ปัจจุบัน Starbucks มีสาขาทั่วโลกมากกว่า 41,304 แห่ง โดยตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและจีนครองสัดส่วนรวมกันถึง 61% ของสาขาทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งภาพรวมการเติบโตยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในฝั่งเอเชียที่มีอัตราการขยายตัวอย่างน่าสนใจ
จากการรายงานข้อมูลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 พบว่า ประเทศจีนมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 797 แห่ง ขณะที่บางประเทศอย่างมาเลเซียกลับมีจำนวนสาขาลดลงมากที่สุดถึง 136 แห่ง อันเป็นผลมาจากกระแสการบอยคอตของผู้บริโภคและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดท้องถิ่น
15 อันดับประเทศที่มีสาขา Starbucks มากที่สุดในโลก
จากข้อมูลผลประกอบการของ Starbucks พบว่าประเทศที่มีจำนวนสาขามากที่สุด 15 อันดับแรก มีการเปลี่ยนแปลงของจำนวนสาขาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาดังนี้:
| ประเทศ | จำนวนสาขา (Q3 FY24) | จำนวนสาขา (Q3 FY26) | การเปลี่ยนแปลง (2 ปี) |
|---|---|---|---|
| สหรัฐอเมริกา | 16,730 | 16,933 | +203 |
| จีน | 7,306 | 8,103 | +797 |
| เกาหลีใต้ | 1,937 | 2,174 | +237 |
| ญี่ปุ่น | 1,948 | 2,138 | +190 |
| แคนาดา | 1,468 | 1,438 | -30 |
| สหราชอาณาจักร | 1,327 | 1,377 | +50 |
| เม็กซิโก | 850 | 968 | +118 |
| ตุรกี | 716 | 780 | +64 |
| ไต้หวัน | 567 | 614 | +47 |
| อินโดนีเซีย | 609 | 592 | -17 |
| ไทย | 501 | 574 | +73 |
| ฟิลิปปินส์ | 460 | 530 | +70 |
| อินเดีย | 438 | 499 | +61 |
| ซาอุดีอาระเบีย | 476 | 417 | -59 |
| สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) | 316 | 317 | +1 |
ตลาดที่เติบโตและตลาดที่ชะลอตัว
ประเทศจีนกลายเป็นตลาดหลักในการขยายสาขาของ Starbucks โดยเพิ่มขึ้นถึง 797 สาขา แม้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันอันดุเดือดจากแบรนด์กาแฟท้องถิ่นก็ตาม เช่นเดียวกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่ยังคงมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สำหรับประเทศไทยก็มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 73 แห่ง ทำให้มีจำนวนสาขารวมอยู่ที่ 574 แห่ง
ในทางกลับกัน ตลาดในมาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย และแคนาดา มีจำนวนสาขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสการบอยคอตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการแข่งขันจากร้านกาแฟอิสระและทางเลือกที่มีราคาประหยัดกว่า
iStockphoto
สรุปภาพรวมผลประกอบการ Starbucks
แม้จะมีการปิดสาขาในบางประเทศ แต่ Starbucks ยังคงสร้างกำไรได้อย่างดี โดยมีรายได้ประจำไตรมาสอยู่ที่ 9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม รายได้รวมมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย 1.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจในจีนไปสู่รูปแบบแฟรนไชส์ร่วมทุน โดยปัจจุบันสาขากว่า 67% ทั่วโลกดำเนินงานผ่านพันธมิตรท้องถิ่นเป็นหลัก