เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวมอบแนวนโยบายระบบร้องทุกข์ร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) ของกระทรวงแรงงาน ภายใต้ชื่อ “แจ้งแรงงาน” โดยเป็นการผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มุ่งเป้าขับเคลื่อนการทำงานยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังแรงงานทั่วประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ปฏิรูปช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์ของประชาชนและกลุ่มแรงงาน ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาลดขั้นตอนความยุ่งยากในแบบเดิม เพื่อให้พี่น้องแรงงานสามารถเข้าถึงการคุ้มครองสิทธิได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมงาน
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ระบบดังกล่าวได้พัฒนาระบบคู่ขนานกันมาอย่างต่อเนื่อง ช่วงที่ผ่านมา ทาง สวทช. ได้ให้ความร่วมมือในการพัฒนาและเป็นผู้ผลิตตัวแอพพลิเคชันนี้ ในที่สุดระบบก็มีความพร้อมที่จะนำมาใช้งานได้ วันนี้ระบบ Traffy Fondue ของกระทรวงแรงงานได้เปิดให้บริการกับพี่น้องประชาชนแล้ว โดยมีการอบรมร่วมกันระหว่าง สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงแรงงาน ในการพัฒนาบุคลากรของเราให้มีความพร้อมสำหรับรองรับระบบที่จะเกิดขึ้น
“ระบบนี้ จะเป็นระบบที่ช่วยให้พี่น้องแรงงาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม สามารถลดภาระในการเข้าสู่กระบวนการขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยใช้เพียงแอพพลิเคชัน ก็สามารถติดต่อกับเราได้โดยตรง” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า และระบบนี้จะมีเรื่องของ Generative AI อยู่ด้านหลัง ซึ่งจะช่วยลดภาระของภาครัฐในการตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชน หมายความว่า หากมีคำถามที่ส่งเข้ามายังระบบอย่างต่อเนื่อง หรือเป็นคำถามในลักษณะซ้ำๆระบบก็สามารถจัดการหมวดหมู่ของคำถาม และเตรียมคำตอบที่มีความเหมาะสมให้กับพี่น้องแรงงานได้ทันที
“เรื่องนี้เป็นเฟสที่ 1 ซึ่งเราจะพร้อมรองรับแรงงานที่อยู่ในประเทศทั้งหมด” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ส่วนเฟสที่ 2 เราจะเปิดในขั้นต่อไป ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาต่อ โดยจะรองรับแรงงานที่อยู่นอกประเทศ ซึ่งปัจจุบันแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศ มีระบบหนึ่งที่เรียกว่า Smart TOEIC ซึ่งเป็นระบบติดตามการจ้างงานและการอยู่อาศัยของแรงงานไทยที่อยู่ในต่างประเทศอยู่แล้ว แต่ Traffy Fondue ของกระทรวงแรงงานจะเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งจะเป็นช่องทางที่ง่ายกว่า เพราะมีเพียงแอพพลิเคชัน Traffy Fondue ของกระทรวงแรงงาน ก็สามารถทำให้พี่น้องแรงงานไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก สามารถติดต่อกลับมายังกระทรวงแรงงานได้ทันที เพื่อให้กระบวนการในการช่วยเหลือมีความรวดเร็วและทันกาล
“เมื่อเรารู้เป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว กระบวนการในการช่วยเหลือของกระทรวงแรงงานก็จะเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น สามารถช่วยเหลือพี่น้องแรงงานเหล่านั้นให้เดินทางกลับประเทศ หรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นกลไกที่เราสร้างขึ้นมา เราจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้โดยเร็ว และจะมีการสรุปผลออกมาเป็น KPI ซึ่งจะทำให้เห็นผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน เช่น หากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา 1 ล้านเรื่อง สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้กี่แสนเรื่อง มีเรื่องใดที่ยังคงค้างอยู่ หรือติดปัญหาอยู่ที่ขั้นตอนใด
“ดังนั้น เรื่องเหล่านี้จะทำให้บริการที่เราในฐานะภาครัฐมีต่อประชาชน ตามวัตถุประสงค์และภารกิจของเรา สามารถประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาระบบร้องทุกข์ Traffy Fondue ของกระทรวงแรงงาน เราได้ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้ 1.การประชุมหารือร่วมกับคณะผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondue มีการประชุมหารือร่วมกับคณะผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อแนะนำและนำเสนอภาพรวมการใช้งานแพลตฟอร์ม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางการประยุกต์ใช้ระบบในการรับแจ้งปัญหาและข้อร้องเรียนด้านการให้บริการประชาชน ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 2.การประชุมพัฒนาระบบ Traffy Fondue ของกระทรวงแรงงาน มีการประชุมเพื่อพัฒนาระบบ Traffy Fondue ของกระทรวงแรงงาน รวมถึงวางกรอบทิศทางและกำหนดกลไกการทำงานของ Traffy Fondue ภายในกระทรวงแรงงาน โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
3.การจัดกิจกรรมอบรมการใช้งานระบบร้องทุกข์ Traffy Fondue ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรมการใช้งานระบบร้องทุกข์ Traffy Fondue โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเข้าร่วมอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับเรื่องและดำเนินการผ่านระบบ
4.การศึกษาดูงานระบบ Traffy Fondue ของกรุงเทพมหานคร ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการศึกษาดูงานและรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบ Traffy Fondue ของกรุงเทพมหานคร เราได้ไปดูงานเพื่อศึกษาว่า กรุงเทพมหานครใช้งานระบบดังกล่าวอย่างไร และระบบมีประโยชน์ในด้านใดบ้าง เพื่อนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานของกระทรวงแรงงาน
ด้าน ดร.ชูกิจ กล่าวว่า สำหรับระบบ Traffy Fondue เป็นระบบที่กรุงเทพมหานครใช้งานมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ปัจจุบันมีการรับแจ้งเหตุมากกว่า 2 ล้านครั้ง และสามารถปิดเหตุไปได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ โดยประชาชนมีความพึงพอใจต่อการใช้งานในระดับที่ค่อนข้างดี ระบบ Traffy Fondue เป็นระบบที่ทำงานอยู่บน LINE Application ซึ่งผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอพพลิเคชันใหม่ สามารถใช้ไลน์ที่มีอยู่แล้วเข้าสู่ระบบและแจ้งเหตุได้ทันที ความตั้งใจของกระทรวงคือ ต้องการให้ Traffy Fondue เป็นระบบแจ้งเหตุที่รวบรวมปัญหาในด้านต่างๆ ที่ภาครัฐสามารถเข้าไปดูแลประชาชนได้
“วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีมาก เพราะกระทรวงแรงงาน โดยท่านปลัดกระทรวงแรงงาน ได้ไปดูงานที่ศูนย์ซัพพอร์ต เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยรองนายกรัฐมนตรีได้เชิญกระทรวงแรงงานเข้าไปดูว่า นวัตกรรมและสิ่งที่กระทรวง อว. โดยศูนย์ สวทช. พัฒนาขึ้น มีเรื่องอะไรที่พร้อมนำมาใช้งานได้แล้วบ้าง” ดร.ชูกิจ กล่าว
ดร.ชูกิจ กล่าวว่า จากการดูงานครั้งนั้น มีการหยิบยกหลายเรื่องมาพิจารณา นอกเหนือจากเรื่อง Traffy Fondue แล้ว ยังมีเรื่องการอบรมแรงงาน เรื่องสกิลสูง การอัพสกิลและรีสกิล โดยเฉพาะด้านดิจิทัล รวมถึงเรื่องโรงงานสมัยใหม่ที่มีระบบอัตโนมัติ หรือระบบการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ซึ่งเดิมทีอาจมีการทำงานขึ้นๆ ลงๆ แต่สามารถพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้
“ย้อนกลับมาที่เรื่อง Traffy Fondue เดิมทีระบบนี้ถูกออกแบบมาสำหรับการแจ้งเหตุปัญหาเมือง แต่เมื่อพิจารณาแล้วพบว่า ปัญหาที่พี่น้องแรงงานประสบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวัสดิภาพแรงงาน เรื่องประกันสังคม เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน หรือแม้แต่เรื่องที่พี่น้องประชาชนทั่วไปถูกหลอกลวงเกี่ยวกับการทำงาน เช่น บริษัทจัดหางาน ก็สามารถใช้ระบบนี้ในการแจ้งเบาะแสได้เช่นกัน” ดร.ชูกิจ กล่าว
ดร.ชูกิจ กล่าวว่า ข้อดีของ Traffy Fondue คือ เมื่อได้รับเรื่องแล้ว ระบบจะสามารถสกรีนเรื่องและส่งต่อไปยังผู้ที่ดูแลเรื่องนั้นโดยตรง ไม่ต้องผ่านโอเปอเรเตอร์ ไม่ต้องผ่านการจดบันทึก และไม่ต้องส่งต่อผ่านข้อความหลายทอด ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลเกิดความผิดพลาดได้ เมื่อระบบเป็นดิจิทัลทั้งหมด ก็สามารถนำข้อมูลที่ได้รับแจ้งมาประมวลผลได้ทันที และระบบจะเก็บข้อมูลทั้งหมดเอาไว้ ดังนั้นทุกเรื่องที่ได้รับแจ้งจะถูกดิจิทัลไลซ์และจัดเก็บไว้ ผู้บริหารสามารถเข้ามาดูประสิทธิภาพการทำงานได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการลดภาระด้านกำลังคน และนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยให้คนทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนและพี่น้องแรงงานจะได้รับในทันที คือเรื่องของความเร็ว เพราะไม่ต้องรอว่าเรื่องจะเข้าไปถึงใคร หรือจะติดอยู่ที่โอเปอเรเตอร์ ต้องส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะออกไปดำเนินการ และเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพื้นที่ก็อาจต้องสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาใหม่อีกครั้ง” ดร.ชูกิจ กล่าว
ดร.ชูกิจ กล่าวต่อว่า เมื่อเรื่องทั้งหมดเป็นดิจิทัล ข้อมูลที่ถูกรายงานเข้ามา เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องจะได้รับข้อมูลชุดเดียวกันกับคนที่แจ้งเข้ามา ทำให้สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น ดังนั้น จากการผ่านการใช้งานมาเป็นระยะหนึ่ง Traffy Fondue จึงได้รับการปรับแต่งจนเหมาะสมกับการทำงานในระบบภาครัฐที่รับเรื่องร้องเรียนลักษณะนี้ ทำให้การทำงานมีรอยต่อน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่ายังมีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกับกระทรวงแรงงานเพิ่มเติม โดยเฉพาะการปรับรูปแบบจากการดูแลปัญหาเมืองมาสู่การดูแลปัญหาแรงงาน
“เรื่องเหล่านี้ สวทช. เองก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ใหม่ที่ว่า ประเทศไทยก้าวหน้าด้วยศาสตร์ที่ดี การจะทำเช่นนั้นได้จำเป็นต้องทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ดูแลประชาชน กับนักวิทยาศาสตร์ที่มีเทคโนโลยีที่พร้อมรับและปรับใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ดร.ชูกิจ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ระบบใหม่นี้จะตอบโจทย์แรงงานอย่างไร และขั้นตอนต่อไปที่จะนำไปใช้เป็นอย่างไร น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตามวิสัยทัศน์ของท่านรัฐมนตรี ต้องการให้ระบบนี้ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระทรวงแรงงานได้มากขึ้นผ่านระบบดังกล่าว เพราะแนวคิดหลักของระบบคือ การเปิดโอกาสให้เส้นเลือดฝอย หรือประชาชนตัวเล็กๆ สามารถเข้าถึงผู้บริหารได้โดยตรง เนื่องจากผู้บริหารสามารถดูข้อมูลต่างๆ ได้จากแดชบอร์ด ส่วนในเฟสที่ 2 ที่เราตั้งใจจะทำ คือ ต้องการให้ผู้ใช้แรงงานที่อยู่ต่างประเทศสามารถติดต่อกลับมายังกระทรวงแรงงานประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นแผนการดำเนินงานในระยะที่ 2
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แล้ว Traffy Fondue ของกระทรวงแรงงานจะมีความแตกต่างจากของกรุงเทพมหานครอย่างไร น.ส.บุณยกร กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงแรงงานจะมีปัญหาบางอย่างที่เป็นปัญหาเฉพาะบุคคล ซึ่งอาจไม่ได้จำเป็นต้องส่งภาพที่เป็นลักษณะทางกายภาพเหมือนกับการแจ้งปัญหาเมือง ดังนั้นตรงนี้เราจะปรับให้ สวทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยปรับส่วนของ Traffy Fondue ให้สอดคล้องกับลักษณะปัญหาของกระทรวงแรงงานนอกจากนี้ การดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องก็จะมีความกระชับและชัดเจนมากยิ่งขึ้น
“ระบบดังกล่าวเป็นแอพพลิเคชันของทางกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว จึงไม่ได้จำเป็นต้องมีการลงทุนอะไรเพิ่มเติมในส่วนของตัวระบบ ขณะนี้ประชาชนสามารถเริ่มแจ้งเรื่องได้แล้ว แต่เรื่องการปรับเปลี่ยนกระบวนการหรือฟีเจอร์ให้ครอบคลุมพี่น้องแรงงานในหลายๆ ด้านมากขึ้น จะมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับของกรุงเทพมหานครเองที่มีการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง” น.ส.บุณยกร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ตอนนี้กระทรวงแรงงานมีข้อมูลหรือไม่ว่า ส่วนใหญ่แรงงานร้องเรียนหรือใช้ประโยชน์ในส่วนไหนมากที่สุด น.ส.บุณยกร กล่าวว่า หลักๆ ถ้าเป็นหน่วยงาน ก็จะเป็นสำนักงานประกันสังคม และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับค่าจ้าง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ เช่น มีการโฆษณาหรืออ้างว่าจะพาไปทำงานต่างประเทศ แต่สุดท้ายไม่ได้เดินทางไปทำงานจริง เรื่องลักษณะนี้ระบบก็จะช่วยให้เราสามารถติดตามงานได้ง่ายขึ้นด้วย
