วันนี้ (3 ก.ย.2569) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงานที่ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันด้านอุปทาน และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา การค้าในยุคใหม่จำเป็นต้องลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้า
ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ภาครัฐจะเร่งผลักดัน FTA เพื่อสร้างแต้มต่อให้แก่ผู้ประกอบการไทย ขณะที่ภาคเอกชนต้องเร่งปรับตัว สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ เน้นคุณภาพ มาตรฐาน และความแตกต่างของสินค้า พร้อมให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบในประเทศ และถิ่นกำเนิดสินค้าไทย ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
โดยตัวเลขการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) เดือนม.ค.-ม.ย มีมูลค่า 48,069 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.33% และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 80.83% ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ FTA
โดยอันดับ 1 เป็นการส่งออกไปยังอาเซียน ภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) มูลค่า 15,937ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 2 ใช้สิทธิฯ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA) มูลค่า 14,264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 3 ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–อินเดีย (AIFTA) มูลค่า 6,110.ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 4 ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (JTEPA) มูลค่า 3,819 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอันดับ 5 ความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) มูลค่า 3,027 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พาณิชย์ดัน SMEs ใช้ FTA เจาะตลาดใหม่ รับไทย-EFTA จ่อมีผล ม.ค.70
สำหรับสินค้าที่มีการใช้สิทธิฯ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก คือ ทุเรียนสด, ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ, ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ, เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ และเครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบ ที่ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ 2569 กรมฯ จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจาก FTA อย่างเต็มที่ ถึง 12 ครั้ง ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ และยังจะเดินหน้าสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป
โดยใช้ FTA เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดศักยภาพทั่วโลก เพื่อเปิดตลาดใหม่และเตรียมความพร้อมใช้ประโยชน์ จากความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA คาดว่าจะมีผลใช้บังคับในต้นปี 2570 โดยเฉพาะสวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ ซึ่งเป็นตลาดมูลค่าสูงที่มีศักยภาพ ในการยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดพรีเมียม ขณะที่อินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อเติบโตอย่าง
อ่านข่าว:
ญี่ปุ่นยังเชื่อมั่นไทย BOI ผนึกเจโทร-หอการค้า เร่งยกระดับฐานผลิต
FTA หนุนการค้าไทยโต 21.8% กรมเจรจาฯ ชี้เพิ่มโอกาสบุกตลาดโลก
ไทยถกเข้ม FTA อาเซียน-จีน ปักธง ACFTA 3.0 ใช้บังคับปีนี้