
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมการลงทุนทั่วโลกยังเผชิญความผันผวนจากทิศทางนโยบายการเงิน ภาวะเศรษฐกิจโลก และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่ SCBAM ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนระยะยาวในอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI เซมิคอนดักเตอร์ และตลาดหุ้นเอเชียที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก
“SCBAM มองว่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI และเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของโลกที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว เนื่องจากเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรมแห่งอนาคต ขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของการผลิตเทคโนโลยี การส่งออก และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว การเปิดตัวกองทุน RMF ทั้ง 3 กองทุนในช่วงปลายปี จึงตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ต้องการวางแผนเกษียณควบคู่กับการเข้าถึงโอกาสการลงทุนในธีมการเติบโตระยะยาวของโลก” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการวางแผนเกษียณควบคู่กับการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากเมกะเทรนด์ของโลก SCBAM เตรียมเปิดเสนอขาย IPO พร้อมกัน ระหว่างวันที่ 5–12 ตุลาคม 2569 และสามารถลงทุนต่อเนื่องได้ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ประกอบด้วย 1. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Semiconductor เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMSEMI) กองทุนสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI, Data Center, Cloud Computing และเทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่ โดยมีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก VanEck Semiconductor UCITS ETF ซึ่งอ้างอิง MarketVector™ US Listed Semiconductor 10% Capped Screened Index ที่สะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ครอบคลุมทั้งผู้ออกแบบชิป ผู้ผลิตชิป และผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จุดเด่นของกองทุนคือการเข้าถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของ AI และเทคโนโลยียุคใหม่ อาทิ NVIDIA, TSMC, Broadcom และ ASML ทั้งนี้ รายชื่อหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างประกอบการอธิบายธีมการลงทุน มิใช่คำแนะนำให้ลงทุนในหลักทรัพย์รายตัว SCBRMSEMI เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่เชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตระยะยาวของ AI และเทคโนโลยีโลก และสามารถรับความผันผวนของตลาดหุ้นเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมได้
2.กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMKEQ) กองทุนที่เปิดโอกาสรับการเติบโตจากนวัตกรรมโลกผ่านการลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก โดยเฉพาะด้านเซมิคอนดักเตอร์ AI และเทคโนโลยีขั้นสูง กองทุนมีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก iShares MSCI Korea UCITS ETF ซึ่งอ้างอิง MSCI Korea 20/35 Index ครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางชั้นนำของเกาหลีใต้ คิดเป็นประมาณ 85% ของมูลค่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทั้งหมด ความน่าสนใจของกองทุนอยู่ที่การเข้าถึงบริษัทชั้นนำในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้นำตลาดหน่วยความจำของโลก ทั้ง DRAM, HBM และ NAND ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา AI ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเกาหลีใต้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายปฏิรูปตลาดทุนที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นและลด Korea Discount SCBRMKEQ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสการลงทุนในประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อวัฏจักรการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก
และ 3.กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนีหุ้น Asia ex Japan เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMAXJ) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก iShares Core MSCI Asia ex Japan ETF ที่อ้างอิง MSCI All Country Asia ex Japan Index ครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางในภูมิภาคเอเชีย ไม่รวมญี่ปุ่น และกระจายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม ดัชนีดังกล่าวมีสัดส่วนการลงทุนหลักในประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของภูมิภาค ได้แก่ ไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน และอินเดีย โดยมีหุ้นชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยีและดิจิทัลเป็นองค์ประกอบสำคัญ อาทิ TSMC, Samsung Electronics, Tencent Holdings และ Alibaba Group ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI วัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ SCBRMAXJ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตการลงทุนสู่ภูมิภาคเอเชีย และเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตระยะยาวของเศรษฐกิจเอเชียและเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยภูมิภาคเอเชียยังได้รับแรงหนุนจากทั้งการลงทุน การส่งออกเทคโนโลยี การบริโภคภายในประเทศ และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
“การวางแผนเกษียณไม่ใช่เพียงการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี แต่เป็นการคัดเลือกโอกาสลงทุนในอุตสาหกรรมและภูมิภาคที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว กองทุน RMF ทั้ง 3 กองทุนภายใต้แนวคิด ‘ฟิตพอร์ตให้แกร่ง’ ได้รับการออกแบบเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นหัวใจของ AI ตลอดจนประเทศและภูมิภาคผู้นำด้านเทคโนโลยีของเอเชียที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอนาคต นอกจากนี้ SCBAM ยังเพิ่มความคุ้มค่าให้กับการลงทุนผ่านแคมเปญ Fund Back สำหรับผู้ลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีที่ร่วมรายการ โดยทุกยอดเงินลงทุนสะสมสุทธิครบ 50,000 บาท รับหน่วยลงทุนกองทุน SCBSFF มูลค่า 100 บาท สูงสุด 1,600 บาท สำหรับรายการลงทุนระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 ธันวาคม 2569 เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนได้รับทั้งโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวและความคุ้มค่าเพิ่มเติมในช่วงโค้งสุดท้ายของปี” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว
Back to top button