มือถือ Samsung รายงานขาดทุนครั้งแรกในประวัติศาสตร์! ขายดีขึ้น แต่ขาดทุน

Published on 30 ก.ค. 2026

Samsung รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 โดยธุรกิจสมาร์ตโฟน (Mobile eXperience หรือ MX) ขาดทุนจากการดำเนินงานเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการจัดตั้งหน่วยธุรกิจ

แม้ยอดขาย Galaxy S26 Series และสมาร์ตโฟนตระกูล Galaxy A จะยังเติบโตขึ้นแบบปีต่อปี แต่เนื่องจากต้นทุนชิ้นส่วน โดยเฉพาะหน่วยความจำ (Memory) ปรับตัวแพงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เกิดขาดทุนจากการดําเนินงาน 0.7 ล้านล้านวอนในไตรมาสที่สอง 

Samsung เปิดเผยว่า ธุรกิจ Device eXperience (DX) ซึ่งครอบคลุมสมาร์ตโฟน ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีกำไรจากการดำเนินงานติดลบ 700,000 ล้านวอน หรือประมาณ 16,300 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 โดยสาเหตุหลักมาจากต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม

แม้ว่าฝั่ง Mobile eXperience (MX) จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายที่แข็งแกร่งของ Galaxy S26 Series รวมถึงสมาร์ตโฟนตระกูล Galaxy A แต่กำไรกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด AI

Samsung ระบุว่า สมาร์ตโฟนระดับเรือธงอย่าง Galaxy S26 Ultra และ Galaxy Z Fold 8 ยังสามารถสร้างกำไรได้ดี แต่กลุ่มสมาร์ตโฟนระดับกลางและราคาประหยัดได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากมีอัตรากำไรต่อเครื่องต่ำอยู่แล้ว เมื่อราคาชิปและหน่วยความจำเพิ่มขึ้น จึงทำให้การทำกำไรยากขึ้นกว่าเดิม

บริษัทจึงประกาศว่าจะมุ่งเน้นการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High-value-added products) มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง

ราคาแรมพุ่งจาก AI กระทบทั้งอุตสาหกรรม

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อธุรกิจสมาร์ตโฟนในปีนี้คือราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND Flash ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังผู้ให้บริการ AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลกเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ความต้องการชิปหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้เกิดกับ Samsung เพียงรายเดียว แต่ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนแทบทุกรายต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น และมีแนวโน้มที่จะทยอยปรับราคาสมาร์ตโฟนในหลายระดับราคา โดยเฉพาะกลุ่ม ราคา 7,000–18,000 บาท ซึ่งมีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำ อาจได้รับผลกระทบด้านราคามากที่สุด

ธุรกิจชิปกลับทำสถิติใหม่

แม้ธุรกิจสมาร์ตโฟนจะเผชิญแรงกดดัน แต่ธุรกิจ Device Solutions (DS) ซึ่งรับผิดชอบการผลิตชิปและหน่วยความจำของ Samsung กลับทำผลงานโดดเด่น

บริษัทเปิดเผยว่า รายได้ของฝ่าย DS เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่ธุรกิจหน่วยความจำสามารถสร้าง รายได้และกำไรจากการดำเนินงานสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ จากความต้องการของตลาด AI ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

Samsung ยังทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในภาพรวม Samsung ทำรายได้รวม 171.5 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 4.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน และถือเป็นสถิติรายได้รายไตรมาสสูงที่สุดของบริษัท

กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 89.5 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 2.11 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 52% และยังคงสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งให้ผู้ถือหุ้น

แม้ผลประกอบการโดยรวมของ Samsung จะยังแข็งแกร่งจากธุรกิจชิป แต่ตัวเลขล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันในตลาดสมาร์ตโฟนกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างชัดเจน หากราคาหน่วยความจำยังไม่ปรับลด ผู้บริโภคอาจต้องเผชิญกับสมาร์ตโฟนที่มีราคาสูงขึ้นในช่วงปลายปี 2026 และปี 2027 โดยเฉพาะรุ่นระดับกลางและระดับเริ่มต้นที่มีพื้นที่ในการทำกำไรน้อยกว่ารุ่นเรือธง

Samsung