วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า (วพม.) รับแพทย์ TCAS70 จำนวน 110 คน ผ่าน กสพท รอบ 3 เช็กคุณสมบัติ 2 ประเภททุน และปฏิทินสมัครฉบับเต็ม

Meta Description: วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้าเปิดรับแพทย์ TCAS70 จำนวน 110 คน ผ่าน กสพท รอบ 3 แบ่งทุนกองทัพบก 20 คน และโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม 90 คน เช็กคุณสมบัติ สวัสดิการ ค่าใช้จ่าย ภาระชดใช้ทุน และกำหนดการสำคัญ
วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า หรือ วพม. (Phramongkutklao College of Medicine: PCM) ประกาศหลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา 2570 โดยรับผ่านระบบ TCAS รอบที่ 3 Admission และดำเนินการคัดเลือกร่วมกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ กสพท.
ปีนี้ วพม. กำหนดจำนวนรับรวม 110 คน แบ่งเป็นทุนกองทัพบก 20 คน รับเฉพาะเพศชาย และทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม 90 คน แบ่งเป็นเพศชาย 45 คน และเพศหญิง 45 คน
ผู้สมัครต้องสมัครสอบ TPAT1 ผ่านระบบของ กสพท ภายในวันที่ 20 กันยายน 2569 รวมถึงต้องเข้าสอบ A-Level ครบทั้ง 7 วิชาที่ กสพท กำหนด ก่อนสมัครเลือกอันดับในระบบ TCAS70 รอบที่ 3
บทความนี้เรียบเรียงจาก ประกาศหลักเกณฑ์การคัดเลือกของ วพม. ปีการศึกษา 2570 ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 พร้อมสรุปประเด็นสำคัญที่ผู้สมัครและผู้ปกครองต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจเลือก
สรุปข้อมูลสำคัญ วพม. TCAS70
- หลักสูตร: แพทยศาสตรบัณฑิต ระยะเวลาเรียน 6 ปี
- รอบที่เปิดรับ: TCAS รอบที่ 3 Admission
- ระบบคัดเลือก: กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ กสพท
- จำนวนรับรวม: 110 คน
- ทุนกองทัพบก: 20 คน รับเฉพาะเพศชาย
- ทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม: 90 คน แบ่งเป็นเพศชาย 45 คน และเพศหญิง 45 คน
- อายุผู้สมัคร: ไม่เกิน 20 ปี หรือเกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป
- สมัครสอบ TPAT1: วันที่ 1–20 กันยายน 2569
- สอบ TPAT1: วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2570
- สมัคร TCAS รอบที่ 3: วันที่ 7–11 พฤษภาคม 2570
- เว็บไซต์สมัคร TPAT1: cotmesadmission.com
- เว็บไซต์ TCAS: mytcas.com
จำนวนรับ 110 คน แบ่งเป็น 2 ประเภททุน
ประกาศของ วพม. ใช้คำว่า “ประเภททุน” แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
| ประเภททุน | จำนวนรับ | เพศ | สถานภาพตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 |
|---|---|---|---|
| ทุนกองทัพบก | 20 คน | ชายเท่านั้น | นักเรียนแพทย์ทหาร |
| ทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม | 90 คน | ชาย 45 คน และหญิง 45 คน | นักศึกษาแพทย์ |
| รวม | 110 คน | ชาย 65 คน และหญิง 45 คน | ตามประเภทที่ได้รับการคัดเลือก |
แม้ประกาศจะใช้คำว่า “ทุน” ทั้งสองประเภท แต่สิทธิประโยชน์ ค่าใช้จ่าย และภาระผูกพันไม่เหมือนกัน โดยผู้ได้รับทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่มยังต้องชำระค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายอื่นตามที่กรมแพทย์ทหารบกกำหนด
อีกจุดที่ต้องเข้าใจคือ ผู้สมัครทุนกองทัพบกไม่ได้รับสถานภาพนักเรียนแพทย์ทหารทันทีตั้งแต่วันประกาศผล TCAS แต่ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกของกองทัพบก ซึ่งดำเนินการก่อนเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 2
คุณสมบัติผู้สมัคร วพม. ปีการศึกษา 2570
ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของ กสพท และคุณสมบัติเพิ่มเติมของ วพม. ดังนี้
- มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกของ กสพท ปีการศึกษา 2570
- มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การเป็นนักเรียนแพทย์ทหารหรือนักศึกษาแพทย์ของ วพม.
- อายุไม่เกิน 20 ปี โดยต้องเกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป
- มีเชื้อชาติไทยและสัญชาติไทย
- บิดาและมารดาผู้ให้กำเนิดต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดและเกิดในประเทศไทย
กรณีบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวนซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด มารดาอาจไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดได้ตามเงื่อนไขในประกาศ
หากปู่ ย่า ตา หรือยายไม่ได้เกิดในประเทศไทย ผู้สมัครต้องนำหลักฐานเพิ่มเติมมาแสดง เช่น สำเนาสูติบัตรของบิดาหรือมารดาผู้ให้กำเนิด หรือหนังสือรับรองจากที่ว่าการเขตหรืออำเภอที่รับรองว่าบิดาหรือมารดาของผู้สมัครเกิดในประเทศไทย
- มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง และมีลักษณะท่าทางเหมาะสมกับการเป็นนักเรียนแพทย์ทหารหรือนักศึกษาแพทย์
- ไม่เป็นโรคหรือมีปัญหาทางการแพทย์ตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร รวมถึงต้องไม่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศหรือบุคลิกภาพที่เป็นอุปสรรคหรือขัดต่อการเป็นนักเรียนแพทย์ทหารหรือนักศึกษาแพทย์ ตามระเบียบกรมแพทย์ทหารบกที่ประกาศใช้อยู่
- ผู้สมัครเพศชายต้องมีขนาดพิกัดร่างกายตามเกณฑ์ในระเบียบกรมแพทย์ทหารบก
- เป็นโสด และไม่เคยมีความประพฤติที่แสดงว่าเป็นผู้มีภรรยาหรือสามี
- ไม่อยู่ระหว่างตกเป็นจำเลยในคดีอาญา และไม่เคยต้องคำพิพากษาว่ากระทำความผิดในคดีอาญา ยกเว้นความผิดลหุโทษหรือความผิดที่กระทำโดยประมาท
- ไม่เสพยาเสพติดหรือสารเคมีเสพติดให้โทษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- มีความประพฤติดี ไม่บกพร่องในศีลธรรม และมีอุดมการณ์เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
หากตรวจพบภายหลังว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ วพม. มีสิทธิ์ตัดสิทธิ์จากการคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนแพทย์ทหารหรือนักศึกษาแพทย์ทันที
ข้อควรระวัง: ผู้สมัครที่มีข้อสงสัยด้านสุขภาพ สายตา การได้ยิน ภาวะทางจิตเวช หรือขนาดพิกัดร่างกาย ไม่ควรประเมินด้วยตนเอง ควรตรวจสอบระเบียบการตรวจสุขภาพฉบับเต็มและสอบถาม วพม. โดยตรงก่อนสมัคร
ต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง
การคัดเลือกเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ กสพท โดยผู้สมัครต้องมีคะแนนจาก 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่
1. TPAT1 วิชาเฉพาะ กสพท
ผู้สมัครต้องลงทะเบียนสอบผ่านเว็บไซต์ cotmesadmission.com โดยตรง ไม่ใช่สมัครผ่าน myTCAS
การสอบ TPAT1 ปีการศึกษา 2570 จัดในรูปแบบกระดาษ หรือ Paper-based Test เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2570 ตามกำหนดการของ กสพท
2. A-Level จำนวน 7 วิชา
ผู้สมัครต้องเข้าสอบครบทั้ง 7 วิชาที่ กสพท กำหนด ได้แก่
- A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1
- A-Level ฟิสิกส์
- A-Level เคมี
- A-Level ชีววิทยา
- A-Level ภาษาอังกฤษ
- A-Level ภาษาไทย
- A-Level สังคมศึกษา
การมีคะแนนไม่ครบแม้แต่รายวิชาเดียวอาจทำให้ไม่สามารถนำคะแนนไปใช้สมัครในกลุ่ม กสพท ได้ ผู้สมัครจึงต้องตรวจสอบรายวิชาก่อนยืนยันการสมัคร A-Level ทุกครั้ง
หลักเกณฑ์การคำนวณคะแนน คะแนนขั้นต่ำ และเงื่อนไขการสมัครของเด็กซิ่วหรือนักศึกษามหาวิทยาลัย ให้ยึดตาม ประกาศ กสพท ปีการศึกษา 2570 เป็นหลัก
ปฏิทิน วพม. TCAS70 ฉบับเต็ม
| ขั้นตอน | วันและเวลา |
|---|---|
| สมัครสอบ TPAT1 ผ่านเว็บไซต์ กสพท | 1–20 กันยายน 2569 |
| สมัครสอบ A-Level และชำระเงิน | 14–20 มกราคม 2570 |
| สอบ TPAT1 รูปแบบกระดาษ | 13 กุมภาพันธ์ 2570 |
| กสพท ประกาศคะแนน TPAT1 | ประมาณวันที่ 15 มีนาคม 2570 |
| สมัคร TCAS70 รอบที่ 3 และชำระเงิน | 7–11 พฤษภาคม 2570 |
| ทปอ. ประกาศผลรอบที่ 3 ครั้งที่ 1 | 22 พฤษภาคม 2570 |
| ยืนยันสิทธิ์ ไม่ใช้สิทธิ์ หรือขอประมวลผลครั้งที่ 2 | 22–23 พฤษภาคม 2570 |
| ทปอ. ประกาศผลรอบที่ 3 ครั้งที่ 2 | 27 พฤษภาคม 2570 |
| สถาบันสอบสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพ | 30 พฤษภาคม–10 มิถุนายน 2570 |
| กสพท ส่งรายชื่อผู้ผ่านการสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพเข้าระบบ TCAS70 | 11 มิถุนายน 2570 |
| สถาบันประกาศรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา | 12 มิถุนายน 2570 |
ผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพต้องดำเนินการตามวัน เวลา สถานที่ และรายละเอียดที่ วพม. กำหนดอย่างเคร่งครัด หากไม่เข้าร่วมขั้นตอนใดตามกำหนด อาจถือว่าสละสิทธิ์และไม่ประสงค์เข้าศึกษา
หลังผ่าน TCAS ยังต้องตรวจร่างกาย ทดสอบจิตวิทยา และสัมภาษณ์
ผู้ที่มีรายชื่อตามประกาศของ กสพท ต้องรายงานตัวเข้ารับกระบวนการของ วพม. เพิ่มเติม ได้แก่
- การตรวจร่างกายตามเกณฑ์ของ วพม.
- การตรวจสุขภาพตามข้อกำหนดของการเป็นนักเรียนแพทย์ทหารหรือนักศึกษาแพทย์
- การทดสอบทางจิตวิทยา
- การสอบสัมภาษณ์
- การแจ้งความประสงค์สมัครรับทุนกองทัพบกหรือทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม
การผ่านการประมวลผลในระบบ TCAS จึงยังไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย ผู้สมัครต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ สุขภาพ และการคัดเลือกของสถาบันครบถ้วนด้วย
ทุนกองทัพบก 20 คน ได้อะไร และมีภาระอย่างไร
ทุนกองทัพบกเปิดรับเฉพาะเพศชาย จำนวน 20 คน ผู้ประสงค์สมัครต้องผ่านการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่กองทัพบกกำหนด โดยกระบวนการคัดเลือกดำเนินการก่อนเข้าศึกษาชั้นปีที่ 2
ข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณา ได้แก่
- ผลการศึกษาชั้นปีที่ 1
- บุคลิกภาพและคุณลักษณะความเหมาะสมต่อการเป็นนักเรียนแพทย์ทหาร
- ผลการทดสอบทางจิตวิทยา
- ผลการทดสอบความพร้อมในการศึกษาแพทยศาสตร์
- ผลการสอบสัมภาษณ์
ผู้ผ่านการคัดเลือกจะมีสถานภาพเป็น นักเรียนแพทย์ทหารตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 และได้รับสิทธิประโยชน์ตามประกาศ ได้แก่
- เงินเดือน
- เบี้ยเลี้ยง
- เครื่องแต่งกาย
- ที่พัก
เมื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร จะได้รับการแต่งตั้งยศเป็น ว่าที่ร้อยตรี และบรรจุเข้ารับราชการในส่วนราชการกองทัพบก สังกัดกระทรวงกลาโหม
ภาระชดใช้ทุนกำหนดไว้เป็นเวลา 2 เท่าของระยะเวลาการศึกษา ตามเงื่อนไขของกองทัพบก ผู้สมัครจึงควรอ่านรายละเอียดในสัญญาให้ครบ โดยเฉพาะวิธีนับระยะเวลารับทุน การปฏิบัติราชการ และความรับผิดกรณีไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้
ทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม 90 คน ไม่ได้หมายถึงเรียนฟรี
ทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่มรับจำนวน 90 คน แบ่งเป็นเพศชาย 45 คน และเพศหญิง 45 คน ผู้ได้รับการคัดเลือกมีสถานภาพเป็น นักศึกษาแพทย์ตั้งแต่ชั้นปีที่ 2
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ผู้เรียนประเภทนี้ต้องชำระค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายอื่นตามที่กรมแพทย์ทหารบกกำหนด จึงไม่ควรตีความคำว่า “ทุน” ว่าได้รับยกเว้นค่าเล่าเรียนทั้งหมด
เมื่อสำเร็จการศึกษา ผู้ได้รับทุนประเภทนี้ต้องปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการพิจารณาจัดสรรนักศึกษาแพทย์ผู้ทำสัญญา สถาบันพระบรมราชชนก กำหนด โดยมีระยะเวลาชดใช้ทุน 3 ปี
สถานที่ปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เรียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นไปตามระบบจัดสรรและเงื่อนไขของผู้ทำสัญญาในปีนั้น
เปรียบเทียบ 2 ประเภททุนแบบเข้าใจง่าย
| ประเด็น | ทุนกองทัพบก | ทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม |
|---|---|---|
| จำนวน | 20 คน | 90 คน |
| เพศ | ชายเท่านั้น | ชาย 45 คน หญิง 45 คน |
| สถานภาพตั้งแต่ปี 2 | นักเรียนแพทย์ทหาร | นักศึกษาแพทย์ |
| การคัดเลือกเพิ่มเติม | ผ่านเกณฑ์กองทัพบกก่อนขึ้นปี 2 | ผ่านเกณฑ์และกระบวนการที่ วพม. กำหนด |
| ค่าเล่าเรียน | ได้รับสิทธิประโยชน์ตามทุนกองทัพบก | ชำระค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายอื่น |
| สิทธิประโยชน์ | เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง เครื่องแต่งกาย และที่พัก | เป็นไปตามเงื่อนไขโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม |
| หลังเรียนจบ | แต่งตั้งเป็นว่าที่ร้อยตรีและบรรจุรับราชการในกองทัพบก | ปฏิบัติงานตามระบบจัดสรรนักศึกษาแพทย์ผู้ทำสัญญา |
| ระยะเวลาชดใช้ทุน | 2 เท่าของระยะเวลาการศึกษา | 3 ปี |
ค่าใช้จ่ายในการเรียนต้องเตรียมเท่าไร
เว็บไซต์รับสมัครของ วพม. แสดงข้อมูลค่าบำรุงการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์ตามระเบียบปี 2566 โดยเป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่ชั้นปีที่ 2–6 ดังนี้
| ชั้นปี | ค่าบำรุงการศึกษาต่อปี |
|---|---|
| ชั้นปีที่ 2 | 36,600 บาท |
| ชั้นปีที่ 3 | 38,300 บาท |
| ชั้นปีที่ 4 | 39,200 บาท |
| ชั้นปีที่ 5 | 37,800 บาท |
| ชั้นปีที่ 6 | 54,000 บาท |
| รวมชั้นปีที่ 2–6 | 205,900 บาท |
ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลตามระเบียบที่เว็บไซต์ วพม. นำมาเผยแพร่ และอาจเปลี่ยนแปลงได้ในปีการศึกษา 2570 นอกจากนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในชั้นปีที่ 1 ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เครื่องมือ หนังสือ อุปกรณ์การเรียน การเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเกิดขึ้น ผู้สมัครควรตรวจสอบประกาศเรียกเก็บเงินฉบับล่าสุดก่อนรายงานตัว สามารถดูข้อมูลหลักสูตรและค่าใช้จ่ายได้ที่ หน้าหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของ วพม.
เรียนแพทย์ที่ วพม. ต่างจากคณะแพทย์ทั่วไปอย่างไร
หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของ วพม. เป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรีทางวิชาชีพ ระยะเวลา 6 ปี ใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน และมีจำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 247 หน่วยกิต
ความแตกต่างสำคัญคือ วพม. เป็นสถาบันผลิตแพทย์ทหารของกองทัพ ผู้ได้รับทุนกองทัพบกจึงต้องเรียนรู้ทั้งวิชาแพทยศาสตร์ วินัยทหาร ระบบการบังคับบัญชา และการทำงานด้านเวชศาสตร์ทหาร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับราชการหลังสำเร็จการศึกษา
ผู้เรียนจะต้องสามารถปรับตัวกับระบบที่มีระเบียบวินัยสูง การแต่งเครื่องแบบ การฝึกวิชาทหาร กิจกรรมตามแบบธรรมเนียมทหาร ตลอดจนการเรียนและฝึกปฏิบัติงานทางการแพทย์ที่มีความเข้มข้น
ส่วนผู้เรียนประเภทโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม แม้มีสถานภาพเป็นนักศึกษาแพทย์ แต่ยังต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อกำหนด และระบบการศึกษาของ วพม.
เอกสารและเรื่องที่ควรเตรียมล่วงหน้า
ผู้สมัครควรเตรียมข้อมูลและเอกสารต่อไปนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพ
รายการเอกสารจริงอาจแตกต่างจากรายการข้างต้น ผู้สมัครต้องยึดประกาศเรียกสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพของ วพม. เป็นหลัก
ข้อควรระวังก่อนสมัคร วพม.
1. อย่าดูเฉพาะคำว่า “ทุน”
ทุนกองทัพบกกับทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่มให้สิทธิประโยชน์ไม่เหมือนกัน และมีเส้นทางหลังเรียนจบต่างกัน โดยกลุ่มโครงการผลิตแพทย์เพิ่มยังต้องชำระค่าเล่าเรียนตามที่กำหนด
2. ทุนกองทัพบกไม่ได้รับรองทันทีตั้งแต่ติด TCAS
ผู้สมัครเพศชายที่ประสงค์รับทุนกองทัพบกต้องผ่านการพิจารณาผลการเรียนชั้นปีที่ 1 การทดสอบทางจิตวิทยา การทดสอบความพร้อม บุคลิกภาพ และการสัมภาษณ์ ก่อนเข้าศึกษาชั้นปีที่ 2
3. เกณฑ์สุขภาพเข้มกว่าการสมัครคณะแพทย์ทั่วไปบางแห่ง
นอกจากคุณสมบัติของ กสพท ผู้สมัครต้องผ่านเกณฑ์ตรวจสุขภาพและคุณสมบัติเฉพาะของกรมแพทย์ทหารบกด้วย
4. ต้องสอบ A-Level ครบ 7 วิชา
การสมัครสอบไม่ครบหรือขาดสอบบางวิชาอาจทำให้ไม่มีคะแนนครบตามองค์ประกอบที่ กสพท ใช้คัดเลือก
5. ภาระชดใช้ทุนคือข้อผูกพันระยะยาว
ก่อนยืนยันความประสงค์ ผู้สมัครและผู้ปกครองควรอ่านสัญญาให้เข้าใจทั้งระยะเวลาชดใช้ทุน สถานที่ปฏิบัติงาน เงื่อนไขการลาออก และความรับผิดกรณีผิดสัญญา
ใครเหมาะกับการเรียนแพทย์ที่ วพม.
วพม. เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนแพทย์และพร้อมรับวิถีชีวิตที่มีระเบียบวินัยสูง สามารถปฏิบัติตามกฎและระบบการบังคับบัญชาได้ รวมถึงเข้าใจว่าการเรียนไม่ได้สิ้นสุดเพียงการได้รับปริญญา แต่มีภาระรับราชการหรือปฏิบัติงานชดใช้ทุนหลังสำเร็จการศึกษา
สำหรับผู้ที่สนใจทุนกองทัพบก ควรมีความตั้งใจเป็นแพทย์ทหารอย่างแท้จริง ไม่ควรเลือกเพียงเพราะมีเงินเดือน ที่พัก หรือสวัสดิการระหว่างเรียน เนื่องจากเส้นทางนี้มาพร้อมข้อผูกพันต่อกองทัพบกในระยะยาว
ส่วนผู้สมัครโครงการผลิตแพทย์เพิ่มต้องพร้อมรับผิดชอบค่าบำรุงการศึกษา และยอมรับระบบจัดสรรสถานที่ปฏิบัติงานหลังเรียนจบตามสัญญา
สรุป
วพม. เปิดรับนักศึกษาแพทย์ปีการศึกษา 2570 ผ่าน กสพท และ TCAS รอบที่ 3 รวม 110 คน แบ่งเป็นทุนกองทัพบก 20 คน รับเฉพาะเพศชาย และทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม 90 คน แบ่งเพศชายและหญิงอย่างละ 45 คน
นอกจากคะแนน TPAT1 และ A-Level แล้ว ผู้สมัครยังต้องผ่านคุณสมบัติด้านอายุ สัญชาติ สุขภาพ พิกัดร่างกาย การทดสอบทางจิตวิทยา และการสัมภาษณ์ตามที่ วพม. กำหนด
หัวใจสำคัญก่อนตัดสินใจสมัครคือ ผู้สมัครต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างสองประเภททุน โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ ค่าใช้จ่าย สถานภาพระหว่างเรียน และภาระชดใช้ทุนหลังสำเร็จการศึกษา เพราะเส้นทางของแพทย์ วพม. ไม่ได้ต้องการเพียงผู้ที่เรียนเก่ง แต่ต้องการผู้ที่พร้อมต่อวินัย ความรับผิดชอบ และการปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไขของสถาบันด้วย
แหล่งข้อมูลทางการ
- ประกาศหลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต วพม. ปีการศึกษา 2570
- เว็บไซต์วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
- ข้อมูลหลักสูตรและค่าใช้จ่าย วพม.
- ระบบรับสมัครและประกาศ กสพท
- ระบบ TCAS ของ ทปอ.
หมายเหตุ: วพม. สงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงจำนวนรับ กำหนดการ และรายละเอียดการคัดเลือกตามความเหมาะสม ผู้สมัครควรตรวจสอบประกาศของ วพม. กสพท และ ทปอ. ฉบับล่าสุดก่อนสมัคร ชำระเงิน ยืนยันสิทธิ์ และเข้ารับการตรวจสุขภาพทุกครั้ง
Eduzones.com — ชุมชนการศึกษาไทย