คนไทยเสพข่าวจากครีเอเตอร์สูงสุดในโลก TCCA สรุป 28 ไกด์ไลน์กำกับดูแลกันเอง หนุน Creator Economy - Brand Buffet

Published on 13 ต.ค. 2026

แชร์ :

อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ตลาด Creator Economy ของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากจำนวนครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน สร้างมูลค่าราว 45,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 25–30% ต่อปี ที่สำคัญเม็ดเงินส่วนใหญ่กระจายอยู่ในประเทศ

แม้อุตสาหกรรมจะมีขนาดใหญ่และมีบทบาทต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ “ครีเอเตอร์” ยังไม่ได้รับการยอมรับในฐานะ “อาชีพ” อย่างเป็นทางการ รวมทั้งขาดการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ที่ผ่านมาจึงเห็นคอนเทนต์ดราม่า ที่หวังยอดวิวสร้างรายได้ กลายเป็นประเด็นที่สังคมพูดถึงการกำกับดูแลการทำคอนเทนต์ในสื่อโซเชียล

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่าประเทศไทยเสพข่าวจากครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์เป็นอันดับหนึ่งของโลก มากกว่าดูจากสื่อโดยตรง

เดือนเมษายน 2569 จึงมีการเปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย” (Thailand Content Creator Association: TCCA) เพื่อทำหน้าที่เป็น “สมาคมวิชาชีพ” และองค์กรกลางในการยกระดับมาตรฐาน สนับสนุน และการกำกับดูแลครีเอเตอร์

สรุป 28 ไกด์ไลน์ครีเอเตอร์

คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker, iCreator Community และนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวว่าปัจจุบันคอนเทนต์ครีเอเตอร์มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เป็นผู้สื่อสารที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ความคิดเห็น ความคิด พฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้คน

การเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัลเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าสู่อาชีพครีเอเตอร์ได้หลากหลายขึ้น ทั้งอินฟลูเอนเซอร์ ไลฟ์สตรีมเมอร์ นักขายออนไลน์ ผู้ผลิตสื่อเฉพาะทาง

เมื่อบทบาทของครีเอเตอร์ขยายตัว ความรับผิดชอบย่อมเพิ่มขึ้น เพราะคอนเทนต์อาจส่งผลต่อบุคคล ผู้บริโภค แบรนด์ ชุมชน และสังคม การสร้างและเผยแพร่เนื้อหาจึงไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเชื่อมโยงกับจริยธรรม กฎหมาย สิทธิส่วนบุคคล การคุมครองผู้บริโภค ข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนข้อกำหนดเฉพาะของสินค้า บริการ และแพลตฟอร์ม

ที่ผ่านมาไม่มี Guideline (แนวทางปฏิบัติ) ที่เป็นมาตรฐานกลางให้เป็นแนวทางการทำงานของครีเอเตอร์ หลังจัดตั้งสมาคม TCCA จึงจัดทำแนวปฏิบัติขึ้นมา เพื่อเป็นกรอบใหม่ให้ครีเอเตอร์เข้าใจข้อควรระวัง สิทธิ หน้าที่ และแนวทางในการประกอบวิชาชีพ ตลอดจนสามารถสร้างและเผยแพร่เนื้อหาได้อย่างมีความรู้ รับผิดชอบ และเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

แนวปฏิบัติครอบคลุมประเด็นด้านจรรยาบรรณ กฎหมาย ความปลอดภัยในโลกออนไลน์ การใช้เทคโนโลยี มาตรฐานวิชาชีพ จริยธรรม และการกำกับดูแลสนับสนุนครีเอเตอร์ในระบบนิเวศสื่อ

โดยสรุป 28 แนวทางปฏิบัติวิชาชีพและจรรยาบรรณคอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Professional & Ethical Guidelines) ดังนี้

1. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารที่เคารพศักดิ์ศรี อัตลักษณ์ และความหลากหลาย

2. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นและการวิจารณ์

3. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารข่าว ข้อมูลสาธารณะ และความคิดเห็น

4. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเปิดเผยความสัมพันธ์กับผู้ว่าจ้างหรือผู้สนับสนุนเนื้อหา

5. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการสร้างเนื้อหา

6. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างเนื้อหา

7. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเด็กและเยาวชน

8. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเพศ เพศสัมพันธ์ และสรรพคุณทางเพศ

9. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารเหตุความรุนแรงและเหตุฉุกเฉิน

10. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารอย่างรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพสัตว์

11. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านสุขภาพ การแพทย์ การรักษา และการใช้ยา

12. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเครื่องสำอาง

13. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

14. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านผลิตภัณฑ์ยาสูบ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า

15. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านการพนัน การเสี่ยงโชค และสลาก

16. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านอาวุธ ปืน และวัตถุระเบิด

17. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านความเชื่อและการพยากรณ์

18. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านการเมือง การเลือกตั้ง และการชุมนุมสาธารณะ

19. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านการเงิน การลงทุน และสินทรัพย์ดิจิทัล

20. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยในโลกออนไลน์และกลโกงไซเบอร์

21. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และเผยแพร่เนื้อหาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

22. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสร้างคอนเทนต์เกมและอีสปอร์ต

23. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างเนื้อหาและการสื่อสาร

24. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีและการวางแผนภาษีสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์

25. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งทุนและสินเชื่อสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์

26. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลตนเองของคอนเทนต์ครีเอเตอร์

27. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของคอนเทนต์ครีเอเตอร์

28. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โดย 28 แนวทางปฏิบัติจะมีรายละเอียดที่หารือร่วมกับหน่วยงานที่กำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายต่างๆ มาแล้ว เช่น กระทรวงแรงงาน สาธารณสุข แพทยสภา ก.ล.ต.  อย.  กสทช. รวมทั้งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่เป็นช่องทางการเผยแพร่คอนเทนต์

แนวปฏิบัติบางหมวดมีกฎหมายกำกับชัดเจน บางหมวดไม่แน่ใจและมีข้อกังวลในการทำคอนเทนต์ เช่น การเงินการลงทุน, แม่และเด็ก, อาหารและยา, สื่อมวลชน จึงมีการเปิดรับฟังความเห็นจากกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

บทสรุปของแนวทางปฏิบัตินี้เป็นมาตรฐานกลางที่ใช้กำกับดูแลกันเอง (Self-regulation) ของคนในอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ โดยสมาคม TCCA เปรียบเหมือนเป็นผู้แจ้งเตือนหากครีเอเตอร์ทำผิดแนวทางปฏิบัติ แต่หากเข้าข่ายผิดกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ จะมีหน่วยงานและองค์กรที่รับผิดชอบเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายตามฐานความผิดนั้นๆ และสมาคมฯ จะแจ้งไปทางเอเจนซี่เพื่อพิจารณางดจ้างงานครีเอเตอร์ที่กระทำผิด

“ไกด์ไลน์นี้เริ่มจากการสร้างมาตรฐานเดียวกันในกลุ่มครีเอเตอร์ ใครไม่ผ่านมาตรฐานไม่ควรได้แสงในช่องทางใดๆ เอเจนซี่ไม่ควรให้งาน งานประกวดไม่ต้องมอบรางวัล และต้องให้แสงกลุ่มที่ทำตามมาฐานและส่งเสริม”

เจาะไกด์ไลน์การสื่อสาร-อาชีพครีเอเตอร์ที่ดี

คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ซีอีโอ บริษัทไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด และอุปนายกด้านการยกระดับครีเอเตอร์สู่สื่อสาธารณะ สรุปแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสาร ข่าว และข้อมูลสาธารณะ ดังนี้

– ตรวจสอบข้อมูลและต้นทาง
– แยกข้อเท็จจริง บทวิเคราะห์และความเห็น
– ใช้เนื้อหาผู้อื่นอย่างถูกต้อง
– โปร่งใสว่าใครเป็นผู้ผลิต
– คงบริบทความเข้าใจเดิมของต้นฉบับและเพิ่มคุณค่าของต้นฉบับเมื่อนำมาใช้
– เคารพสิทธิและเงื่อนไข
– ให้ความเป็นธรรมและเปิดโอกาสชี้แจง
– รับผิดชอบต่อผลกระทบและแก้ไขเมื่อจำเป็น

แนวปฏิบัตินี้ไม่ได้กำหนดให้ครีเอเตอร์ต้องเป็นนักข่าว แต่เมื่อสื่อสารข่าวหรือเรื่องที่มีผลต่อสาธารณะ ควรนำหลักสำคัญของวิชาชีพสื่อมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูล แยกข้อเท็จจริงออกจากความเห็น ใช้และอ้างอิงเนื้อหาของผู้อื่นอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ไปจนถึงเปิดเผยผลประโยชน์และรับผิดชอบต่อผลกระทบ เพื่อให้ผู้รับสารสามารถประเมินข้อมูลและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง

โดยการทำงานด้านการสื่อสารครีเอเตอร์จะมีบัตรชัดเจนว่าเป็น “ครีเอเตอร์” ที่แตกต่างจากบัตรนักข่าว (Press)

คุณอิสระ ฮาตะ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท รับทราบ โปรดักชั่น จำกัด และอุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ สรุปแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบอาชีพที่ดีของครีเอเตอร์ ดังนี้

– รู้บทบาทและคุณค่าของตน
– สร้างตัวตนและความน่าเชื่อถือ
– กำหนดบริการและค่าตอบแทน
– ตกลงขอบเขตงานและสัญญา
– บริหารสิทธิในผลงาน
– ทำงานกับแบรนด์อย่างเป็น Professional Partner
– จัดระบบงานและประเมินผล
– ดูแลความมั่นคงของตนเอง
– พัฒนาทีมและธุรกิจตามความเหมาะสม

แนวปฏิบัตรนี้มองครีเอเตอร์เป็น “อาชีพ” ที่สามารถเติบโตอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตคอนเทนต์ โดยครอบคลุมตั้งแต่การสร้างมูลค่าและความน่าเชื่อถือ การกำหนดค่าตอบแทน สัญญาและสิทธิในผลงานไปจนถึงการจัดระบบงาน สวัสดิการ ทีมและการพัฒนาไปสู่ธุรกิจ โดยไม่จำเป็นว่าครีเอเตอร์ทุกคนต้องมีบริษัทหรือทีมงาน

เดินหน้าใช้ไกด์ไลน์สิ้นปีนี้

คุณสุวิตา จรัญวงศ์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง เทลสกอร์ และอุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกกำกับดูแลวิชาชีพ กล่าวว่าหลังจากจัดทำ 28 แนวทางปฏิบัติและเปิดรับฟังความเห็นจากกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว คาดว่าจะสรุปรายละเอียดสุดท้ายเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติได้ภายในสิ้นปี 2569 และเดินหน้าขับเคลื่อนไกด์ไลน์นี้ในปี 2570

ในยุคดิจิทัล “จรรยาบรรณ” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะผู้คนต่างรุ่น ต่างความเชื่อ และมีแพลตฟอร์มดิจิทัลจากต่างชาติเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการกำกับพฤติกรรม การกำกับดูแลจึงต้องเชื่อมทั้งกฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพและกติการแพลตฟอร์ม โดยประเทศไทยมีฐานกฎหมายที่ครอบคลุมอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการแปลงกฎหมายเหล่านั้นให้เป็นแนวปฏิบัติที่เข้าใจและใช้ได้จริง ภายใต้ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่ายในระบบนิเวศครีเอเตอร์ให้เติบโต เพราะหากครีเอเตอร์ไทยแข็งแรง เม็ดเงินจะอยู่ในประเทศจากการจ้างทำคอนเทนต์

อ่านเพิ่มเติม

  • เปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย” (TCCA) หนุนตลาด 4.5 หมื่นล้าน วางมาตรฐานวิชาชีพ เพิ่มครีเอเตอร์น้ำดี-ลดสีเทา

Add LINE Official Account

แชร์ :