
สัปดาห์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ เผย PCE และ Core PCE ส.ค. อยู่ที่ 3.4% จากช่วงเดียวของปีก่อน และ 3.0% จากช่วงเดียวของปีก่อน ตามลำดับ ทรงตัวจากเดือนก่อนและต่ำกว่าตลาดคาด ขณะที่การบริโภคที่แท้จริงขยายตัว 0.6% จากเดือนก่อนหน้า และการจ้างงาน ADP เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 9 หมื่นตำแหน่ง จาก 3.6 หมื่นตำแหน่ง สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง แต่แรงกดดันราคายังไม่ได้เร่งขึ้นเป็นวงกว้าง เปิดโอกาสให้ Fed รอประเมินข้อมูลเพิ่มเติม โดยตลาดลดน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. เหลือราว 35% จาก 70% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ InnovestX ยังคงคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. และอีก 1 ครั้งในช่วงต้นปีหน้า แต่ต้องติดตาม NFP, CPI และ PPI เดือน ก.ย. เพื่อประเมินความเสี่ยงที่ Fed อาจเร่งจังหวะขึ้นดอกเบี้ย ด้านจีน PBOC ลดดอกเบี้ย PSL ที่ใช้ปล่อยกู้แก่ธนาคารนโยบายของรัฐลง 25bps สู่ 1.50% พร้อมเพิ่มวงเงินสนับสนุนภาคเศรษฐกิจเป้าหมาย ขณะที่ภาครัฐอุดหนุนดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านหลังแรก 1 % ต่อปี นานไม่เกิน 5 ปี อย่างไรก็ดี มาตรการยังเน้นประคองเศรษฐกิจ ขณะที่ราคาบ้านที่ลดลงยังกดดันกำลังซื้อ InnovestX จึงคงคาด GDP จีนปี 2026 ที่ 4.6% และมองว่าภาคอสังหาฯ อาจใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 ปีกว่าจะถึงจุดต่ำสุด
ขณะที่สัปดาห์หน้าติดตามเงินเฟ้อไทยเดือน ก.ย. โดย InnovestX คาดว่าจะเร่งขึ้นจาก 2.53% YoY ในเดือนก่อน ตามราคาน้ำมันและอาหารสดที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมทั้ง PMI ภาคบริการฉบับสมบูรณ์เดือน ก.ย. ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น โดย PMI เบื้องต้นสะท้อนว่าสหรัฐฯ และยูโรโซนเร่งตัวขึ้น ขณะที่ญี่ปุ่นชะลอลงแต่ยังขยายตัว นอกจากนี้ยังต้องรอติดตามรายงานการประชุม FOMC เดือน ก.ย. หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย 25bps สู่ 3.75–4.00% โดยเน้นรายละเอียดการหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงเงินเฟ้อ ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ และเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไป
ส่วนตลาดหุ้นไทย InnovestX มองช่วงสั้น SET ยังคงแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศลงทุนที่ถูกกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งท่าที Hawkish ของเฟด ซึ่งหนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูงในรอบหลายปี ส่งผลให้ Fund Flow ยังมีทิศทางไหลออก ผสานกับ ราคาพลังงานที่ยังยืนอยู่สูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ยังเป็นแรงเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ นอกจากนี้ในประเทศยังถูกกดดันจากความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งแม้ประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่ยังคงเป็นปัจจัย Overhang ที่สร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
- Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก มีกระแสรายได้มั่นคงและมีความต้านทานต่อปัจจัยภายนอกสูง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL, CPN, CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH, PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)
- Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL, BJC, CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO, GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC)
- Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/2569 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนต์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW, CENTEL, AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPALL, CPN, CRC)
นางสาวณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล
ผู้อำนวยการอาวุโส Equity Strategy Team
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX)
บริษัทหลักทรัพย์ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์
Back to top button