Techsauce ไม่ใช่แค่งาน Conference แต่คือแพลตฟอร์ม ที่ประเทศไทยควรภาคภูมิใจ : ถอดความและเรียบเรียงจากคำกล่าวปิดงานของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. ในงาน Techsauce Global Summit 2026

Published on 29 ส.ค. 2026

วันนี้ Techsauce ไม่ได้เป็นเพียงงาน Conference อีกต่อไปแล้ว Techsauce คือแพลตฟอร์ม และเป็นสิ่งที่ประเทศไทยควรภาคภูมิใจ ผมพร้อมเป็นพันธมิตรที่ดีกับ Techsauce เพื่อรับฟังว่าสิ่งที่ผู้คนพูดคุยกันภายในงานนี้ มีเรื่องใดที่รัฐบาลสามารถนำไปต่อยอดได้บ้าง มีนโยบายใดที่ควรปรับเปลี่ยน และมีเสียงใดจากผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้เข้าร่วมงานที่ภาครัฐควรรับฟัง เพื่อช่วยให้ประเทศเดินไปข้างหน้า

ถอดความและเรียบเรียงจากคำกล่าวของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. ในงาน Techsauce Global Summit 2026 

"วันนี้ Techsauce Global Summit 2026 เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว แต่ก่อนที่งานจะจบลง ผมอยากกล่าวถึงบุคคลสำคัญคนหนึ่ง

ผมรู้จักมิหมี อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Techsauce มาหลายปี และรู้สึกประทับใจกับสิ่งที่เธอทำมาตลอด ครั้งแรกที่เราได้พบกันคือที่ร้านกาแฟใน MIT Media Lab ตอนนั้นผมพยายามอย่างมากเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด แต่มิหมีทำสิ่งนี้มาแล้วหลายปี เธอเดินทางไปทั่วโลกเพื่อค้นหาโอกาส และทำให้บริษัทต่างชาติรู้จักประเทศไทยในฐานะแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และโอกาสเข้าด้วยกัน

สิ่งที่มิหมีพยายามสร้างมาตลอด คือพื้นที่ที่ช่วยให้ Deep Technology เกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย และช่วยให้ผู้คนได้พบและเชื่อมต่อกัน สิ่งนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความสำเร็จของบริษัทและสตาร์ทอัพหลายแห่ง ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้นมีทั้งการทำงานอย่างหนักของ มิหมี และทีม Techsauce วันนี้ประเทศไทยจึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ทั่วโลกรู้จักสำหรับบริษัทสตาร์ทอัพ

ผมอยากให้ทุกคนปรบมือให้ มิหมี และทีม Techsauce ครับ

วันนี้ Techsauce ขยายขอบเขตไปไกลกว่าคอมพิวเตอร์หรือ AI เราได้เห็นทั้งเรื่อง Wellness, FoodTech และเทคโนโลยีอีกหลากหลายสาขาที่เชื่อมโยงกัน เพราะเมื่อเราพูดถึง AI เราไม่ได้พูดถึงเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่กำลังพูดถึงเทคโนโลยีที่ช่วยต่อยอดการใช้งานได้มากมาย ทั้งสุขภาพ วิทยาศาสตร์อาหาร ข้อมูล และเรื่องอื่น ๆ อีกมาก

ในงานครั้งนี้ เรามีทั้งสถานทูตและผู้คนจากระบบนิเวศนวัตกรรมทั่วโลกมาร่วมงาน สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะหากโลกต้องการรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ โรคระบาด หรือปัญหาเร่งด่วนอื่น ๆ เราไม่สามารถทำงานอยู่เพียงประเทศเดียวได้

เมื่อโลกเชื่อมต่อกัน เราจะมีพลังมากขึ้นในการสร้างผลกระทบและช่วยเหลือผู้คน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือวิกฤต COVID-19 หากมีเพียงประเทศเดียวที่พยายามพัฒนาวัคซีน เราคงไม่สามารถผลิตวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีล้ำหน้าและนำมาใช้กับผู้คนทั่วโลกได้สำเร็จ

ในอดีตเราเคยพูดถึงโลกาภิวัตน์ แต่วันนี้หลายคนบอกว่าโลกกำลังแตกออกเป็นส่วน ๆ ผมคิดว่าการอยู่ในโลกที่แบ่งแยกเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องดี เทคโนโลยีควรช่วยเปิดโอกาสให้กับทุกคน สิ่งนี้คือสิ่งที่เราเรียกว่า Science Diplomacy และ Innovation Diplomacy

หากนักการเมืองมีปัญหาระหว่างกัน ก็ให้เป็นเรื่องของการเมือง แต่เราควรแยกเทคโนโลยีออกจากความขัดแย้งทางการเมือง เพราะเทคโนโลยีสามารถสร้างสิ่งที่ดีให้กับมนุษย์ได้

สตาร์ทอัพหนึ่งบริษัทอาจใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยชีวิตเด็กที่กำลังป่วยด้วยโรคร้ายแรง เราจึงไม่ควรเสียเวลาไปกับการถกเถียงว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นของประเทศใด แม้สิทธิบัตรจะมีระยะเวลาคุ้มครองประมาณ 20 ปี แต่ท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์ควรมีโอกาสเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีชั้นสูง

เทคโนโลยีที่ดีไม่ควรเป็นของคนเพียงคนเดียวหรือบริษัทเพียงบริษัทเดียว แต่ควรสร้างประโยชน์ให้กับมนุษยชาติ นี่คือความงดงามของเทคโนโลยี และเป็นสิ่งที่กติกาและนโยบายระดับโลกควรมุ่งไปให้ถึง

ตลอดสามวันของงาน ผมได้เห็นบริษัทสตาร์ทอัพจำนวนมาก สำหรับผู้ประกอบการ ขั้นตอนต่อไปคือกลับไปพิจารณาว่าคุณได้รับเสียงตอบรับอะไรจากงานครั้งนี้ หากบูธของคุณมีผู้คนเข้ามาพูดคุยจำนวนมาก นั่นอาจแสดงว่าคุณกำลังทำบางอย่างได้ดี แต่หากยังไม่มีคนเข้ามาสนใจมากนัก ก็อาจเป็นสัญญาณว่าคุณต้องปรับปรุงหรือทดลองทำสิ่งใหม่

นี่คือ Feedback ที่มีคุณค่ามาก ตลอดทั้งสามวัน คุณได้เรียนรู้จากผู้คนมากมาย ได้เห็นทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่เคยล้มเหลว ประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคุณ

สำหรับนักลงทุน งานเดียวเปิดโอกาสให้คุณได้พบผู้ประกอบการจำนวนมาก ได้เห็นแนวโน้มใหม่ และได้ค้นพบโอกาสการลงทุนที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อน

ส่วนคนรุ่นใหม่ที่กำลังถามว่าสตาร์ทอัพจะเป็นอนาคตหรือไม่ ผมอยากบอกว่า หากคุณคิดเพียงเรื่องเงินลงทุนหรือคิดถึงเฉพาะบริษัทของตัวเอง คุณอาจไม่สามารถชนะใจผู้คนและนักลงทุนได้

แต่หากคุณคิดถึงผู้ใช้ คิดถึงโลก และคิดถึงปัญหาจริงที่ต้องแก้ เงินจะตามมาในภายหลัง เพราะคุณไม่ได้กำลังคิดถึงตัวเองหรือบริษัทของคุณเพียงอย่างเดียว คุณกำลังคิดถึงผู้คน นี่คือความแตกต่างที่สำคัญ และคุณสามารถเรียนรู้เรื่องนี้ได้จากบริษัทที่ประสบความสำเร็จซึ่งมาร่วมงานในครั้งนี้

วันนี้ Techsauce ไม่ได้เป็นเพียงงาน Conference อีกต่อไปแล้ว

Techsauce คือแพลตฟอร์ม และเป็นสิ่งที่ประเทศไทยควรภาคภูมิใจ

ผมพร้อมเป็นพันธมิตรที่ดีกับ Techsauce เพื่อรับฟังว่าสิ่งที่ผู้คนพูดคุยกันภายในงานนี้ มีเรื่องใดที่รัฐบาลสามารถนำไปต่อยอดได้บ้าง มีนโยบายใดที่ควรปรับเปลี่ยน และมีเสียงใดจากผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้เข้าร่วมงานที่ภาครัฐควรรับฟัง เพื่อช่วยให้ประเทศเดินไปข้างหน้า.

สุดท้ายนี้ ผมอยากสื่อสารไปถึงทั้งคนไทยและผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกว่า ประเทศไทยจะรักษาความเป็นกลาง และตั้งใจเป็นประเทศที่ทุกฝ่ายไว้วางใจได้

เราให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิของบริษัทใดก็ควรเป็นสิทธิของบริษัทนั้น กฎระเบียบของประเทศไทยควรได้รับการปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เรากำลังดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของ OECD และมาตรฐานระหว่างประเทศอื่น ๆ

ประเทศไทยต้องการเป็นหนึ่งในจุดหมายสำหรับ Open Innovation ของบริษัทขนาดใหญ่ เราต้องการเปิดพื้นที่การผลิตในระดับกลาง เพื่อให้บริษัทสามารถเข้ามาทดสอบเทคโนโลยีล้ำสมัย และใช้ประเทศไทยเป็น Living Lab

เราจะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการเข้ามาทำงานและลงทุนในประเทศไทย หากคุณต้องการทำวิจัยและพัฒนาร่วมกับคนไทย เราก็พร้อมต้อนรับเช่นกัน

สำหรับผู้ที่ไม่ใช่คนไทย ที่นี่คือดินแดนแห่งรอยยิ้ม และเป็นประเทศที่เปิดรับทุกคนซึ่งต้องการสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับโลก

ผมตั้งตารอว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นจากบทสนทนาและความร่วมมือที่เริ่มต้นขึ้นภายในงานครั้งนี้ และหวังว่าจะได้พบกับทุกคนอีกครั้งใน Techsauce Global Summit 2027

สำหรับธีมของงานในปีหน้า เราควรช่วยกันคิด ไม่ควรปล่อยให้ Techsauce ต้องคิดอยู่เพียงลำพัง เพราะวันนี้ Techsauce ได้กลายเป็นหนึ่งใน Signature ของประเทศไทยแล้ว

เราจึงควรร่วมกันใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อยกระดับสตาร์ทอัพ และผลักดันความสำเร็จของคนไทย ไม่ใช่เพื่อคนไทยเท่านั้น แต่เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนทั่วโลก

ขอบคุณครับ"

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวปิดงาน Techsauce Global Summit 2026