TISCO กางแผนครึ่งปีหลัง ลุยธุรกิจ Wealth คุมเข้มสินเชื่อสู้เงินเฟ้อ

Published on 28 ก.ค. 2026

นายชาตรี จันทรงาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายควบคุมการเงิน และบริหารความเสี่ยง บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 3/2569 และครึ่งหลังของปีนี้ ต้องติดตามสถานการณ์สงครามและราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะส่งผลกระทบต่อรายได้รวมและทำให้ภาระการตั้งสำรองไม่ลดลงตามคาด แต่หากราคาน้ำมันทรงตัวในกรอบ 70-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดว่าทิศทางธุรกิจจะใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันอาจสร้างแรงกดดันให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับตัวเป็นขาขึ้นในช่วงปีหน้า ซึ่งหากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ย่อมส่งผลกระทบให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Spread) และต้นทุนทางการเงินของ TISCO ปรับตัวลดลง ดังนั้น TISCO จึงดำเนินกลยุทธ์ด้วยความระมัดระวัง โดยชะลอการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้น พร้อมทั้งมีการตั้งสำรองล่วงหน้าเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ตลาดสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้านั้นยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มแบรนด์ EV ได้มากกว่า 10% สอดรับกับแนวโน้มการเติบโตของตลาด

ขณะที่แผน JUMP+ บริษัทตั้งเป้าหมายระยะ 3 ปีข้างหน้ามุ่งรักษาอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROAE) ให้อยู่ในกรอบ 15-17% ซึ่งครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ROAE ของ TISCO อยู่ที่ระดับ 16.3% ตามกรอบเป้าหมายที่วางไว้ ด้านความสามารถในการทำกำไรและประสิทธิภาพ บริษัทได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่าง “AI Virtual Coach” เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายการขยายฐานลูกค้ารายย่อยใหม่ในปี 2569 ที่ 165,000 ราย ซึ่งครึ่งปีแรกสามารถทำได้แล้ว 99,000 ราย หรือคิดเป็น 60% ของเป้าหมาย ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัย (Bancassurance) เป็นหลัก

ด้านการเติบโต บริษัทมุ่งเน้นขยายฐานผ่าน Wealth Ecosystem โดยปีนี้ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Goal-Based Financial Planning เพื่อให้บริการวางแผนการเงินแบบครบวงจร ซึ่งลูกค้าสามารถประเมินสถานะทางการเงินของตนเองได้ โดยตั้งเป้าหมายลูกค้ากลุ่ม Financial Wellbeing ไว้ที่ 34,500 ราย ครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 16,700 ราย คิดเป็น 48% ของเป้าหมาย แม้การแข่งขันในตลาด Wealth Management จะสูงขึ้น แต่ประเมินว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก และบริษัทมีจุดแข็งด้านการให้คำปรึกษาที่ชัดเจน

อนึ่งผลประกอบการงวดไตรมาส 2/259 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนงวดครึ่งแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 3,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก ทั้งธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย และธุรกิจตลาดทุน ซึ่งสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่ฟื้นตัว

Company Snapshot

Back to top button