“ออกกำลังกายรึยังค้าาาา” Tensia และผองเพื่อน เพจการแพทย์สายมีมที่อยากให้คนไทยใส่ใจสุขภาพ

Published on 17 ก.ย. 2026

ปกติแล้ว ช่วง 6 โมงเช้า ก่อนไปเรียนหรือทำงานสำหรับใครหลายคน คงเป็นช่วงเวลาอันสงบสุข อาจจะมีอาการงัวเงียตกค้างอยู่บ้างเพราะการนอนดึก แต่ไม่ว่าจะยังไง กิจวัตรในโมงยามนี้คือการหยิบมือถือขึ้นมาปัดหลังตื่นนอน ไถฟีดหรือไล่ดูคลิปสั้นบนโซเชียลฯ เพื่อหวังพึ่งโดพามีนเป็นสารกระตุ้นพร้อมรับวันใหม่

แต่พักหลังมานี้ ฟีดที่เคยไถอยู่ทุกวันกลับผิดปกติ จู่ๆ ภาพผู้หญิงปริศนาผมยาวสีฟ้าอมม่วงก็ปรากฎตัวขึ้น เธอสวมชุดเดรสลายลูกไม้สีม่วง ในมือถือรองเท้าวิ่งหนึ่งคู่ พร้อมคำพูดว่า “6 โมงแล้ว ออกกำลังกายรึยังค้าาาา” ปฏิกิริยาโต้ตอบคือการเลื่อนผ่านโดยไม่สนใจ แต่ไม่ทันไร เธอก็ปรากฏตัวอีกครั้ง! คราวนี้เลื่อนหนีกี่ทีก็หนีไม่พ้น

สำหรับใครที่ช่วงนี้กำลังเจอกับสถานการณ์ข้างต้น ไม่ว่าอัลกอริทึมของเฟซบุ๊กจะเล่นตลก หรือเราหลอนไปเอง โพสต์มีมจากเพจ Tensia จะโผล่มาชวนทุกคนไปออกกำลังกายทุก 6 โมงเช้า แม้จะไม่ได้กดติดตามเลยก็ตาม ทำได้เพียงอุทานว่า “นี่มันอะไรกันเนี่ย!” ก่อนจะพ่ายแพ้และยอมไปออกกำลังกายในที่สุด

เรามารู้เอาทีหลังว่า อวาตาร์ผู้หญิงผมสีฟ้าอมม่วงชื่อ ‘เทนเซีย (Tensia)’ คนนี้มีอาชีพจริงๆ เป็นหมอ เธอยังมาพร้อมกับผองเพื่อนเพจหมอคนอื่นๆ ที่จะชวนทุกคนให้ดูแลสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมไม่นานมานี้ทางเพจเพิ่งมีไปแจมกับวงดนตรี Scarlette Band จนได้ออกมาเป็นเพลง ‘Work..เอ้า?’ เอาไว้ปลุกทุกคนมาออกกำลังกาย

มาถึงจุดนี้ สารพัดโพสต์มีมของ Tensia เริ่มเป็นไวรัล หลายคนตัดสินลุกไปออกกำลังกายและรายงานผล—อาจเพราะไม่อยากเจอโพสต์มีมอีก แต่ภายใต้การสร้างแคมเปญออกกำลังกายด้วยความตลกขบขัน เพจยังสอดแทรกข้อมูลสุขภาพที่จริงจังให้ได้อ่านเสมอ เราจึงถือโอกาสติดต่อผ่านทีมแอดมิน ชวนเทนเซียมาพูดคุยตั้งแต่เบื้องหลังการรวมทีมก่อตั้งเพจหมอการ์ตูน จนถึงประเด็นสุขภาพที่คนไทยควรใส่ใจ พร้อมไขคำตอบว่า ทีมเพจการแพทย์นี้เอาชนะอัลกอริทึมได้อย่างไร

ช่วยย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของการทำเพจ Tensia และหมอการ์ตูนให้ฟังหน่อย

ถ้านับจุดเริ่มต้นที่แท้จริง คงต้องย้อนกลับไปถึง เพจของอาจารย์แพทย์ ผศ. นพ. นคร มธุรดาวงศ์ ที่ปรึกษาประจำทีมเลยค่ะ อาจารย์ได้เปิดเพจ Nakorn – Core Physiology ในปี 2018 ให้ความรู้วิชาสรีรวิทยาแก่นักศึกษาและบุคลากรสายสุขภาพ และเริ่มทำมีมน้องอวัยวะมาประกอบเนื้อหา ก่อนจะขยายเนื้อหาไปถึงบุคคลทั่วไปด้วย เพื่อให้ทุกคนเริ่มหันมารักอวัยวะของตัวเอง

ต่อมาอาจารย์ประสบปัญหาด้านสุขภาพ จึงติดต่อให้น้องแอดมินลิ (เจ้าของเพจ Little & her organs) เข้ามาดูแลต่อ ซึ่งน้องมีความคิดที่จะขยายทีมให้กว้างขึ้น จึงเริ่มติดต่อแพทย์ที่รู้จัก ทำให้เกิดการชวนต่อๆ กันมาแบบไม่เป็นทางการ (ไม่เคยเปิดรับสมัคร) จนสุดท้ายมีสมาชิกในทีมที่เป็นแอดมินเพจทั้งหมด 7 คน (รวมอาจารย์) และแต่ละคนมีเพจแยก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Tensia ค่ะ ซึ่งได้ตั้งชื่อทีมว่า Core – Physiology หรือจะเรียกว่าหมอการ์ตูนก็ได้

เป้าหมายหลักของทีมคือการนำเสนอกลไกวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะสาขาสรีรวิทยาและกลไกการเกิดโรคให้กับคนทั่วไป ในรูปแบบที่เจาะลึกเชิงกลไก เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพค่ะ

อะไรคือจุดที่ทำให้เลือกใช้อวาตาร์เพื่อสื่อสารเรื่องพวกนี้?

ทีมงานทุกคนมีงานอดิเรกที่ชื่นชอบอนิเมะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วค่ะ การได้รับอวาตาร์เป็นตัวการ์ตูนน่ารักเลยเป็นทั้งสิ่งที่ชอบและเพิ่มอรรถรสในการทำเพจ รวมถึงทำให้เข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น คลายความตึงเครียดทั้งสองฝ่ายลง เหมือนได้คุยกับตัวการ์ตูนชิลๆ ไม่ใช่คุยกับใครสักคนที่มีอาชีพนั้นอาชีพนี้

แม้ว่าในช่วงแรกจะมีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ เพราะเพจชอบโดนเข้าใจผิดว่าเป็นเพจขายเกม (หัวเราะ) แต่พวกเรายังเชื่อมั่นว่า หากเรานำเสนอข้อมูลอย่างถูกต้อง จริงใจ และสม่ำเสมอ คนที่เห็นก็จะมีความเชื่อมั่นในที่สุด ให้ผลงานเป็นเครื่องยืนยันเองค่ะ

แนะนำ Tensia และหมอการ์ตูนแต่ละคนให้ฟังหน่อย มีบุคลิกยังไงกันบ้าง

พวกเรามีทั้งหมด 7 คนค่ะ ซึ่งจะขอเล่าผ่านในมุมของ เทนเซียนะคะ

Tensia — เพจนำเสนอการดูแลสุขภาพพื้นฐานและระบบอวัยวะ

ชื่อเซีย เป็นคนที่มีบุคลิกเก็บตัว พูดน้อย มีปัญหาในการแสดงออก การได้มาทำเพจทางออนไลน์จึงตอบโจทย์จุดนี้มาก ทำให้สามารถให้ความรู้และเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ค่ะ แม้แรกๆ จะมีปัญหาในการทำงานร่วมกับพี่ๆ หมอคนอื่นแต่ละคน (เพราะเป็นสาย extrovert กันเยอะเลย) ตอนหลังก็กลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ทั้งๆ ที่ชีวิตจริง ทำงานคนละที่กันเลย

Manifia — เพจนำเสนอวิทยาศาสตร์ด้านภูมิคุ้มกันวิทยา

ชื่อมินนี่ เป็นคนที่มีบุคลิกร่าเริง มุทะลุ ติดเกม เป็นเพื่อนสนิทของเซีย และด้วยนิสัยแบบนี้ ทางทีมเลยเห็นว่าคล้ายเม็ดเลือดขาว เลยให้มาดูแลเนื้อหาด้านภูมิคุ้มกัน ทั้งการทำงานของภูมิ โรคภูมิแพ้ โรคแพ้ภูมิตัวเอง และพี่มินนี่ยังเป็นผู้ช่วยเพจ Tensia หลักเลยค่ะ โดยเฉพาะในเวลาที่เซียต้องอยู่เวรหนักๆ

Eva – อิศวาพร — เพจนำเสนอวิทยาศาสตร์ประสาทวิทยา

ชื่อเอวา เป็นคนที่มีบุคลิกตลกปนทะลึ่ง ชอบศึกษาการทำงานของสมองมากๆ จึงทำให้ได้มาดูแลเพจที่นำเสนอเรื่องราวโรคทางจิตเวช ที่อธิบายด้วยการทำงานของสมองเชิงกายวิภาคศาสตร์เป็นหลัก (functional neuroanatomy) ซึ่งจะแตกต่างกับการนำเสนอผ่านสารสื่อประสาท พี่เอวาเป็นคนที่แยกการทำงานกับนิสัยส่วนตัวชัดเจน ตอนทำเพจวิชาการก็จะจริงจังเต็มตัว ให้ความรู้ ให้ความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ เข้าใจถึงจิตใจผู้ติดตาม แต่พอนอกเพจวิชาการก็กลายเป็นสายตลกปนทะลึ่ง สร้างสีสันให้กับผู้ติดตามและคนในทีมเป็นอย่างมาก

Quantia — เพจนำเสนอวิทยาศาสตร์ด้านมะเร็ง

ชื่อขวัญ เป็นคนที่มีบุคลิกเงียบๆ แต่อบอุ่น เป็นเหมือนพี่สาวของทีมเลยค่ะ พี่ขวัญรักในด้านชีววิทยาโมเลกุล โดยเฉพาะพฤติกรรมของมะเร็ง ทำให้มาดูแลเพจที่นำเสนอเรื่องราวของมะเร็งและการป้องกัน พี่ขวัญเป็นผู้ฮีลใจประจำทีม เวลาน้องๆ มีปัญหา มีความเครียด พี่ขวัญจะมาดูแลเสมอ หลายครั้งก็ขับรถมาถึงที่เลย (ทั้งๆ ที่ตัวเองยุ่งมาก)

Lilith Little — ผู้บริหารและวางกลยุทธ์ของทีมหมอการ์ตูน

ชื่อลิ เป็นน้องนักศึกษาที่มีนิสัยร่าเริง คิดมุกเก่ง เข้าใจถึงตลาดโซเชียลมีเดียดีมาก ทำให้น้องกลายเป็นคนวางกลยุทธ์คนสำคัญของเพจ Tensia และเพจในเครือเลยค่ะ ทั้งวางแผนว่าช่วงนี้จะวางคอนเทนต์แบบไหน จะทำอะไรต่อ และมีปัญหาอะไร รวมถึงน้องยังเป็นคนต้นคิดมีมต่างๆ ในเพจเยอะมาก จุดน่าทึ่งที่สุดในมุมของตัวเซียเองคือ น้องอายุเกือบจะ gen alpha แล้ว แต่เข้าใจตลาดเฟซบุ๊กดีมาก บางครั้งแต่ละมุกก็เก่ามาก ชนิดที่ว่าคนในทีมยังไม่ทัน (อาจจะมีอาจารย์ที่ทัน) ดังนั้น เคล็ดลับในการเจาะฟีดของเฟซบุ๊กต้องยกให้น้องลิเลยค่ะ

Rin Madora — ผู้ช่วยผู้บริหารและผู้ติดต่อประสานงาน

ชื่อริน เป็นน้องนักศึกษาและแอดมินคนใหม่ล่าสุด รินเป็นผู้ติดตามเพจเครือหมอการ์ตูนมานาน จนได้รับทาบทามจากแอดมินลิมาช่วยงาน น้องเป็นคนเงียบๆ นอบน้อมมาก ทำให้ช่วยประสานงานให้กับทีมได้ดี เพราะหลายครั้งทีมขาดคนมากๆ เนื่องจากอยู่เวรสลับไปมากันเยอะ ก็ได้น้องนี่แหละค่ะ ช่วยดำเนินเพจต่อ และคอยประสานงานหลังบ้านตลอด

Nakorn – Core Physiology — อาจารย์ที่ปรึกษาประจำทีม

ชื่ออาจารย์นคร เป็นสมาชิกเพียงคนเดียวที่เปิดเผยตัวตน แม้ส่วนตัวจะไม่เคยเรียนกับอาจารย์ตรงๆ แต่เซียติดตามเพจอาจารย์มาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาเลย และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ตอบรับเข้าทีมด้วย อาจารย์เป็นคนตลก เข้าถึงง่าย ทำให้ไม่รู้สึกเลยว่าคุยกับคนที่มีอายุมากกว่า อาจารย์เข้าใจมุกตั้งแต่ gen z ไปจนถึง gen alpha เข้ากับน้องๆ ในทีมได้ดีมาก หลายครั้งที่น้องๆ ทำงานไม่ทัน อาจารย์ก็ลงมาช่วยเขียนบทความเองเลย เวลามีปัญหาด้านวิชาการโดยเฉพาะในเนื้อหาสรีรวิทยา (ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักของเพจ) ก็ได้อาจารย์ช่วยเสมอมา

มีแนวคิดในการออกแบบแต่ละตัวละครยังไง?

ตัวละครทั้งหมด ถูกนำมาจากการ์ตูนออริจินัลของอาจารย์ที่ทำร่วมกับแอดมินลิค่ะ ซึ่งแต่ละตัวละครจะมีเรื่องราว (lore) ของตัวเอง โดยตัวการ์ตูนนี้ยังอยู่ในระหว่างจัดทำ เป็นแผนระยะยาวที่ยังไม่มีกำหนดการ เรื่องราวโดยย่อคือ เด็กสาวชื่อว่า ‘ลิลิธ (ชื่อเล่น ลิตเติ้ล)’ มีความสามารถในการคุยกับอวัยวะตัวเอง และเขาไปพัวพันกับระบบอวัยวะที่ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์

นอกจากตัวละครลิตเติ้ล ยังมีตัวละคร ‘เอวา’ และ ‘ริน (ตัวแทนของอดัม)’ ซึ่งนำชื่อมาจาก อดัม เอวา ลิลิธ พวกเขาถูกวางไว้เป็นตัวแทนของฝั่งมนุษย์ที่อยู่ใกล้ชิดกับเหล่าน้องๆ อวัยวะ รู้และเข้าใจการทำงานของอวัยวะ ไปจนถึงความทรมานหากอวัยวะเหล่านั้นเป็นโรค และมองว่าจะดีกว่าไหม หากไม่เป็นตั้งแต่แรก

ที่มาของชื่อตัวละคร Tensia Manifia และ Quantia อ้างอิงจากการเป็นตัวแทนของฝั่งระบบอวัยวะในระดับจักรวาล ที่มีความสัมพันธ์คล้ายกับมนุษย์กับอวัยวะ แต่เปลี่ยนจากเชื่อมโยงกันด้วยวิชาสรีรวิทยา กลายเป็นเชื่อมโยงกันด้วยวิชาฟิสิกส์

Tensia มาจากคำว่า metric tensor เป็นตัวแปรทางฟิสิกส์ที่กำหนดมาตราสเกลของกาลอวกาศ เป็นเสมือนตัวกำหนดความเป็นไปของวัตถุต่างๆ ในจักรวาลคล้ายกับการทำงานของระบบอวัยวะ ส่วน Manifia มาจากคำว่า manifold เป็นวัตถุทางคณิตศาสตร์ที่สื่อถึงวัตถุทางเรขาคณิตที่มีสมบัติบางอย่าง เป็นเสมือนตัวกำหนดการบิดงอของกาลอวกาศ คล้ายการทำงานของเม็ดเลือดขาวในภูมิคุ้มกันที่สามารถบิดเยื่อหุ้มเซลล์เพื่อโอบกินเชื้อโรค และสุดท้าย Quantia มาจาก quantum state เป็นตัวแปรตามฟิสิกส์ที่เก็บข้อมูลของอนุภาค ซ้อนทับกันในเวลาเดียวกันในหลายๆ ภาวะ และจะยุบตัวลงเมื่อถูกวัด ซึ่งพฤติกรรมที่ใช้ความน่าจะเป็นนี้ คล้ายกับพฤติกรรมของมะเร็งที่กำเนิดจากการสุ่มกลายพันธุ์ของยีนเช่นกัน หลายความสามารถของมะเร็งก็ได้มาจากการสุ่ม คัดเลือก และแข็งแกร่งขึ้นมาได้

โดยสรุปคือตัวละครทั้งหมดมาจากการ์ตูนที่มีเนื้อเรื่องจริงจัง ที่กำลังอยู่ในระหว่างจัดทำในระยะยาว แต่ดึงชื่อดึงข้อมูลมาก่อน เพื่อทำเป็นตัวแทนแอดมินเพจค่ะ

หลายคนโดนปลุกให้ตื่นมาออกกำลังกายทุกวัน เรียกให้ไปนอนตอน 4 ทุ่มทุกคืน ถึงแม้จะไม่ได้ติดตามเพจ คิดว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้?

อันที่จริงต้องบอกว่า พวกเราเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเกิดปรากฏการณ์นี้ ดังนั้น เหตุผลคงเป็นการคาดเดาล้วนๆ ค่ะ ซึ่งคงเกิดจากทั้งสองฝั่ง ทั้งฝั่งทีมเพจหมอการ์ตูน และฝั่งผู้ใช้เฟซบุ๊กเอง

ฝั่งทีมเพจหมอการ์ตูนมีความมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดข้อมูลการทำงานของร่างกายผ่านทางให้ความรู้การป้องกันโรคเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรานำเสนอทุกหัวข้อไม่ว่าจะเป็นการกิน การนอน การเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และการออกกำลังกาย 

แต่การนอนและการออกกำลังกาย ส่วนตัวคิดว่าเป็นอะไรที่ทำติดต่อกันยากมากๆ ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยส่วนตัวและแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ต้องอาศัยแรงใจมหาศาล การพูดการแนะนำระหว่างกันในเวลาสั้นๆ จึงเป็นเรื่องยากมากที่คนคนหนึ่งจะปรับพฤติกรรมได้ ซึ่งพวกเราทุกคนล้วนมีประสบการณ์ในการแนะนำคนไข้ทั้งในห้องตรวจ OPD และบนวอร์ด แต่เกินครึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จ เรามีความหวังลึกๆ ว่าการนำเสนออย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ไม่ขาดหายแม้แต่วันเดียว น่าจะเปลี่ยนใครสักคนได้

เดาว่าอัลกอริทึมคงตอบรับสิ่งที่เราทำ ตอบรับฝั่งผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ลึกๆ ก็อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างที่ไม่ใช่แค่เรื่องแพชชั่น ยกตัวอย่างเช่น ข้อจำกัดในชีวิต ทำให้สุดท้ายแล้วทำไม่สำเร็จ

คนใช้เฟซบุ๊กแต่ละคนที่เห็นเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะยังไม่เปลี่ยนในทันที ก็เริ่มให้ความสนใจทั้งสนใจจริงๆ หรือรำคาญ (หัวเราะ) เกิดการจุดไฟและส่งต่อไปเรื่อยๆ ทำให้เหมือนไฟลามทุ่งจนกลายเป็นไวรัล ซึ่งเป็นไวรัลที่เป็นไปในทางบวก เพราะการออกกำลังกายและการนอนคือพฤติกรรมสุขภาพพื้นฐานในการลดอัตราเสี่ยงได้แทบทุกโรค

แต่ยังย้ำเสมอว่าทางทีมเพจหมอการ์ตูนให้ความสำคัญเรื่องการกิน การเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น และสุขภาพจิตด้วย แค่ยังไม่เป็นกระแสเท่านั้นเองค่ะ

มีมและวิทยาศาสตร์การแพทย์ดูจะเป็นจักรวาลที่ตรงกันข้ามกัน เราบาลานซ์ระหว่างเรื่องเล่นๆ กับข้อมูลสุขภาพที่จริงจังยังไง?

เป็นคำถามที่ท้าทายตลอดการทำเพจของทีมเสมอมาเลยค่ะ พอพูดถึงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ มันก็จะออกไปในทางลบ เพราะไม่มีใครอยากเป็น หากทำเอาสนุกและตลกเกินไปก็ทำให้ภาพของความเจ็บป่วยกลายเป็นเรื่องตลกขึ้นมา

ดังนั้น การบาลานซ์ที่ทำมาโดยตลอดคือเลือกเรื่องที่จะทำ ถ้าเรื่องที่เกี่ยวกับเจ็บป่วยหนักๆ มีความทุกข์ทรมานมากๆ การนำเสนอของเพจในเครือจะให้ความรู้แบบจริงจัง แต่ถ้าเป็นข้อมูลสุขภาพเกร็ดเล็กน้อย หรือการเชิญชวนให้มาเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรค เช่น การออกกำลังกาย ตรงนี้แหละค่ะ สามารถทำมีมออกมาได้เต็มที่ เพื่อลดความน่ากลัวและน่าเบื่อของกิจกรรมเหล่านี้ คือถ้าบอกว่าให้มาออกกำลังกายตรงๆ ก็คงไม่มีใครฟัง แต่ถ้าทำให้มันดูตลก ไม่ทำไปในรูปเชิงตำหนิ และให้ข้อมูลที่เป็นผลดีเมื่อได้ทำ ก็จะทำให้มีมนี้มันอยู่ต่อ ส่งต่อได้ โดยที่สร้างทั้งเสียงหัวเราะและการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

เพจกำลังสื่อสารกับใครเป็นหลัก และมีประเด็นสุขภาพเรื่องไหนที่อยากให้คนไทยใส่ใจเป็นพิเศษไหม

ทางทีมตั้งใจสื่อสารกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามค่ะ เพราะทีมงานทุกคนอยู่ในแวดวงสาธารณสุข ซึ่งมักอยู่ในจุดที่เป็นปลายทางของสุขภาพ เกิดโรคแล้ว บางคนต้องนอนโรงพยาบาล บางคนจากไปต่อหน้าต่อตา ดังนั้น หากปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขตั้งแต่ต้น เปลี่ยนแปลงก่อน คงสามารถลดโรคภัยไข้เจ็บที่สร้างความทรมานให้กับทุกๆ คนได้ และเหมือนได้ต่อยอดสิ่งที่ทำไม่ได้ในอาชีพหลัก เช่นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้ทุกคนหันมารักสุขภาพ

ด้วยเหตุนี้ ประเด็นทางสุขภาพที่อยากให้คนไทยใส่ใจดูแลจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ออกกำลังกายและการนอนเท่านั้น ควรดูแลให้ครบทุกด้าน ทั้งการกินที่พอเหมาะและถูกต้อง การเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงสุขภาพจิต เพราะสุดท้ายแล้ว การดูแลสุขภาพครบทุกด้านคือการลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไปทดแทนปัจจัยบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้เช่นพันธุกรรม และถึงแม้ว่าจะดูแลตัวเองอย่างถึงที่สุด หากสุดท้ายเป็นโรคขึ้นมา โรคส่วนใหญ่มักจะมีความรุนแรงน้อยลงเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพค่ะ 

ทีมงานทำเพจเป็นหมอหรือไม่ก็ทำงานอยู่ในสายสุขภาพ ซึ่งทำงานหนักมากๆ มีวิธีบริหารการทำเพจยังไง

เนื่องจากทีมงานทุกคนคือหมอในโรงพยาบาลรัฐ และอยู่ในวัยช่วงอายุ 26-31 กันหมด (ไม่นับอาจารย์) ซึ่งเกินครึ่งอยู่ในช่วงชีวิตการเรียนต่อ ทำให้ในทางปฏิบัติแล้ว ‘มันเป็นไปไม่ได้’ ที่จะทำเพจในปริมาณคอนเทนต์ระดับนี้ เพราะแต่ละคนมีเวรนอกเวลาราชการ ซึ่งวันที่อยู่เวรจะต้องควบงานติดกันมากกว่า 30 ชั่วโมง และต้องโดนแบบนี้ 7-10 ครั้ง/เดือน ทำให้วันวันหนึ่งจะมีคนอยู่เวรอย่างน้อยหนึ่งคนเสมอ

หลักการที่พวกเราใช้มาตลอดและทำให้เพจยังดำเนินต่อไปได้คือ ‘รวมกันเรารอด แยกกันเราเละ’ (หัวเราะ) เราใช้วิธีแบ่งเวลากันมาดูแลนี่แหละค่ะ เวียนกันมาทั้งทำคอนเทนต์และมาเอนเตอร์เทนด้านอื่น โดยมีน้องแอดมินลิกับรินคอยจัดแผนงาน จัดตาราหมุนเวียนคน และคอยเข้ามาปิดช่องโหว่ในวันที่เหล่าแพทย์ยุ่งกันจริงๆ

แต่ต้องขอบอกเลยว่า เบื้องหลังการทำงานจริงๆ ก็ลำบากลำบนกันมากค่ะ ขาดคนบ้าง เจอปัญหาบ้าง ทำให้แผนการต่างๆ ดีเลย์ออกไป แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ทุกครั้งค่ะ

พูดในส่วนตัวของ Tensia เอง แม้ทุกคนจะมีส่วนช่วยให้เพจดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้ได้ แต่ขอยกให้น้องแอดมินลิ แอดมินริน และอาจารย์นครเป็นตัวแปรสำคัญเลยค่ะ เพราะมีการดำเนินการหลังบ้าน มีคนสร้างไอเดียความคิดสร้างสรรค์ และคนประสานงานด้านวิชาการที่ดี ทีมถึงรอดมาได้

รู้สึกยังไงกับกระแสตอบรับหลังเห็นหลายคนลุกมาออกกำลังกาย นอนไว ใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น อยากให้เพจไปไกลถึงจุดไหน

รู้สึกดีใจมากถึงมากที่สุดเลยค่ะ ไม่นึกมาก่อนว่าการออกกำลังกายจะเป็นไวรัล โดยเฉพาะเจาะไปถึงกลุ่มที่ไม่ชอบออกกำลังกาย และทำให้เขาลุกขึ้นมาออกกำลังกายได้ ทุกครั้งที่เห็นคนมาเล่าให้ฟัง เล่าความสำเร็จที่ออกกำลังกายได้ ก็รู้สึกตื้นตันใจ แม้ว่าจริงๆ แล้วเขาก็ทำสำเร็จด้วยตัวเขาเอง เพจไม่ได้เกี่ยวอะไร (หัวเราะ) แต่ตื้นตันใจในมุมที่ได้เห็นคนมีสุขภาพดีทั้งตอนนี้และในอนาคตค่ะ

จุดที่อยากให้เพจไปถึงจริงๆ คือ อยากให้การดูแลสุขภาพทุกด้านเป็นกระแสไวรัลขึ้นมา ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่เป็นทุกเรื่อง โดยที่เพจของพวกเราไม่จำเป็นเลยที่ต้องเป็นศูนย์กลาง แต่อยากให้มันลุกลามไปทั่วโซเชียลมีเดียและดำเนินไปด้วยของมันเอง เบียดเวทีคอนเทนต์ขึ้นไป ตีคู่กับกระแสข่าวกระแสดราม่าอื่นๆ ให้ไปถึงจุดที่พอเข้าโซเชียลมีเดียปุ๊บ เฮ้ย วันนี้เราลืมดูแลสุขภาพอะไรไปบ้างนะ การกินเป็นยังไง ออกกำลังกายรึยัง หายไปกี่วันแล้ว ออกกำลังกายมากไปมั้ย ได้นอนรึเปล่า เอ… สุขภาพจิตเราเป็นยังไง เอาให้กระหึ่มไปทั่วโซเชียลมีเดียจากผู้ใช้งานด้วยกันเองค่ะ

Graphic Designer: Phitsacha Thanawanichnam (IG: get.mars) Editorial Staff: Paranee Srikham

You might also like