แชร์ :
อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ตลาด Creator Economy ของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากจำนวนครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน สร้างมูลค่าราว 45,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 25–30% ต่อปี ที่สำคัญเม็ดเงินส่วนใหญ่กระจายอยู่ในประเทศ
แม้อุตสาหกรรมจะมีขนาดใหญ่และมีบทบาทต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ “ครีเอเตอร์” ยังไม่ได้รับการยอมรับในฐานะ “อาชีพ” อย่างเป็นทางการ รวมทั้งขาดการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ที่ผ่านมาจึงเห็นคอนเทนต์ดราม่า ที่หวังยอดวิวสร้างรายได้ กลายเป็นประเด็นที่สังคมพูดถึงการกำกับดูแลการทำคอนเทนต์ในสื่อโซเชียล
จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่าประเทศไทยเสพข่าวจากครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์เป็นอันดับหนึ่งของโลก มากกว่าดูจากสื่อโดยตรง

เดือนเมษายน 2569 จึงมีการเปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย” (Thailand Content Creator Association: TCCA) เพื่อทำหน้าที่เป็น “สมาคมวิชาชีพ” และองค์กรกลางในการยกระดับมาตรฐาน สนับสนุน และการกำกับดูแลครีเอเตอร์
สรุป 28 ไกด์ไลน์ครีเอเตอร์
คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker, iCreator Community และนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวว่าปัจจุบันคอนเทนต์ครีเอเตอร์มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เป็นผู้สื่อสารที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ความคิดเห็น ความคิด พฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้คน
การเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัลเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าสู่อาชีพครีเอเตอร์ได้หลากหลายขึ้น ทั้งอินฟลูเอนเซอร์ ไลฟ์สตรีมเมอร์ นักขายออนไลน์ ผู้ผลิตสื่อเฉพาะทาง
เมื่อบทบาทของครีเอเตอร์ขยายตัว ความรับผิดชอบย่อมเพิ่มขึ้น เพราะคอนเทนต์อาจส่งผลต่อบุคคล ผู้บริโภค แบรนด์ ชุมชน และสังคม การสร้างและเผยแพร่เนื้อหาจึงไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเชื่อมโยงกับจริยธรรม กฎหมาย สิทธิส่วนบุคคล การคุมครองผู้บริโภค ข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนข้อกำหนดเฉพาะของสินค้า บริการ และแพลตฟอร์ม
ที่ผ่านมาไม่มี Guideline (แนวทางปฏิบัติ) ที่เป็นมาตรฐานกลางให้เป็นแนวทางการทำงานของครีเอเตอร์ หลังจัดตั้งสมาคม TCCA จึงจัดทำแนวปฏิบัติขึ้นมา เพื่อเป็นกรอบใหม่ให้ครีเอเตอร์เข้าใจข้อควรระวัง สิทธิ หน้าที่ และแนวทางในการประกอบวิชาชีพ ตลอดจนสามารถสร้างและเผยแพร่เนื้อหาได้อย่างมีความรู้ รับผิดชอบ และเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
แนวปฏิบัติครอบคลุมประเด็นด้านจรรยาบรรณ กฎหมาย ความปลอดภัยในโลกออนไลน์ การใช้เทคโนโลยี มาตรฐานวิชาชีพ จริยธรรม และการกำกับดูแลสนับสนุนครีเอเตอร์ในระบบนิเวศสื่อ
โดยสรุป 28 แนวทางปฏิบัติวิชาชีพและจรรยาบรรณคอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Professional & Ethical Guidelines) ดังนี้
1. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารที่เคารพศักดิ์ศรี อัตลักษณ์ และความหลากหลาย
2. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นและการวิจารณ์
3. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารข่าว ข้อมูลสาธารณะ และความคิดเห็น
4. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเปิดเผยความสัมพันธ์กับผู้ว่าจ้างหรือผู้สนับสนุนเนื้อหา
5. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการสร้างเนื้อหา
6. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างเนื้อหา
7. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเด็กและเยาวชน
8. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเพศ เพศสัมพันธ์ และสรรพคุณทางเพศ
9. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารเหตุความรุนแรงและเหตุฉุกเฉิน
10. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารอย่างรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพสัตว์
11. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านสุขภาพ การแพทย์ การรักษา และการใช้ยา
12. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเครื่องสำอาง
13. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
14. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านผลิตภัณฑ์ยาสูบ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า
15. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านการพนัน การเสี่ยงโชค และสลาก
16. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านอาวุธ ปืน และวัตถุระเบิด
17. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านความเชื่อและการพยากรณ์
18. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านการเมือง การเลือกตั้ง และการชุมนุมสาธารณะ
19. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านการเงิน การลงทุน และสินทรัพย์ดิจิทัล
20. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยในโลกออนไลน์และกลโกงไซเบอร์
21. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และเผยแพร่เนื้อหาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
22. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสร้างคอนเทนต์เกมและอีสปอร์ต
23. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างเนื้อหาและการสื่อสาร
24. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีและการวางแผนภาษีสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์
25. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งทุนและสินเชื่อสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์
26. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลตนเองของคอนเทนต์ครีเอเตอร์
27. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของคอนเทนต์ครีเอเตอร์
28. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
โดย 28 แนวทางปฏิบัติจะมีรายละเอียดที่หารือร่วมกับหน่วยงานที่กำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายต่างๆ มาแล้ว เช่น กระทรวงแรงงาน สาธารณสุข แพทยสภา ก.ล.ต. อย. กสทช. รวมทั้งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่เป็นช่องทางการเผยแพร่คอนเทนต์
แนวปฏิบัติบางหมวดมีกฎหมายกำกับชัดเจน บางหมวดไม่แน่ใจและมีข้อกังวลในการทำคอนเทนต์ เช่น การเงินการลงทุน, แม่และเด็ก, อาหารและยา, สื่อมวลชน จึงมีการเปิดรับฟังความเห็นจากกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
บทสรุปของแนวทางปฏิบัตินี้เป็นมาตรฐานกลางที่ใช้กำกับดูแลกันเอง (Self-regulation) ของคนในอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ โดยสมาคม TCCA เปรียบเหมือนเป็นผู้แจ้งเตือนหากครีเอเตอร์ทำผิดแนวทางปฏิบัติ แต่หากเข้าข่ายผิดกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ จะมีหน่วยงานและองค์กรที่รับผิดชอบเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายตามฐานความผิดนั้นๆ และสมาคมฯ จะแจ้งไปทางเอเจนซี่เพื่อพิจารณางดจ้างงานครีเอเตอร์ที่กระทำผิด
“ไกด์ไลน์นี้เริ่มจากการสร้างมาตรฐานเดียวกันในกลุ่มครีเอเตอร์ ใครไม่ผ่านมาตรฐานไม่ควรได้แสงในช่องทางใดๆ เอเจนซี่ไม่ควรให้งาน งานประกวดไม่ต้องมอบรางวัล และต้องให้แสงกลุ่มที่ทำตามมาฐานและส่งเสริม”

เจาะไกด์ไลน์การสื่อสาร-อาชีพครีเอเตอร์ที่ดี
คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ซีอีโอ บริษัทไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด และอุปนายกด้านการยกระดับครีเอเตอร์สู่สื่อสาธารณะ สรุปแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสาร ข่าว และข้อมูลสาธารณะ ดังนี้
– ตรวจสอบข้อมูลและต้นทาง
– แยกข้อเท็จจริง บทวิเคราะห์และความเห็น
– ใช้เนื้อหาผู้อื่นอย่างถูกต้อง
– โปร่งใสว่าใครเป็นผู้ผลิต
– คงบริบทความเข้าใจเดิมของต้นฉบับและเพิ่มคุณค่าของต้นฉบับเมื่อนำมาใช้
– เคารพสิทธิและเงื่อนไข
– ให้ความเป็นธรรมและเปิดโอกาสชี้แจง
– รับผิดชอบต่อผลกระทบและแก้ไขเมื่อจำเป็น
แนวปฏิบัตินี้ไม่ได้กำหนดให้ครีเอเตอร์ต้องเป็นนักข่าว แต่เมื่อสื่อสารข่าวหรือเรื่องที่มีผลต่อสาธารณะ ควรนำหลักสำคัญของวิชาชีพสื่อมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูล แยกข้อเท็จจริงออกจากความเห็น ใช้และอ้างอิงเนื้อหาของผู้อื่นอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ไปจนถึงเปิดเผยผลประโยชน์และรับผิดชอบต่อผลกระทบ เพื่อให้ผู้รับสารสามารถประเมินข้อมูลและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง
โดยการทำงานด้านการสื่อสารครีเอเตอร์จะมีบัตรชัดเจนว่าเป็น “ครีเอเตอร์” ที่แตกต่างจากบัตรนักข่าว (Press)
คุณอิสระ ฮาตะ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท รับทราบ โปรดักชั่น จำกัด และอุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ สรุปแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบอาชีพที่ดีของครีเอเตอร์ ดังนี้
– รู้บทบาทและคุณค่าของตน
– สร้างตัวตนและความน่าเชื่อถือ
– กำหนดบริการและค่าตอบแทน
– ตกลงขอบเขตงานและสัญญา
– บริหารสิทธิในผลงาน
– ทำงานกับแบรนด์อย่างเป็น Professional Partner
– จัดระบบงานและประเมินผล
– ดูแลความมั่นคงของตนเอง
– พัฒนาทีมและธุรกิจตามความเหมาะสม
แนวปฏิบัตรนี้มองครีเอเตอร์เป็น “อาชีพ” ที่สามารถเติบโตอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตคอนเทนต์ โดยครอบคลุมตั้งแต่การสร้างมูลค่าและความน่าเชื่อถือ การกำหนดค่าตอบแทน สัญญาและสิทธิในผลงานไปจนถึงการจัดระบบงาน สวัสดิการ ทีมและการพัฒนาไปสู่ธุรกิจ โดยไม่จำเป็นว่าครีเอเตอร์ทุกคนต้องมีบริษัทหรือทีมงาน
เดินหน้าใช้ไกด์ไลน์สิ้นปีนี้
คุณสุวิตา จรัญวงศ์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง เทลสกอร์ และอุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกกำกับดูแลวิชาชีพ กล่าวว่าหลังจากจัดทำ 28 แนวทางปฏิบัติและเปิดรับฟังความเห็นจากกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว คาดว่าจะสรุปรายละเอียดสุดท้ายเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติได้ภายในสิ้นปี 2569 และเดินหน้าขับเคลื่อนไกด์ไลน์นี้ในปี 2570
ในยุคดิจิทัล “จรรยาบรรณ” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะผู้คนต่างรุ่น ต่างความเชื่อ และมีแพลตฟอร์มดิจิทัลจากต่างชาติเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการกำกับพฤติกรรม การกำกับดูแลจึงต้องเชื่อมทั้งกฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพและกติการแพลตฟอร์ม โดยประเทศไทยมีฐานกฎหมายที่ครอบคลุมอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการแปลงกฎหมายเหล่านั้นให้เป็นแนวปฏิบัติที่เข้าใจและใช้ได้จริง ภายใต้ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่ายในระบบนิเวศครีเอเตอร์ให้เติบโต เพราะหากครีเอเตอร์ไทยแข็งแรง เม็ดเงินจะอยู่ในประเทศจากการจ้างทำคอนเทนต์
อ่านเพิ่มเติม
- เปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย” (TCCA) หนุนตลาด 4.5 หมื่นล้าน วางมาตรฐานวิชาชีพ เพิ่มครีเอเตอร์น้ำดี-ลดสีเทา
แชร์ :
