SSP กวาดกำไรครึ่งปีแรกโต 45% แตะ 325 ล้าน รับโซลาร์ฟื้น-ต้นทุนการเงินลด

Published on 14 ส.ค. 2026

บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 60.89 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 13.73 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 325.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 224.52 ล้านบาท

ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการดีขึ้น มาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าและบริการในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 731.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายไฟฟ้าอยู่ที่ 702.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% จากการรับรู้รายได้ของโครงการใหม่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ “ลีโอ 2” ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในไตรมาส 4/2568 รวมถึงโครงการโซลาร์รูฟท็อปในประเทศไทย กำลังการผลิตติดตั้งรวม 5.2 เมกะวัตต์ ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

ขณะเดียวกัน การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SPN ที่แล้วเสร็จ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าฟื้นตัว ประกอบกับความเข้มแสงในประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซียสูงกว่าปีก่อน รวมถึงความเร็วลมของโครงการร่มเกล้าวินฟาร์มที่ดีขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แม้ยังได้รับแรงกดดันจากค่า Ft ที่ลดลงและเงินบาทแข็งค่า ซึ่งกระทบการรับรู้รายได้ของโครงการในต่างประเทศ

ด้านรายได้จากบริการอยู่ที่ 28.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้รายได้ให้บริการติดตั้งโครงการโซลาร์รูฟท็อป (EPC) และรายได้จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัวที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 156,571 เมกะวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 17.3% จากปีก่อน โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 23.8% และโครงการโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มขึ้น 32.9%

อีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ SSP พลิกกลับมามีกำไร คือ ต้นทุนทางการเงินลดลง โดยไตรมาส 2/2569 มีต้นทุนทางการเงิน 148.0 ล้านบาท ลดลง 24.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ รวมถึงปีนี้ได้รับผลบวกจากอัตราดอกเบี้ยของโครงการร่มเกล้าวินฟาร์มที่ลดลง การบันทึกดอกเบี้ยของโครงการระหว่างก่อสร้างเป็นสินทรัพย์ และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในหลายสกุลเงินที่ปรับตัวลดลง แม้เริ่มรับรู้ต้นทุนทางการเงินของโครงการลีโอ 2 แล้วก็ตาม ส่วนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 11.6% เหลือ 12.5 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 17.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 95.7 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายผลตอบแทนพนักงานและการเริ่มรับรู้ค่าใช้จ่ายบริหารของโครงการลีโอ 2 ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทยและเวียดนามเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น และโรงไฟฟ้าชีวมวลมีการปิดซ่อมบำรุงตามแผนประจำปี

สำหรับ งวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 325.07 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้น 0.26 บาท เพิ่มขึ้น 44.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 224.52 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้น 0.18 บาท ขณะที่กำไรหลักจากการดำเนินงานอยู่ที่ 311.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% จากปีก่อน โดยกำไรสุทธิงวดครึ่งปีแรกมีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 13.6 ล้านบาท

ทั้งนี้ งวด 6 เดือนแรก SSP มีรายได้จากการขายไฟฟ้าและบริการ 1,615.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากปีก่อน โดยปริมาณจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น 16.2% เป็น 354,347 เมกะวัตต์-ชั่วโมง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 29.0% จากโครงการ SPN หลังปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าของโครงการลีโอ 2 ขณะที่ต้นทุนทางการเงินงวด 6 เดือนลดลง 24.0% เหลือ 291.6 ล้านบาท เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของกำไร

Back to top button