
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จัดงานขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเนื่องในวาระครบรอบ 48 ปี ภายใต้แนวคิด “จากรากฐานที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตลอดจนคณะผู้บริหารและพนักงาน ปตท. เข้าร่วม ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก กรุงเทพฯ
นายปกรณ์กล่าวว่า นับตั้งแต่ยุค “โชติช่วงชัชวาล” เมื่อปี 2521 ปตท. มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของประเทศและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงทำหน้าที่รัฐวิสาหกิจที่สร้างรายได้ให้แก่ภาครัฐ ดูแลสังคม และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทย
ปัจจุบันประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทำให้ความมั่นคงทางพลังงานมีความสำคัญไม่ต่างจากความมั่นคงทางอาหาร ปตท. จึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับทุกสถานการณ์ พร้อมมีส่วนช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในเวทีโลก
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ ปตท. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 48 ปี ปตท. ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน คู่ค้า พันธมิตรธุรกิจ เครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงประชาชนชาวไทย ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาองค์กรและก้าวผ่านความท้าทายต่าง ๆ มาได้อย่างต่อเนื่อง
ปตท. ยังคงมุ่งทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม แม้ปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน แต่บริษัทพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ด้าน ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวว่า ตลอด 48 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างงาน รายได้ และคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจและสังคมไทย
ปตท. ได้วางรากฐานด้านพลังงานมาตั้งแต่ยุคโชติช่วงชัชวาล ผ่านการสำรวจ พัฒนา และนำก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยขึ้นมาใช้ประโยชน์ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างครบวงจร จากบทบาทผู้ผลิต จัดหา และส่งมอบพลังงาน ก่อนขยายไปสู่การสร้างประสบการณ์เดินทางและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงสุขภาพของประชาชน
ขณะเดียวกัน ปตท. ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมไทยในทุกสถานการณ์ ทั้งการดำเนินโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพด้านพลังงาน ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีบทบาทสนับสนุนเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย ผ่านการปรับโครงสร้างธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น รวมถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน เพิ่มมูลค่าแก่ตลาดทุน และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ ในช่วงปี 2544-2568 กลุ่ม ปตท. นำส่งรายได้คืนสู่ภาครัฐในรูปแบบเงินปันผลและภาษีเงินได้รวมกว่า 1.38 ล้านล้านบาท สะท้อนบทบาทขององค์กรในการสร้างรายได้และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง
สำหรับทิศทางในระยะต่อไป ปตท. ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” พร้อมมุ่งเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนตามหลัก Energy Trilemma ซึ่งครอบคลุมพลังงานที่มั่นคง ยั่งยืน และประชาชนสามารถเข้าถึงได้
บริษัทจะเดินหน้าปรับพอร์ตธุรกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมุ่งสู่การเป็นผู้เล่นธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลวระดับโลก (Global LNG Player) เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานในระดับภูมิภาค พร้อมเป็นแกนหลักของประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) การใช้ประโยชน์จากไฮโดรเจน (Hydrogen) และการปลูกป่า เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050
พร้อมกันนี้ ปตท. ตั้งเป้ายกระดับศักยภาพสู่การเป็น “องค์กรแชมเปี้ยนของไทย” ที่สามารถนำพาประเทศและพันธมิตรทางธุรกิจเติบโตสู่ระดับสากล ผ่านธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมถึงธุรกิจต่างประเทศแบบครบวงจร และเครือข่ายสำนักงานการค้าระหว่างประเทศทั่วโลก
บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาชุมชนและสังคมโดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสให้แก่กลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสผ่านกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมใหม่มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
การเสริมความแข็งแกร่งจากภายในและพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ยังช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานและรักษาอันดับความน่าเชื่อถือของกลุ่ม ปตท. ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและผู้ถือหุ้น โดยในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปตท. ยังคงสามารถรักษาเสถียรภาพและจัดหาพลังงานให้แก่ประเทศได้อย่างเพียงพอ
ภายในงานมีการจัดนิทรรศการถ่ายทอดการดำเนินงานของ ปตท. ตลอด 48 ปี พร้อมเปิดตัวเพลง “เจิดจรัสชัชวาล” โดยจะทยอยเผยแพร่มิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์โฆษณา ภาพยนตร์สั้น และภาพยนตร์อิสระ เพื่อสื่อสารกับประชาชนและคนรุ่นใหม่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ยังมีการประมูลผลงานศิลปะจากโครงการศิลปกรรม ปตท. เพื่อนำรายได้สมทบทุนสภากาชาดไทยอีกด้วย