บล.ทิสโก้มอง STECON รับผลกระทบน้ำท่วมจำกัด แนะ “ซื้อ”  22.40 บาท

Published on 29 ก.ย. 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON โดยประเมินว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงยังอยู่ในวงจำกัด และมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นมากกว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

ฝ่ายวิจัยระบุว่า มีเพียงบางโครงการในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบที่ต้องชะลอการก่อสร้างชั่วคราวประมาณ 2-3 วันจากฝนตกหนัก แต่ยังไม่พบโครงการใดมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ก่อสร้าง และคาดว่าจะสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติภายในไม่กี่วันข้างหน้า

บล.ทิสโก้ มองว่าสถานการณ์ครั้งนี้มีความแตกต่างจากวิกฤตน้ำท่วมปี 2554 เนื่องจากเหตุการณ์ปัจจุบันเกิดจากฝนตกหนักในกรุงเทพฯ พื้นที่โดยรอบ และบางส่วนของภาคตะวันออก ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานหลักของ STECON ยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ จึงยังไม่เห็นผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำหนดการก่อสร้างหรือการส่งมอบโครงการ

ขณะเดียวกัน STECON ได้ยื่นหนังสือสงวนสิทธิตามเงื่อนไขในสัญญา เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านกฎหมายและค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัยดังกล่าว

สำหรับโครงการ Data Center ที่ถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของบริษัท ฝ่ายวิจัยระบุว่า โครงการหลักส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออก ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่เริ่มลดลงต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเข้าร่วมประมูลโครงการ Data Center ใหม่ของ STECON โดยฝ่ายวิจัยยังมองว่า โครงการภาคเอกชนจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลักในระยะถัดไป

ปัจจุบัน STECON มีโครงการ Data Center ที่อยู่ในกระบวนการติดตามรวม 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4.98 หมื่นล้านบาท รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้ามูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท และโครงการสนามบินมูลค่าประมาณ 3 พันล้านบาท ซึ่งมีโอกาสช่วยสนับสนุนให้บริษัทเข้าใกล้เป้าหมายงานใหม่มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีงานในมือ หรือ Backlog มูลค่าประมาณ 1.164 แสนล้านบาท ซึ่งช่วยรองรับการรับรู้รายได้ในอนาคต

ด้านผลประกอบการ บล.ทิสโก้ยังคงประมาณการกำไรสุทธิของ STECON ในช่วงปี 2569-2571 ไว้ที่ประมาณ 1.75 พันล้านบาท, 1.47 พันล้านบาท และ 1.65 พันล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับไตรมาส 3/2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ธุรกิจก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แต่มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีรายได้เงินปันผลจาก บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการในไตรมาส 2/2569

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม ได้แก่ ฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำให้โครงการก่อสร้างหยุดชะงักเพิ่มเติม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนภายหลังสัญญาล็อกราคาวัสดุสิ้นสุดลง การแข่งขันจากผู้รับเหมาจีนในการประมูล Data Center ความล่าช้าในการได้รับงานใหม่ เงินปันผลจาก GULF ที่ต่ำกว่าคาด รวมถึงภาระหนี้จากกรอบการออกหุ้นกู้ของ STECON ที่ได้รับอนุมัติวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” STECON พร้อมให้ราคาเหมาะสมอิงวิธี SOTP ที่ 22.40 บาท คิดเป็นอัพไซด์ประมาณ 16.1% จากราคาหุ้นอ้างอิงที่ 19.30 บาท

Back to top button