สธ.รวมพลังภาคีเครือข่าย ลุยมาตรการ "STOP Violence" ยกระดับความปลอดภัย รพ. ทั่วประเทศ

Published on 18 ก.ย. 2026
  1. หน้าหลัก 
  2. Online Section 
  3. ข่าวลีด+ข่าวย่อยประจำวัน 

สธ.รวมพลังภาคีเครือข่าย ลุยมาตรการ "STOP Violence" ยกระดับความปลอดภัย รพ. ทั่วประเทศ

เผยแพร่: 18 ก.ย. 2569 20:44   ปรับปรุง: 18 ก.ย. 2569 20:44   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ามาตรการ “STOP Violence” ยกระดับความปลอดภัยสถานพยาบาลทั่วประเทศ มุ่งสร้างโรงพยาบาลให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน”

งานการป้องกันและการจัดการความรุนแรงในโรงพยาบาล (Stop Violence) ประจำปี พ.ศ. 2569
18 กันยายน 2569 - กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดงานการป้องกันและการจัดการความรุนแรงในโรงพยาบาล (STOP Violence) ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ โถงชั้น 1 อาคาร 3 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดในสถานพยาบาล มุ่งเน้นสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยและประชาชนผู้มารับบริการทั่วประเทศ

นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานพร้อมกล่าวเน้นย้ำว่าปัญหาความรุนแรงในสถานพยาบาลถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสาธารณสุขในภาพรวม ซึ่งรูปแบบความรุนแรงครอบคลุมทั้งการทำร้ายร่างกายบุคลากร การทะเลาะวิวาท การก่อความไม่สงบ การทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ตลอดจนการทำร้ายตนเองของผู้ป่วย “การป้องกันและการจัดการความรุนแรงในสถานพยาบาลเป็นเรื่องที่ต้องลงมือแก้ไขอย่างจริงจังและทันท่วงที

การรวมพลังของภาคีเครือข่ายในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกำหนดมาตรการป้องกันเชิงรุก ให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความมั่นใจในความปลอดภัย มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ได้มาตรฐานสูงสุด ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือการเปลี่ยนสถานพยาบาลให้เป็น พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน อย่างแท้จริง”

นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว การประกาศเจตนารมณ์ “STOP Violence” ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน ปรับปรุงระบบความปลอดภัย และสร้างวัฒนธรรมการเคารพสิทธิซึ่งกันและกันในสถานพยาบาลอย่างยั่งยืนต่อไป