
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ก.ค.69) ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวในช่วงเช้าวันนี้ หลังเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในวันก่อนหน้า ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง การแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% หลังจากร่วงลงกว่า 10% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อวันอังคาร ขณะที่ดัชนี Nikkei ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ส่วนดัชนี MSCI หุ้นเอเชียแปซิฟิกนอกญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 0.8% หลังจากลดลง 3.6% ในวันก่อนหน้า
หุ้น SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ปรับตัวขึ้นประมาณ 2% หลังบริษัทรายงานกำไรจากการดำเนินงานรายไตรมาสเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่า แม้ผลประกอบการยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในระดับสูง โดยผลการดำเนินงานดังกล่าวช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการชิปที่ใช้ในระบบ AI ได้บางส่วน
สำหรับหุ้น SK Hynix เปิดตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 1.1% ที่ระดับ 1,567,000 วอน หลังบริษัทเปิดเผยกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2/69 เติบโตมากกว่า 6 เท่า ก่อนแรงขายกดดันให้ราคาหุ้นพลิกปรับตัวลงในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาความยั่งยืนของการปรับตัวขึ้นในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หลังนักลงทุนเริ่มกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีอาจลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ข้อมูลมากเกินไป รวมถึงเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยผลประกอบการของ Microsoft และ Meta ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันเดียวกันนี้ จะเป็นบททดสอบสำคัญต่อทิศทางหุ้นเทคโนโลยี
ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมากกว่า 3% หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นแตะประมาณ 86.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ขยับขึ้นแตะ 81.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าอิหร่านยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ซึ่งถูกสกัดไว้ได้
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงผลกระทบของราคาพลังงานต่อเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก
ขณะเดียวกัน นักลงทุนรอติดตามผลการประชุมเฟดในวันที่ 28–29 ก.ค.69 โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย หากกรรมการกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ภาวะตลาดหุ้นเอเชียในระยะสั้นยังมีแนวโน้มผันผวน เนื่องจากนักลงทุนอยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนการลงทุนจากหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงไปยังหุ้นกลุ่มอื่น มากกว่าจะเป็นการลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด โดยทิศทางตลาดจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีและสัญญาณนโยบายการเงินจากเฟดเป็นสำคัญ
Back to top button