บริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) แพลตฟอร์ม Influencer Marketing สัญชาติไทย จัดงาน Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ณ Grande Centre Point Lumphini โดยปีนี้ LINE MAN Wongnai เข้ามาร่วมเติมภาพ Content-to-Commerce ให้ชัดขึ้น ผ่านศักยภาพของ On-Demand Commerce และ Local Insight ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก สอดรับกับทิศทาง Creator Economy ไทยที่กำลังขยับจากการให้น้ำหนักกับยอดวิวและจำนวนผู้ติดตามเป็นหลัก ไปสู่การให้ความสำคัญกับคุณภาพของกลุ่มผู้ชม ความน่าเชื่อถือ และผลลัพธ์ทางธุรกิจมากขึ้น

โดยคอนเทนต์ของครีเอเตอร์มีบทบาทตลอด Customer Journey ตั้งแต่การสร้าง Awareness ไปสู่ Consideration และ Conversion โดยคาดการณ์ว่าในปี 2027 ตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content Creator) และเศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 60,000 ล้านบาท

นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด ผู้จัดงาน Thailand Influencer Awards และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวว่า Creator Economy ไทยกำลังขยับจากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความนิยม ไปสู่ตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความเป็นมืออาชีพ และผลลัพธ์มากขึ้น โดยยอดผู้ติดตาม ยอดวิว และการมีส่วนร่วมยังมีความสำคัญ แต่ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจของแบรนด์อีกต่อไป นักการตลาดจึงมองลึกกว่าจำนวนผู้ติดตาม โดยพิจารณาทั้ง Audience Fit คุณภาพของความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม และบทบาทของคอนเทนต์ใน Customer Journey ว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ตั้งแต่ Awareness ไปสู่ Consideration, Conversion และ Advocacy ได้มากน้อยเพียงใด

“ครีเอเตอร์กำลังขยับจากการเป็นช่องทางสื่อสาร มาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจ (Business Infrastructure) ของแบรนด์ จากเดิมที่หลายแคมเปญให้น้ำหนักกับ Awareness, Engagement หรือ Click วันนี้บทบาทของครีเอเตอร์ครอบคลุม Customer Lifecycle มากขึ้น ตั้งแต่ Awareness และ Consideration ไปสู่ Conversion ผ่านโมเดลอย่าง Affiliate รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาวและ Trust ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างได้ยากที่สุด แต่มีความสำคัญอย่างมากต่อแบรนด์
สิ่งที่นักการตลาดเริ่มถามมากขึ้นจึงไม่ใช่เพียงว่าคอนเทนต์ไหนยอดวิวดี แต่ต้องตอบต่อให้ได้ว่า ทำไมคอนเทนต์นั้นถึงทำงาน ผู้ชมตอบสนองต่อสารอย่างไร ครีเอเตอร์คนไหนสร้างได้ทั้ง Performance และ Trust และอะไรควรนำกลับไปใช้ในแคมเปญถัดไป เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดทั้งการวางแผน การเลือกครีเอเตอร์ และการขยายผลผ่าน Paid Media เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากขึ้น
อีกหนึ่งตัวเลขที่สะท้อนมูลค่าของ Creator Economy คือ ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา Tellscore สร้างโอกาสงานและรายได้ให้ครีเอเตอร์ไทยรวมแล้วกว่า 900 ล้านบาท สะท้อนว่า Creator Economy ไม่ได้เติบโตเพียงในมิติของยอดวิวหรือเม็ดเงินการตลาด แต่กำลังสร้าง รายได้ อาชีพ และมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้เกิดขึ้นกับคนทำงานในอุตสาหกรรม ขณะที่บทบาทของครีเอเตอร์เองก็ขยายจาก Media Channel ไปสู่หนึ่งในกลไกที่สร้างมูลค่าให้กับแบรนด์และระบบนิเวศธุรกิจมากขึ้น
เมื่อบทบาทของครีเอเตอร์ขยายไปถึงผลลัพธ์ทางธุรกิจ การอ่านข้อมูลให้ลึกกว่าตัวเลขบนหน้าจอจึงมีความสำคัญมากขึ้น Tellscore จึงพัฒนา Content Score™ เครื่องมือวิเคราะห์คอนเทนต์ (Content Analytics Tool) ที่ประมวลผลข้อมูลเป็น Ready-to-Use Report เพื่อสรุปข้อเสนอแนะสำหรับการปรับกลยุทธ์คอนเทนต์ การเลือกครีเอเตอร์ การวิเคราะห์คู่แข่ง และการวางแผนแคมเปญครั้งต่อไป
ขณะเดียวกัน AI ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตคอนเทนต์ แต่ทำให้คุณค่าของมนุษย์ขยับไปอยู่ที่ วิจารณญาณ รสนิยม ประสบการณ์ มุมมอง และความน่าเชื่อถือมากขึ้น Tellscore จึงมองว่าครีเอเตอร์ต้องเติบโตควบคู่กับมาตรฐานด้านความถูกต้อง ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม และความเป็นมืออาชีพ” นางสาวสุวิตากล่าว

ด้าน ดร.วีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ On-demand Services, LINE MAN Wongnai เปิดมุมมองว่า ครีเอเตอร์มีบทบาทสำคัญในการย่น Customer Journey ตั้งแต่การค้นพบร้านไปจนถึงการสั่งซื้อ โดยเฉพาะ Micro และ Local Creator ที่ช่วยให้ร้านอาหารขนาดเล็กและร้านท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่หรือกลุ่มความสนใจที่ตรงกันได้มากขึ้น ปัจจุบัน LINE MAN มีผู้ใช้งานประจำรายเดือนมากกว่า 10 ล้านราย ร้านอาหารพันธมิตรมากกว่า 520,000 ร้าน และไรเดอร์กับคนขับมากกว่า 290,000 ราย ให้บริการครอบคลุมครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ
“พฤติกรรมบนแพลตฟอร์ม On-Demand ต่างจากการเสพสื่อทั่วไป เพราะผู้ใช้จำนวนมากเข้ามาพร้อมความต้องการที่ชัดเจน ทำให้เส้นทางจากการค้นพบไปสู่การตัดสินใจซื้อสั้นลง โจทย์จึงไม่ใช่แค่สร้าง Awareness แต่ต้องเข้าไปอยู่ในจังหวะที่ผู้บริโภคกำลังตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูง LINE MAN ใช้ข้อมูลและ AI ทำความเข้าใจพฤติกรรม พื้นที่ ช่วงเวลา และความต้องการของผู้ใช้ เพื่อเชื่อมร้านและเมนูที่เหมาะสมเข้ากับผู้บริโภค จากเดิมที่การตลาดวัดกันที่ Reach วันนี้ต้องมองต่อไปถึง Result และยอดขายที่เกิดขึ้นด้วย” ดร.วีระพงศ์กล่าว
ในมุมของร้านอาหาร เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มจึงมีบทบาทในการช่วยให้ร้านถูกค้นพบท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น ขณะที่คอนเทนต์จากครีเอเตอร์สามารถช่วยสร้าง Demand และเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้กับร้านในพื้นที่ได้มากขึ้น
สำหรับปี 2027 ดร.วีระพงศ์ มองว่า Affiliate Marketing จะมีบทบาทมากขึ้น จากเครื่องมือทางการตลาดไปสู่โมเดลที่เชื่อม Creator, Commerce และรายได้เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การสร้างความสนใจ ความเชื่อมั่น ไปจนถึงการเกิดคำสั่งซื้อ ซึ่งสร้างโอกาสทั้งให้ครีเอเตอร์ ร้านค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องใน Ecosystem
จุดแข็งร่วมกันของ Tellscore และ LINE MAN จึงอยู่ที่ Local Insight หรือความเข้าใจตลาดไทย โดย Tellscore เชื่อมแบรนด์และครีเอเตอร์ ขณะที่ LINE MAN เชื่อมผู้บริโภค ร้านค้า และการสั่งซื้อ สะท้อนทิศทาง Creator Marketing ที่กำลังขยับจากการสร้าง Awareness ไปสู่ Demand และ Business Outcome ที่วัดผลได้มากขึ้น
ภายในงานยังมี Keynote และ Panel Discussion ที่สะท้อน Creator Economy ในหลายมิติ ตั้งแต่ “Creator Economy 2026” โดย สุวิตา จรัญวงศ์ (Tellscore), การสร้างแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ใน “From Ready-to-Eat Food to Memorable Brand” โดย กุลเกตุ โตทับเที่ยง (ปุ้มปุ้ย) และ อรรถพล โพธิ์หาญรัตนกุล หรือโค้ดดี้ (GoodDay Official) ไปจนถึงมุมมองการทำงานร่วมกันระหว่างเอเจนซีและครีเอเตอร์ใน “Agencies – Creators Collaboration: What Makes Creators Agency-Ready?” โดย ทสร บุณยเนตร (Ogilvy Thailand) และ ดิศรา อุดมเดช (Yell Worldwide)
นอกจากนี้ยังครอบคลุมบทบาทของ Creator ในอุตสาหกรรม MICE ผ่าน ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ (TCEB), พอล สิริสันต์ (Cloud 11) และจักรพันธ์ วงศ์คณิต หรือบอส (Sneak Out หนีเที่ยว) การท่องเที่ยวไทยโดย นิธี สีแพร (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) และกันตพัฒน์ พฤฒิธรรมกูล (กอล์ฟมาเยือน) ตลอดจนการหลอมรวมของ Game, Film, Character, Music และ Series โดย ดร.สักกเวท ยอแสง (depa), ณฐพล บุญประกอบ และธนิษฐ์ เจียรสวัสดิ์วัฒนา (นัดเป็ด) ก่อนปิดช่วงเสวนาด้วย “ACTTention: Turn Attention into Action” โดย ดร.วีระพงศ์ โก (LINE MAN Wongnai) และสุวิตา จรัญวงศ์ (Tellscore) ที่ชวนมองการเปลี่ยน Attention ของผู้บริโภคไปสู่ Action และ Business Outcome ตอกย้ำทิศทาง Creator Economy ที่กำลังเชื่อม Content, Community และ Commerce เข้าด้วยกันมากขึ้น
งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “CREATOR PULSE – ชีพจรนำทางในยุคแห่งความซับซ้อนอันสร้างสรรค์” พร้อมยึดเกณฑ์การตัดสิน 5 ด้าน ได้แก่ Creativity, Storytelling, Impact, Personal Branding & Community และ Social Conscience สะท้อนมาตรฐานของ Creator ที่ไม่ได้วัดจากความนิยมเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมทั้งคุณภาพของผลงาน การสร้าง Community ผลกระทบ และความรับผิดชอบต่อสังคม
การจัดงานในปีนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของครีเอเตอร์ แบรนด์ และเอเจนซี แต่ยังสะท้อนพัฒนาการของ Creator Economy ไทยที่กำลังเชื่อม Content, Data และ Commerce เข้าหากันมากขึ้น ขณะที่ความน่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพ และความสามารถในการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของตลาดในระยะต่อไป
ติดตามผลการประกาศรางวัล Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandinfluencerawards.com หรือ www.tellscore.com สำหรับแบรนด์ที่สนใจวางแผน Influencer Marketing Campaign สามารถติดต่อ Tellscore ได้ที่ LINE: @TellscoreMarketer หรือ https://shorturl.at/gWLUF
Tags
Related Posts
บริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) แพลตฟอร์ม Influencer Marketing สัญชาติไทย จัดงาน Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ณ Grande Centre Point Lumphini โดยปีนี้ LINE MAN Wongnai เข้ามาร่วมเติมภาพ Content-to-Commerce ให้ชัดขึ้น ผ่านศักยภาพของ On-Demand Commerce และ Local Insight ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก สอดรับกับทิศทาง Creator Economy ไทยที่กำลังขยับจากการให้น้ำหนักกับยอดวิวและจำนวนผู้ติดตามเป็นหลัก ไปสู่การให้ความสำคัญกับคุณภาพของกลุ่มผู้ชม ความน่าเชื่อถือ และผลลัพธ์ทางธุรกิจมากขึ้น โดยคอนเทนต์ของครีเอเตอร์มีบทบาทตลอด Customer Journey ตั้งแต่การสร้าง Awareness ไปสู่ Consideration และ Conversion โดยคาดการณ์ว่าในปี 2027 ตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content Creator) และเศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 60,000 ล้านบาท นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด ผู้จัดงาน Thailand Influencer Awards และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวว่า Creator Economy ไทยกำลังขยับจากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความนิยม ไปสู่ตลาดที่
21 กันยายน 2569
แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับบริการเรียกรถที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งยอดใช้บริการเรียกรถในสนามบินจะเติบโตขึ้นราว 35-40% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ลุยปรับพื้นที่ ขยายจุดรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 12 เลน พร้อมเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ ระบบ “PIN” ที่ช่วยจัดคิวและจับคู่ผู้ใช้บริการกับคนขับรถที่พร้อมให้บริการ และ “Airport Pickup” บริการจองรถรับที่สนามบินล่วงหน้าที่มีระบบติดตามสถานะเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สะดวก รวดเร็ว และราบรื่นยิ่งขึ้น นางสาวอริสา หล่อทองไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้าง GDP ให้กับประเทศ โดยสนามบินถือเป็นด่านหน้าที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกๆ วัน ทั้งนี้ ท่าอากาศยานไทย (หรือ AOT) คาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมากถึง 67.7 ล้านคน ทำให้การเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งถือเป็นช่
21 กันยายน 2569
ศูนย์การค้าเมกาบางนา (MEGABANGNA SHOPPING CENTRE) แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ทุกๆ วันมีความสุขมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE มอบประสบการณ์ความสุขที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นให้กับ ผู้ถือบัตรเครดิต CardX และบัตรเครดิต SCB WEALTH by CardX ผ่านแคมเปญ “สุข X4 กิน ช้อป คุ้ม ที่เมกาบางนา” ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569 มอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างครบครัน ทั้งการรับประทานอาหารจากร้านดัง การช้อปปิ้งจากแบรนด์ชั้นนำ และประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือระดับภายในศูนย์การค้า ให้ทุกการใช้จ่ายเปลี่ยนเป็นความคุ้มค่าที่มากกว่า พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาแห่งความสุข และความประทับใจในแบบที่พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับผู้ถือบัตรโดยเฉพาะ ผู้ถือบัตรเครดิต CardX และ SCB WEALTH by CardX สามารถรับสิทธิพิเศษ “สุข X4” ได้ดังนี้ คุ้ม 1: รับสิทธิพิเศษหรือส่วนลดสูงสุด 60%* ณ ร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมรายการภายในศูนย์ฯ ครอบคลุมทั้งหมวด Dining และ Shopping จากแบรนด์ชั้นนำมากมาย โดยร้านอาหารที่ร่วมรายการ ได้
21 กันยายน 2569
“ศุภจี” ชู 64 SMEs ต้นแบบจาก Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA สร้างมูลค่าเจรจา 571 ล้านบาท ย้ำไม่หยุดแค่เปิดตลาด ต้องโตต่อในตลาดโลก วันที่ 17 กันยายน 2569 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจ จำนวน 64 ราย ภายใต้โครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA” พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “FTA Fast Track เปิดมุมมอง สร้างโอกาส ต่อยอดธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก” โดยมี นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวรวุฒิ โปษกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วม นางศุภจี กล่าวว่า SMEs เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศเป็นธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยในจำนวนบริษัทที่จดทะเบียนเป็นนิติบุค
19 กันยายน 2569
บินโดรนส่งถึงมือลูกค้ากลุ่มแรก ณ 5 ไอคอนิกโลเคชันของกรุงเทพฯ ด้วยสัญญาณที่ดีที่สุดจาก True5G สัมผัส Luminaire Experience ที่ True Branding สยามสแควร์ ซอย 2 พร้อมความคุ้มค่า กับส่วนลดค่าเครื่องที่คุ้มสุด เมื่อนำเครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่ที่ทรู ดีแทค พิเศษ! “โปรน่าล็อก” ที่ล็อกราคาซื้อคืนปีหน้าและคุ้มครองเครื่องฟรี 1 ปี “คุ้มค่าตั้งแต่วันที่ซื้อ จนถึงวันที่เปลี่ยนเครื่องใหม่ปีหน้า” กรุงเทพฯ 18 กันยายน 2569 – เมื่อ iPhone 18 Pro ผสานพลัง True5G…ทุกวันจึงเริ่มต้นได้เหนือความคาดหมาย ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดประสบการณ์รับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ให้ลูกค้าทรู และดีแทค กลุ่มแรก ภายใต้แนวคิด “iPhone 18 Pro X True5G – Where Everyday Extraordinary Begins” พร้อมก้าวสู่บทใหม่ของ “FIRST TO EXTRAORDINARY. IT’S TRUE!” …ให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์เหนือความคาดหมายก่อนใคร เมื่อเป็นเจ้าของ iPhone 18 Pro รุ่นล่าสุด บนเครือข่ายที่ดีที่สุด True5G เร็ว แรง ทั่วไทย ปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ เติมเต็มโมเมนต์แรกของการเป็นเจ้าของผ่าน 3 ประสบการณ์พิเศษ ตั้งแต่ Extraordinary Delivery ส่งมอบ iPhone 18 Pro ด้วยประสบก
18 กันยายน 2569
เมื่อ “เสื้อผ้า” และ “อาหาร” ถูกมองว่าเป็นสองโลกที่ไม่น่าจะมาเจอกันได้ GQ ขอฉีกกฎเดิมของแฟชั่น ด้วยการพา “กลิ่น” จากเมนูโปรดมาอยู่บนเสื้อเป็นครั้งแรกของโลก กับเสื้อชวนหิว GQ WEAR THE FLAVOR เสื้อชวนหิวที่เปลี่ยนประสบการณ์การซื้อเสื้อผ้าให้กลายเป็นโมเมนต์ที่ทั้งมองเห็นและได้กลิ่นตั้งแต่เปิดกล่อง เพราะบางครั้งความทรงจำเกี่ยวกับอาหารไม่ได้เริ่มจากการชิม แต่อาจเริ่มจาก “กลิ่น” GQ จึงหยิบพฤติกรรมง่ายๆ ที่ทุกคนคุ้นเคยอย่างการดมอาหารก่อนกิน มาต่อยอดสู่แฟชั่นในรูปแบบที่คาดไม่ถึง จาก “ดมก่อนกิน” สู่ “กินก่อนใส่” กลายเป็นคอนเซ็ปต์ WEAR THE FLAVOR ที่ชวนให้คนไม่ได้เลือกเสื้อจากแค่สี ทรง หรือดีไซน์ แต่เลือกจาก “รสชาติที่อยากเป็น” ไม่ใช่แค่ “เสื้อมีกลิ่น” แต่คือประสบการณ์ใหม่ตั้งแต่เปิดกล่อง ความพิเศษของ GQ WEAR THE FLAVOR ไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเสื้อ แต่ถูกออกแบบให้เกิดประสบการณ์ตั้งแต่ วินาทีที่เปิดกล่อง เพียงแกะกล่อง กลิ่นประจำ Flavor จะออกมาทักทายทันที เปลี่ยนโมเมนต์ Unboxing ธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เหมือนกำลังเปิดกล่องเมนูโปรดจากสิ่งที่เคยเป็น “Unboxing เสื้อ” จึงกลายเป็น “Unboxing Flavor”
18 กันยายน 2569