งานเข้า TP-Link รัฐฟลอริดายื่นฟ้องข้อหา "บิดเบือนความปลอดภัยเราเตอร์" ปิดบังความเสี่ยงและสายสัมพันธ์จีน

Published on 10 ต.ค. 2026

อัยการสูงสุดแห่งรัฐฟลอริดา พร้อมด้วยตัวแทนจากอีก 3 มลรัฐในสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อ TP-Link Systems ผู้ผลิตอุปกรณ์เน็ตเวิร์กและเราเตอร์ Wi-Fi ยอดนิยมระดับโลกอย่างเป็นทางการ โดยคำฟ้องระบุว่าบริษัทกระทำความผิดฐานโฆษณาบิดเบือนผู้บริโภคเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์เราเตอร์ และปกปิดข้อเท็จจริงเรื่องความเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน คดีความนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงไซเบอร์ในสหรัฐฯ หลังมีการตรวจพบว่าเราเตอร์ตามบ้านเรือนและธุรกิจขนาดเล็กอาจตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มแฮกเกอร์ระดับรัฐ ส่งผลให้อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ชาวอเมริกันนับล้านใช้งานอยู่กำลังถูกจับตามองในฐานะความเสี่ยงระดับชาติ รายงานโดย Tom’s Hardware และ WTSP

คำฟ้องความยาวกว่า 59 หน้าที่ยื่นต่อศาลโดยอัยการสูงสุด James Uthmeier ระบุใจความสำคัญว่า TP-Link ได้ทำการตลาดและโฆษณาชวนเชื่อต่อผู้บริโภคว่า เราเตอร์และอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Wi-Fi ของตนมี “ระบบความปลอดภัยระดับองค์กร (Enterprise-grade security)” มีการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เข้มแข็ง และปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐฯ อ้างว่าในความเป็นจริง อุปกรณ์ของ TP-Link มีช่องโหว่ด้านเฟิร์มแวร์ที่ถูกค้นพบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขาดการอัปเดตความปลอดภัยที่รัดกุมเพียงพอ และที่สำคัญที่สุดคือ ทางการกล่าวหาว่าบริษัทได้พยายาม “ปกปิดโครงสร้างองค์กรที่แท้จริง” แม้ว่า TP-Link จะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจโดยแยกนิติบุคคลออกมาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ (แคลิฟอร์เนีย) และสิงคโปร์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเป็นสากล แต่ในคำฟ้องชี้ว่า บริษัทยังคงมีโครงสร้างพื้นฐานด้านเซิร์ฟเวอร์ ทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงสายสัมพันธ์ทางการเงินและการบริหารที่เชื่อมโยงกับประเทศจีนอย่างลึกซึ้ง ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีนที่บีบให้ส่งมอบข้อมูลเมื่อได้รับการร้องขอ

คดีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการยกระดับการตรวจสอบอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ผู้บริโภคทั่วไปใช้งานตามบ้าน โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลกลางสหรัฐฯ และคณะกรรมาธิการการสื่อสารกลาง (FCC) ได้เริ่มเพ่งเล็งแบรนด์เราเตอร์สัญชาติจีนมาอย่างต่อเนื่อง

การยื่นฟ้องพร้อมกันใน 4 มลรัฐ (นำโดยฟลอริดาและไอโอวา) อาจกลายเป็นชนวนผลักดันให้หน่วยงานระดับประเทศอย่าง FTC (คณะกรรมาธิการการค้า) หรือกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ออกมาตรการจำกัดหรือสั่งแบนการนำเข้าและวางจำหน่ายอุปกรณ์เน็ตเวิร์กจาก TP-Link ในสหรัฐฯ ตามรอยแบรนด์เทคโนโลยีจีนรุ่นพี่อย่าง Huawei และ ZTE ก็เป็นได้