หนุ่มงง แค่หลับตาเพราะกำลังคิดงาน ถูกใบเตือน "อู้งาน"

Published on 27 ก.ค. 2026

หนุ่มมาเลเซีย แชร์ประสบการณ์สุดแย่ หลังกำลังหลับตาคิดงาน แต่โดนใบเตือนบอกว่ากระทำผิด เพราะหัวหน้ากล่าวหาว่าหลับในที่ทำงาน

พนักงานชาวมาเลเซียรายหนึ่ง ซึ่งทำงานกับบริษัทแห่งเดิมมานานถึง 12 ปี ออกมาเปิดเผยประสบการณ์การทำงานผ่านโพสต์นิรนาม หลังบริษัทมีการเปลี่ยนตัวกรรมการผู้จัดการ โดยระบุว่า ชีวิตการทำงานของเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จนกลายเป็น “ฝันร้าย”

เจ้าตัวอ้างว่า ผู้บริหารคนใหม่มีสไตล์การบริหารแบบ Micromanagement หรือการควบคุมงานทุกรายละเอียด ทำให้พนักงานแทบไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็น และถูกคาดหวังให้เชื่อฟังคำสั่งโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

พนักงานรายนี้เล่าว่า นับตั้งแต่ผู้บริหารคนใหม่เข้ามารับตำแหน่ง เขารู้สึกหมดกำลังใจมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังได้รับ ใบเตือน ถึง 2 ครั้ง จากเรื่องที่มองว่าเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย

เขาระบุว่า ผู้บริหารคนดังกล่าวเข้าไปควบคุมแทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการเงิน การขาย การบริหาร หรือแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ภายในสำนักงาน ส่งผลให้บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความกดดัน

นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทจัดสวัสดิการให้ผู้บริหารชาวต่างชาติอย่างครบถ้วน ทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าเล่าเรียนของบุตร แต่กลับบอกพนักงานอยู่เสมอว่าบริษัทมีผลประกอบการไม่ดี และมักโยนความรับผิดชอบไปที่ฝ่ายขาย

แค่หลับตาคิดงาน กลับถูกกล่าวหาว่านอน

พนักงานเผยว่า ใบเตือนฉบับแรกเกิดขึ้นหลังจากเขาลางานฉุกเฉิน (Emergency Leave) โดยผู้บริหารอ้างว่าเขาไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของบริษัท ทั้งที่เจ้าตัวเชื่อว่าผู้บริหารยังสับสนระหว่าง “ลาฉุกเฉิน” กับ “ลาพักร้อน”

ส่วนใบเตือนฉบับที่สองสร้างความคาใจยิ่งกว่า เมื่อเขาถูกกล่าวหาว่า “นอนหลับในเวลางาน” เจ้าตัวยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุ เขาเพียงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานและ หลับตาเพื่อรวบรวมความคิด เท่านั้น แต่กลับถูกตีความว่าแอบหลับระหว่างปฏิบัติงาน “ผมแค่นั่งหลับตาเพื่อจัดระเบียบความคิด แต่กลับถูกมองว่ากำลังนอนหลับในเวลางาน”

พนักงานรายนี้ยังอ้างว่า เพื่อนร่วมงานหลายคนมักถูกตำหนิและถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง จนสูญเสียความมั่นใจในการทำงาน เขาระบุว่า ภายใต้การบริหารของผู้จัดการคนใหม่ ความเห็นของพนักงานที่ทำงานหน้างานแทบไม่ได้รับการรับฟัง ขณะที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจนำไปสู่การได้รับใบเตือน นอกจากนี้ ลูกค้าต่างประเทศที่ทีมงานเคยสร้างความสัมพันธ์มานาน ยังถูกโอนกลับไปให้สำนักงานใหญ่ดูแล ส่งผลให้พนักงานในสาขามีลูกค้าและงานรับผิดชอบลดลงเรื่อย ๆ

อยากลาออก แต่ภาระชีวิตไม่เปิดโอกาส

แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่าเคยคิดลาออกนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ง่าย เพราะด้วยวัยที่มากขึ้น การหางานใหม่เป็นเรื่องยาก เขายังต้องรับผิดชอบดูแลสมาชิกสูงอายุในครอบครัว เลี้ยงดูลูก รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งค่าผ่อนบ้าน ค่างวดรถ และค่ารักษาพยาบาล

“ทุกวันผมต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง พร้อมแบกรับแรงกดดันจากการทำงาน ผมทำได้เพียงอดทน และค่อย ๆ มองหางานใหม่ไปเงียบ ๆ หวังว่าสักวันจะได้ทำงานกับหัวหน้าที่เห็นคุณค่าของพนักงาน และปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเคารพ”

เรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก โดยหลายคนแสดงความคิดเห็นว่า การบริหารแบบควบคุมทุกขั้นตอนอาจสร้างแรงกดดันให้พนักงานและส่งผลเสียต่อบรรยากาศการทำงานในระยะยาว ขณะที่บางส่วนมองว่า การออกใบเตือนเพียงเพราะพนักงานหลับตาชั่วครู่ อาจเป็นการตีความที่เข้มงวดเกินไป หากยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเจ้าตัวละเลยหน้าที่จริง ๆ

ที่มา: worldofbuzz