พิพัฒน์รับข้อเสนอชาวจะนะ ยัน ครม. สัญจรสงขลามุ่งแก้ท่วมถาวร ย้ำเลิกแลนด์บริดจ์-SEC พร้อมเดินหน้านิคมฯ จะนะ

Published on 1 ก.ย. 2026

วันนี้ (1 กันยายน) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่รับหนังสือข้อเสนอจากกลุ่มชุมชนจะนะต้นแบบ ที่สำนักงานเทศบาลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อนำเสนอ ต่อนายกรัฐมนตรีในการประชุม ครม. สัญจร

พิพัฒน์เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนลงพื้นที่ เนื่องจากเป็นการประชุม ครม. สัญจร นัดแรก หลังพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างหนักเมื่อปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาลมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อย่างถาวร ซึ่งต้องใช้เวลาศึกษาและดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) หาดใหญ่ ประมาณ 7-10 ปี ครอบคลุมทั้งจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับมาตรการระยะสั้น ได้เร่งจัดสรร งบประมาณลอกคูคลองให้ อบต. ท้องถิ่น พร้อมซักซ้อมแผนเตือนภัยก่อนเกิดเหตุ 3 วัน จัดเตรียมระบบอพยพ กลุ่มเปราะบาง ศูนย์พักพิง อาหารแห้ง และป้องกันไม่ให้โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ

สำหรับข้อเสนอของกลุ่มจะนะต้นแบบ รัฐบาลเห็นชอบในหลักการทั้ง 5 ข้อ โดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุน รัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นคนกลางอำนวยความสะดวก ออกใบอนุญาต และเจรจาสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนควรได้รับ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาล เพื่อสร้างงานและรองรับตลาดโลกในอนาคต ทั้งนี้จะยึดตามกรอบผลการศึกษา SEA ซึ่งตัดเพียงโครงการ ท่าเรือน้ำลึกออกไป แต่องค์ประกอบอื่นยังคงดำเนินต่อพร้อมปรับสีผังเมืองให้สอดคล้อง

พิพัฒน์ย้ำว่า โครงการแลนด์บริดจ์และเขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ (SEC) ถูกยกเลิกอย่างแน่นอน ตามความประสงค์ของคนในพื้นที่ที่ห่วงใยเรื่องสิ่งแวดล้อม จึงไม่มีเหตุให้ต้องนำเข้าที่ประชุม ครม. อีก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังจำเป็นต้องศึกษาแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ในรูปแบบอื่นต่อ เพื่อสร้างโอกาส และรากฐานความมั่นคงให้กับลูกหลานในอนาคต

“เราไม่สามารถหยุดการพัฒนาได้ อะไรที่เป็นโอกาสที่ทำให้ไทยมีเศรษฐกิจดีขึ้น ผมคิดว่าจะต้องทำการศึกษาต่อ เราจะไม่ยุติเพียงเท่านี้ ไม่อยากให้ลูกหลานในอนาคตบอกว่า รัฐมนตรีชุดนี้ไปรับประทานหญ้ามา หรือรับประทานอะไรมา ไม่รู้จักคิด เราต้องคิดต่อ โดยเฉพาะตนเอง เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ในภาคใต้ ดังนั้น ผมก็ต้องพยายาม ประเทศอื่นเขาพยายามแย่งชิงท่าเรือฝั่งทะเล ฝั่งมหาสมุทร แต่ประเทศไทยกลับเป็นประเทศที่ปฏิเสธตลอดเวลาว่าเราไม่ต้องการมีกิจกรรมในฝั่งมหาสมุทรอินเดีย หรือทะเลอันดามัน” พิพัฒน์กล่าว

พิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ประเทศมาเลเซีย มีการสร้างท่าเรือที่รัฐปีนัง และสร้างรถไฟความเร็วสูงจากปีนังข้ามไปยังกวนตัน เป็นระยะทาง 640 กิโลเมตร คล้ายกับแลนด์บริดจ์ของประเทศไทย ซึ่งมีความยาว 90 กิโลเมตร แต่เมื่อเป็นความประสงค์ของคนภาคใต้ ว่าไม่เอากลัวจะไปเหมือนกับ EEC ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราก็ไม่เอา แต่เราต้องคิดเพื่อการพัฒนาต่อไป ที่เราคิดวันนี้เพื่ออนาคตของลูกหลาน จึงยังศึกษาต่อ