด รวมทั้งเสี่ยงวิกฤติขาดแคลนน้ำ กระแสข่าวในต่างประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา รวมทั้งฝรั่งเศลต่างเผชิญกับผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญอย่างรุนแรง ส่วนประเทศไทยไม่รู้ว่าจะได้ผลกระทบมากน้อยแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม วิกฤตโลกรวน ได้ส่งสัญญาณเตือนมาตลอด สังเกตได้จากจังหวัดลำพูนเองเผชิญปัญหาฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนมากขึ้นทุกปี เดิมทางสวน จะมีผลผลิตลำไยเกรด AA ร้อยละ 80 ทุกวันนี้ได้ลำไยเกรด AA เพียงแค่ ร้อยละ 20 เท่านั้นเพราะฝนตกน้อยลงทุกปี ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิตลำไยโดยตรง

ในปีนี้ หลายฝ่ายเตือนว่า อุณหภูมิความร้อนอาจแตะ 45 องศาเซลเซียส ในภาวะดังกล่าวคนยังทนแทบไม่ได้ ผมก็ห่วงว่า ต้นลำไยจะรับมือกับอุณหภูมิความร้อนสูงได้มากน้อยแค่ไหน โชคดีที่สวนแสนไชยได้เปรียบในเรื่องทำเลที่ตั้ง เป็นที่ราบลุ่มริมน้ำปิง ได้น้ำมาจาก 2 ส่วนคือ แม่น้ำปิงมีฝายกั้นน้ำ และบ่อบาดาลน้ำตื้น
อย่างไรก็ตาม ทางสวนได้เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตโลกร้อน โดยลงทุนติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 2 เครื่อง พร้อมเปลี่ยนหัวสปริงเกอร์ เป็นหัวมินิสปริงเกอร์แบบกระจายน้ำ 360 องศา หรือหัวพ่นหมอก เพื่อให้ละอองน้ำกระจายตัวฝอยละเอียดปกคลุมทั่วทรงพุ่ม
รวมทั้งปักเสามินิสปริงเกอร์ให้สูงกว่ายอดทรงพุ่มไม้ประมาณ 2 เมตร เพื่อให้น้ำตกลงมาคล้ายฝนเทียม เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ลดอุณหภูมิความร้อน และป้องกันอาการไหม้แดดของใบและผลไม้ได้ดีขี้น เปิดใช้งานในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัดเพื่อลดอุณหภูมิ อย่างไรก็ตามทางสวนจะปรับแผนการดูแลให้น้ำเป็นระยะ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในแต่ละวัน

รู้จัก “ สวนแสนไชย ”
คุณนิโรจน์ เริ่มต้นชีวิตเกษตรกรในปี 2525 หลังจากไปศึกษาดูงานที่ประเทศอิสราเอล ในเรื่องการเกษตรและไม้ผล โดยนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับมะม่วงในสวน ทั้งการตัดแต่งกิ่ง การให้น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตมะม่วง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากในสมัยนั้นเทคโนโลยีเกี่ยวกับมะม่วงยังมีน้อย และตลาดรับซื้อมีจำกัด คุณนิโรจน์ จึงตัดสินใจโค่นต้นมะม่วงทั้งหมดแล้วปลูกลำไยแทน บนเนื้อที่ 86 ไร่ โดยเลือกปลูกลำไยพันธุ์อีดอ ซึ่งเป็นลำไยพันธุ์เบา ทนทานต่อโรคและแมลงได้ดี ออกดอกและเก็บเกี่ยวผลได้เร็วกว่าพันธุ์อื่นๆ
คุณนิโรจน์ ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน ประจำปี พ.ศ. 2563 เนื่องจากมีผลงานโดดเด่น เปลี่ยนโลกการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรกรรมสมัยใหม่

1. เป็นคนแรกที่ใช้สารโปรแทสเซียมคลอเรต (KClO3) มาใช้ปลูกลำไยนอกฤดู ซึ่งสามารถขายได้ราคาดีกว่าในฤดู
2. คิดค้นนวัตกรรมลำไยต้นเตี้ยระยะชิดขนาด 6 X 6 เมตร เนื่องจากต้นลำไยอายุ 20 ปี ถือว่าแก่และมีขนาดลำต้นใหญ่มาก ยากต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งแบบตัดหนักเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนผลิตแล้ว ยังช่วยให้ได้ผลผลิตคุณภาพเกรด AAมากกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งสวน
3. พัฒนาเครื่องตัดหญ้าข้ออ่อน การตัดแต่งกิ่งของสวนแสนไชย ประยุกต์วิธีตัดแต่งต้นลำไยด้วยเครื่องตัดหญ้าสะพายแบบข้ออ่อนโดยเปลี่ยน จากใบมีดเป็นใบเลื่อยวงเดือน ช่วยให้การตัดแต่งรวดเร็วขึ้น แค่ 5 นาทีต่อต้น ประหยัดต้นทุนและแรงงาน

4. คิดค้นนวัตกรรมลำไยเสียบยอด หลังไปศึกษาดูงานประเทศออสเตรเลีย ซึ่งสวนผลไม้นิยมใช้การเสียบยอดเป็นหลัก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่คุณภาพและต้นตอเป็นรากแก้ว ลดปัญหาการโค่นล้มเมื่อเกิดลมแรง คุณนิโรจน์นำไอเดียดังกล่าวมาประยุกต์ใช้โดยใช้ต้นตอจากการเพาะเมล็ดลำไยอายุ 1 ปี เสียบด้วยกิ่งพันธุ์ลำไยอีดอ หลังจากเสียบยอดแล้วประมาณ 1 ปีจึงนำมาปลูกลงแปลงและจำหน่ายต้นพันธุ์ให้แก่ผู้สนใจ
5. เทคโนโลยีการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เดิมสวนแสนไชย ให้น้ำโดยการสูบน้ำจากแม่น้ำปิดขึ้นมาแล้วเปิดตามท่อ ซึ่งเปลืองน้ำ ทั้งเสียเวลาและใช้แรงงานมาก คุณนิโรจน์จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีการให้น้ำแบบสปริงเกอร์และมินิสปริงเกอร์ พร้อมติดตั้งเครื่องTimer กำหนดเวลาปิดเปิดน้ำอัตโนมัติ ช่วยประหยัดน้ำมากขึ้น ลดเวลาและการใช้แรงงานได้อย่างดี

ปลูกทุเรียน เพิ่มรายได้ กระจายความเสี่ยง
ลำไยมีอายุ20กว่าปี ต้นเริ่มโทรม ตอนแรกคุณนิโรจน์ วางแผนว่าจะล้มแล้วปลูกลำไยเหมือนเดิม แต่พอดีลองเอาทุเรียนมาปลูกแล้วออกดอกติดผล ปี2567 จึงตัดสินใจครั้งสำคัญล้มลำไย 20 ไร่เพื่อปลูกต้นทุเรียน ก้าวสู่ยุคสวนเกษตรผสมผสาน ลำไยก็ยังรัก แต่ทุเรียนคือความหวัง โดยปลูกลำไยเกือบ800ต้น ร่วมกับปลูกทุเรียน พืชเศรษฐกิจตัวใหม่


Tags
Related Posts
ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างงานสร้างเงิน สร้างรายได้ให้กับเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกลำไยในภาคเหนือ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้เกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยในฤดูอยู่ เป็นช่วงที่ลำไยติดผลและเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ให้ผลผลิตปริมาณมากที่สุดในรอบปี เปิดตลาดพรีออเดอร์ลำไยลำพูน จังหวัดลำพูน เป็นแหล่งปลูกลำไยสำคัญของภาคเหนือ ซึ่งปี 2569 มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกลำไย จำนวน 53,386 ราย ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP 16,110 ราย ด้านพื้นที่ปลูก เนื้อที่ยืนต้น 361,227 ไร่ ให้ผลผลิต 356, 687 ไร่ แบ่งเป็นลำไยในฤดู 258,404 ไร่ และลำไยนอกฤดู 98,283 ไร่ มีการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยจังหวัดลำพูน จำนวน 60 แปลง มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 3,131 ราย พื้นที่ 19,088.75 ไร่ สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูนสำรวจผลผลิตลำไยของจังหวัดลำพูน ในปี 2569 คาดว่ามีปริมาณลำไยทั้งสิ้น 227,871 ตันสด แปรรูปอยู่ที่ 18,019 ตันสด คิดเป็นร้อยละ 79 แยกเป็นน้ำสกัดลำไยเข้มข้น ลำไยกระป๋อง ลำไยคว้านเมล็ด และแปรรูปอบแห้ง ส่วนการบริโภคสดอยู่ที่ 47,852 ตันสด คิดเป็นร้อยละ 21 แยกเป็นตลาดในประเทศปริมาณ ร้อยละ 6 และตลาดส่งออกร้อยละ 15 สำหรับลำไยสด ในป
25 กรกฎาคม 2569
เกษตรกรที่มีอาชีพทำนาในหลายตำบลของอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ มักประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในฤดูน้ำหลาก สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เข้าพื้นที่ศึกษาวิจัยพบว่า มีพืชหลายชนิดที่เกษตรกรสามารถเพาะปลูกเพื่อสร้างรายได้ในช่วงฤดูน้ำหลาก หนึ่งในนั้นคือ อาชีพการปลูกบัวตัดฝัก ที่ปลูกดูแลได้ง่าย ที่สำคัญสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ คุณนรินทร์ ศรีวรษา เป็นเกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนาตามรอยบรรพบุรุษ โดยมีที่ดินทำกินตั้งอยู่บริเวณหมู่ 4 บ้านนาดงน้อย ตำบลนาดวง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมาโดยตลอด ในช่วงฤดูน้ำหลากเข้าท่วมผืนนา จะไม่สามารถปลูกข้าวได้ตามปกติ จากพื้นที่เดิมทั้งหมดกว่า 70 ไร่ เมื่อถูกจัดสรรให้กับพี่น้องแล้ว คุณนรินทร์ เหลือพื้นที่ทำนาราว 7 ไร่ คุณนรินทร์ยึดอาชีพทำนาสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัว มาตั้งแต่ปี 2530 คุณนรินทร์ บอกว่า ที่ผ่านมา ที่นาถูกน้ำท่วมทุกปี ในการทำนาทุก 3-4 ปี จะได้กำไรจากการปลูกข้าวเพียงครั้งเดียว สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬได้ศึกษาข้อมูล พบว่า พืชที่เหมาะสมสำหรับปลูกในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากได้แก่ พืชประเภทบัว ข่าธรรมชาติ หญ
25 กรกฎาคม 2569
ถ้าพูดถึงผลไม้ที่มีเปลือกเป็นหนาม กลิ่นรุนแรง หลายคนคงนึกถึงทุเรียนและขนุน แต่ยังมีผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีเปลือกหนามและหากินได้ยาก ส่วนใหญ่จะมีขายให้พื้นที่ภาคใต้ เพราะเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันมากในภาคใต้ เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ประจำภาคใต้อีกชนิดหนึ่ง นั่นคือ จำปาดะ เป็นพืชที่ชอบความชื้นและฝนชุก ซึ่งภาคใต้ก็มีภูมิอากาศที่เหมาะสมกับพืชชนิดนี้เป็นอย่างดี จำปาดะเป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกับขนุน ถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนีเซีย จำปาดะจะมีรูปร่างคล้ายขนุน ผิวมีสีเข้ม ผลยาว เมื่อสุกเมล็ดจะเป็นเหมือนขนุน แต่สีเข้มกว่า เนื้อนิ่มและเหนียวกว่า ไม่กรอบเหมือนขนุน จำปาดะมีกลิ่นที่แรงมาก ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นอาจทำให้เป็นลมได้เลย แต่ถึงแม้ว่ากลิ่นมันจะแรงแต่รสชาติอร่อยมาก หวานจัด จะกินเป็นผลไม้หรือเป็นขนมหวานก็ได้ อย่างเช่น เมนูยอดฮิตคือ จำปาดะทอด โดยนำจำปาดะมาฉีกเปลือกแล้วแกะใส่จานไว้ ไม่ต้องแกะเอาเมล็ดออก เพราะเราจะทอดทั้งเมล็ด นำแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี ปริมาณเท่าๆ กัน ใส่ถ้วยผสม และใส่เกลือไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่มะพร้าวขูดลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง ค่อยๆ เติมน้ำเปล่า อย่าให้ข้นเกินไป หรือ
24 กรกฎาคม 2569
เป็นที่น่าแปลกใจ ช่วงระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผมเขียนเรื่องราวของเกษตรกรลงในวารสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสสัมภาษณ์เกษตรกรหลายร้อยคนพบว่า คนรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่มากที่หันมาเอาดีทางอาชีพเกษตรจนประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง ร้อยละ 90 ไม่ได้จบเกษตร สาขาที่จบวิศวะจะมีจำนวนมากที่สุดในบรรดาสาขาทั้งหมดประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด รองลงมาเป็นสาขาบัญชี ผมก็ตอบไม่ได้ว่าคนจบเกษตรไปไหนหมด มีบางคนบอกว่าปริญญาแรกไม่ใช่ปริญญาที่แท้จริง เพราะปริญญาแรกเราเรียนเห่อๆ ไปตามเพื่อนบ้าง พ่อแม่บังคับให้เรียนบ้าง แล้วแต่จะเดินตามใคร พอเรียนจบมาทำงานในสายสาขาที่เรียนปรากฏว่าไม่ถูกจริตกัน จึงต้องคิดเรียนใหม่ ปริญญาที่สองถึงจะเป็นปริญญาที่แท้จริงของตัวตนเราเองหรือเปลี่ยนสาขาการทำงานให้ตรงกับความชอบซะให้รู้แล้วรู้รอดไป มีเกษตรกรรุ่นใหม่คนหนึ่งชื่อ ภานุพงษ์ คำกวีปราชญ์ หรือ พี่ต้อม ตามชื่อเรียกในเฟซบุ๊ก จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2553 ได้ทำงานในสาขาที่เรียนมาตลอดในบริษัทการสื่อสารด้านคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งตำแหน่งสุดท้ายที่ลาออกคือ โปรเจ็กต์เอนจิเนียร์ คุณต้
23 กรกฎาคม 2569
“ผมล้างหนี้ 10 ล้านได้ เพราะรายได้จากฟาร์มเห็ดนี่แหละ เห็ดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างอาชีพและทำเงินดีมาก” เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงของ คุณศักดิ์ชัย พลชัย เจ้าของสวนเห็ดตระการ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เห็ด พืชเศรษฐกิจทำเงิน คุณศักดิ์ชัยเล่าให้ฟังว่า ผมเป็นคนนครปฐมทำไร่ทำนาเป็นหลัก ต่อมาหันมาทำฟาร์มเห็ด สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงนำผลกำไรจากธุรกิจฟาร์มเห็ดไปต่อยอดธุรกิจหลายอย่าง ลงทุนทำธุรกิจใหม่ด้วยความไม่ชำนาญ ทำให้ธุรกิจล้มเหลว มีภาระหนี้สินก้อนโตถึง 10 ล้านบาทในปี 2539 จึงตัดสินใจย้ายถิ่น มาทำมาหากินที่จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยเงินทุนติดกระเป๋า 500 บาทกับรถเก๋งเก่าๆ 1 คัน คุณศักดิ์ชัยใช้เงินทุนหลักร้อยทำธุรกิจซื้อมาขายไป สะสมผลกำไรไปเรื่อยๆ ช่วงปี 2541-2542 ตัดสินใจทำธุรกิจฟาร์มเห็ดอีกครั้งโดยใช้พื้นที่เล็กๆ ข้างบ้านเป็นโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม จำนวน 1,000 ก้อน ขายเห็ดในชุมชนรอบบ้านเป็นหลัก ต่อมาเพิ่มสินค้าตัวใหม่คือ เห็ดขอนขาว ฟาร์มแห่งนี้ขายเห็ดสดคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด กิจการก้าวหน้า มีรายได้หลักแสนในระยะเวลา 4-5 ปีต่อมา ทุกวันนี้ สวนเห็ดตระการดำเนินธุรกิจแ
22 กรกฎาคม 2569
ผู้เขียน : บุญฤทธิ์ เผือกวัฒนะ เนื่องด้วยผู้เขียน มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหาร ได้พยายามศึกษาค้นคว้าหาสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยป้องกัน บรรเทา บำบัดรักษาโรคดังกล่าว ก็พบว่า มะขามป้อม มีสรรพคุณมากพอที่จะนำมาช่วยบรรเทารักษาโรคได้ โดยเฉพาะช่วยระบายพิษจากระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย เช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินโลหิต ทำหน้าที่ขับพิษตกค้าง เป็นต้น ได้ศึกษาจากเอกสาร บทความหลายฉบับ จากสื่อออนไลน์ จากงานวิจัยของบางมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลอภัยภูเบศร และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ จึงได้นำมาเสนอแบ่งปันข้อมูลยังท่านผู้อ่านด้วย ในบทความนี้ นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับข้อมูลจำเพาะของมะขามป้อม ประโยชน์ของมะขามป้อม สายพันธุ์ต่างๆ การปลูก การดูแล จากแปลงเพาะปลูกจริงของเกษตรกรในพื้นที่ที่ปลูกเชิงการค้า เพื่อให้ท่านผู้อ่านเกิดความสนใจและมีความมั่นใจ หากจะนำกิ่งพันธุ์มาปลูก หรือเกษตรกรที่ปลูกมะขามป้อมอยู่แล้ว อาจวางแผนขยายพื้นที่และพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นที่ต้องการของตลาด มะขามป้อม ไม้ดีมีคุณค่า มะขามป้อม เป็นไม้ยืนต้น ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Phyllanthus emblica (ผลเล็ก) Phyllanthus indofischeri (ผลใหญ่
22 กรกฎาคม 2569