Q-Day: การนับถอยหลังสู่ยุคควอนตัมได้เริ่มขึ้นแล้ว

Published on 30 ส.ค. 2026

ลองจินตนาการว่า คุณตื่นขึ้นมาในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2487 ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรหลายพันนายกำลังจะยกพลขึ้นบกที่ชายหาดนอร์ม็องดี และโลกกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

ปฏิบัติการบุกโจมตีใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่การเตรียมการกินเวลานานหลายปี

งานที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นก่อนเรือจะแล่นถึงชายฝั่งนานแล้ว เมื่อ Alan Turing และทีมของเขาสามารถถอดรหัส Enigma ของเยอรมนีได้สำเร็จ เมื่อ D-Day มาถึง การเคลื่อนไหวที่ชี้ขาดได้เกิดขึ้นไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน ภายในห้องอันเงียบสงบ โดยกลุ่มคนที่ทหารบนชายหาดเหล่านั้นไม่มีวันได้พบ

เกือบหนึ่งศตวรรษต่อมา โลกกำลังเตรียมรับมือกับ D-Day อีกรูปแบบหนึ่ง ครั้งนี้ไม่มีชายหาด ไม่มีกองเรือ และไม่มีวันที่ระบุไว้บนปฏิทิน แต่แนวคิดยังคงเหมือนเดิม งานที่สำคัญที่สุดจะต้องเกิดขึ้นก่อนวันนั้นจะมาถึง

Q-Day คือช่วงเวลาที่ quantum computer ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงเพียงพอสามารถทำลาย encryption ที่ปกป้องข้อมูลดิจิทัลแทบทุกชิ้นบนโลกได้ เช่น การโอนเงินผ่านธนาคาร เวชระเบียน ความลับของรัฐ “แม่กุญแจ” ที่ค้ำจุนเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งหมด อาจใช้การไม่ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

เหตุใด quantum จึงเป็นภัยคุกคามร้ายแรง? ลองนึกภาพว่า encryption ที่ปกป้องแทบทุกสิ่งบนอินเทอร์เน็ตเป็นถังสี ที่มีหลายสีผสมเข้าด้วยกัน การนำสีสองเฉดมาผสมเพื่อสร้างสีใหม่ด้วยตัวเองเป็นเรื่องง่าย แต่หากมีใครยื่นสีที่ผสมเสร็จแล้วให้คุณ และถามคุณว่า สีนั้นเกิดจากการผสมสีอะไร คุณอาจใช้เวลาทั้งชีวิตโดยยังหาคำตอบไม่ได้ ความไม่สมมาตรนี้ถูกเรียกว่า asymmetry และนี้เองคือสิ่งที่ปกป้องบัญชีธนาคาร เวชระเบียน และทุกรหัสลายเซ็นที่คุณพึ่งพาอยู่

ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปจะทรงพลังเพียงใด มันก็ไม่สามารถย้อนกระบวนการผสมนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อ quantum computer ทำงานด้วย algorithm ที่ถูกต้อง มันสามารถตรวจจับจังหวะหรือรูปแบบที่ซ่อนอยู่ภายในส่วนผสมนั้นได้ และเมื่อพบรูปแบบดังกล่าว แม่สีก็จะถูกค้นพบตามไปด้วย สิ่งที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปต้องใช้เวลาหลายล้านปี อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงสำหรับ quantum computer ที่มีประสิทธิภาพสูงเพียงพอ

เราไม่รู้ว่า Q-Day จะมาถึงเมื่อใด แต่สิ่งที่เรารู้คือ มันกำลังเข้าใกล้เร็วกว่าที่เราเคยคาดการณ์ไว้

เมื่อไม่กี่ปีก่อน การประเมินที่น่าเชื่อถือระบุว่า Q-Day อาจเกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ 2030 ถึง 2040 ในปี 2019 Google Quantum AI ประเมินว่า การทำลาย encryption key ที่ใช้กันทั่วไปจะต้องอาศัย noisy physical qubits ประมาณ 20 ล้าน qubits แต่ในเดือนพฤษภาคม 2025 ตัวเลขประมาณการดังกล่าวถูกปรับลดลงเหลือน้อยกว่า 1 ล้าน qubits ภายในเวลาราวห้าปีความต้องการด้านจำนวน qubits ลดลงถึง 20 เท่า

ความแตกต่างระหว่าง qubit แต่ละประเภทมีความสำคัญอย่างยิ่ง “physical qubit” คือ hardware qubit ที่มีอยู่จริง เนื่องจาก physical qubits มีแนวโน้มเกิดข้อผิดพลาด จึงต้องนำ qubits หลายร้อยหรือหลายพันตัวมารวมกัน เพื่อสร้าง “logical qubit” ที่มีความเสถียรเพียงหนึ่งตัว ซึ่ง algorithm สามารถเชื่อถือได้ เมื่อเราพูดถึง qubits หลายล้านตัว แทบทุกครั้งเรากำลังหมายถึง physical qubits และนี่คือตัวเลขที่เพิ่งลดลงอย่างมหาศาล

หากแต่ความก้าวหน้าครั้งนี้ไม่ได้เกิดจาก hardware ที่เร็วขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจาก algorithm ที่ชาญฉลาดขึ้นและการแก้ไขข้อผิดพลาด (error correction) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น กล่าวในอีกนัย คือมันเกิดจากความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ที่พัฒนาไปเร็วกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้

แต่ภัยคุกคามที่เร่งด่วนกว่านั้นกลับเงียบกว่า และมันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ภัยคุกคามนี้มีชื่อว่า Harvest Now, Decrypt Later

ในวันนี้ผู้ร้ายฝ่ายตรงข้ามกำลังรวบรวมข้อมูลที่เข้ารหัส (encrypted data) และจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้ เพื่อรอวันที่ quantum machine สามารถปลดล็อกมันได้ ไม่ว่าข้อมูลทางการเงิน ประวัติทางการแพทย์ และความลับของรัฐ ที่ถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตอยู่ในขณะนี้ อาจถือได้ว่าถูกคุกคามไปแล้ว หากแต่ไม่ใช่เพราะ encryption ถูกทำลายในวันนี้ แต่เป็นเพราะมีคนเก็บกล่องใบนั้นไว้ และกำลังรอวันที่กุญแจจะถือกำเนิดขึ้น

นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลต่าง ๆ ไม่เลือกที่จะรอ และกรอบเวลาก็กำลังหดสั้นลงเรื่อย ๆ ในเดือนมิถุนายน 2026 สหรัฐอเมริกาเร่งการกำหนดเส้นตายของรัฐบาลกลางให้เร็วขึ้นห้าปี โดยสั่งให้หน่วยงานต่าง ๆ เปลี่ยนระบบที่มีความอ่อนไหวสูงสุด รวมถึงการแลกเปลี่ยนกุญแจเข้ารหัสลับ (key exchange) ไปใช้ post-quantum encryption ภายในปี 2030 และระบบลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (digital signatures) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2031

สหราชอาณาจักรกำลังเดินหน้าตามกรอบเวลาที่ใกล้เคียงกัน ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Google, Microsoft และ Cloudflare กำหนดเป้าหมายภายในไว้ที่ปี 2029

สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (SEC) ได้ออก roadmap “Quantum-Ready 2030” ขณะที่สำนักงาน ก.ล.ต. ไทยได้เตือนให้สถาบันการเงินเริ่มเตรียมความพร้อมแล้ว

สิ่งที่น่าจับตามองไม่ใช่แผนของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่คือการที่รัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ ที่แทบไม่เคยเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ได้เห็นพ้องเรื่องกรอบเวลาเดียวกัน และยังเร่งกรอบเวลานั้นให้เร็วขึ้นอีก

สำหรับ SCBX นี่คือประเด็นที่เราให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ในฐานะหนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินขนาดใหญ่ของประเทศไทย ความไว้วางใจที่เราได้รับถูกจารึกอยู่ใน encryption ซึ่งปกป้องทุกธุรกรรม ทุกบัญชี และข้อมูลลูกค้าทุกชิ้นที่เราเป็นผู้ดูแล

Quantum readiness หรือการเตรียมความพร้อม ไม่ใช่โครงการ IT ที่อยู่อย่างห่างไกล แต่เป็นความรับผิดชอบหลักของเรา และมันเริ่มต้นจากขั้นตอนพื้นฐานที่สุด นั่นคือการทำ inventory assessment สำหรับ digital assets เพื่อให้เราทราบอย่างชัดเจนว่า encryption อยู่ที่จุดใดบ้างภายในระบบของเรา และส่วนใดจำเป็นต้องได้รับการโอนถ่ายระบบก่อน

จากนั้น เรากำลังเดินหน้ายกระดับ legacy encryption ด้วยการนำ hybrid post-quantum cryptography มาใช้กับ digital banking applications และวางรากฐานแบบ quantum-safe ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของภูมิภาคจะต้องพึ่งพาก่อนที่ quantum hardware จะมาถึง เพราะในโลกของ Harvest Now, Decrypt Later งานปกป้องข้อมูลของวันพรุ่งนี้จำเป็นต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้

ย้อนกลับไปที่นอร์ม็องดี เหตุผลที่ D-Day ถูกจดจำในฐานะจุดเปลี่ยน ไม่ได้มีเพียงความกล้าหาญที่เกิดขึ้นบนชายหาด แม้ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่เป็นการเตรียมการที่เสร็จสิ้นไปแล้ว รหัสถูกถอดสำเร็จ แผนการถูกวางไว้อย่างพร้อมสรรพ และเมื่อเรือยกพลขึ้นบกเดินทางถึงชายฝั่ง การเตรียมการทั้งหมดก็เป็นอดีตไปแล้ว

Q-Day จะเป็นช่วงเวลาในลักษณะเดียวกัน เมื่อวันนั้นมาถึง ผลลัพธ์จะไม่ได้ถูกตัดสินจากสิ่งที่เกิดขึ้นภายในวันนั้น แต่จะถูกตัดสินจากสิ่งที่เราได้ลงมือทำในช่วงหลายปีก่อนหน้า

การนับถอยหลังได้เริ่มขึ้นแล้ว

ABOUT THE AUTHOR

ของขวัญ ลิมพะสุต

Senior Strategic Intelligence and Research Innovation Associate บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)