
รองเท้าราคา 3,000 บาท แต่กลับเลือกผู้ใช้แรงงาน คนเก็บของเก่า และคนธรรมดามาเป็นพรีเซนเตอร์ ขณะที่รองเท้ารุ่นแรกใช้พื้นสีแตกต่างกันคนละข้าง แต่กลับขายหมดอย่างรวดเร็ว กลายเป็นภาพจำของแบรนด์ “TRULY” ในช่วงปี 2017 เบื้องหลัง TRULY มีมากกว่าการออกแบบสินค้า เมื่อสินค้าทำหน้าที่เล่าเรื่อง ผู้บริโภคจึงมีเรื่องให้พูดถึงต่อ ตอกย้ำด้วยกระแสเพื่อรักอย่าง ต้า เฟ็ดเฟ่ และ ยัต ชัยโสโร จนแบรนด์กลับมาพูดถึงอีกครั้ง
Key Takeaway
- TRULY เกิดจากการนำตัวตนและไอเดียของชาติฉกาจ ไวกวี มาพัฒนาเป็นธุรกิจของตัวเอง
- สินค้าแรกอย่างรองเท้า SATI ช่วยสร้าง Brand Code ที่ชัด ทั้งชื่อ แนวคิด ดีไซน์ และเรื่องเล่า
- Turning Point สำคัญเกิดจากรองเท้า SATI พื้นเหลือง–แดง 700 คู่ ซึ่งถูกจองตั้งแต่ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งยังไม่ได้เห็นสินค้าจริง
- การเลือกคนธรรมดาและแรงงานมาเป็นพรีเซนเตอร์สร้างภาพจำที่แตกต่างจากการตลาดแฟชั่นในเวลานั้น
- จุดแข็งของ TRULY อยู่ที่การเชื่อม Founder, Product, Content และ Point of View ให้พูดเรื่องเดียวกัน จนค่อยๆ พัฒนาไปสู่ Community และ Lifestyle Culture
ความจริงของจุดเริ่มต้นที่ “Fail Folder”
ก่อนรู้จักแบรนด์ TRULY ต้องมาทำความรู้จักกับผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง คุณชาติฉกาจ ไวกวี หรือ คุณแอ๊ะ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังงานสร้างสรรค์หลายบทบาท ทั้งช่างภาพ ผู้กำกับโฆษณา และครีเอทีฟ โดยงานส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับความเป็นไทย วัฒนธรรมสตรีท ชีวิตคนธรรมดา และความแตกต่างทางชนชั้น แต่ขณะที่คุณชาติฉกาจกำลังจัดการไฟล์ในคอมพิวเตอร์ กลับพบโฟลเดอร์ชื่อ “Fail Folder” ซึ่งเป็นไฟล์งานออกแบบที่ไม่เคยถูกเลือก
แต่งานเหล่านั้นยังคงเป็นผลงานที่ชอบอยู่หากลบทิ้งก็เสียดาย จนคุณแม่แนะนำให้นำไอเดียเหล่านั้นมาทำเอง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “TRULY” และทำให้แบรนด์มีบุคลิกชัดเจนด้วยการนำไอเดียมาสร้างผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงแนวทางการผลิตสินค้าในประเทศไทยที่เคยเป็นฐานการผลิตรองเท้า เสื้อผ้า ยีนส์ และสินค้าแฟชั่นให้กับอุตสาหกรรมระดับโลก

ทำให้ TRULY นำเรื่อง Made in Thailand เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ พร้อมเลือกใช้วัสดุและโรงงานในประเทศ ตั้งแต่โรงสกรีนไปจนถึงช่างตัดเย็บและโรงงานรองเท้าที่มีประสบการณ์มายาวนาน นอกจากนี้ TRULY ยังหมายถึง “ความจริง” ทั้งความจริงของคุณชาติฉกาจผ่านมุมมองผู้คนและสังคม และความจริงของฝีมือ วัสดุ และการผลิต
เปลี่ยนอาการรองช้ำสู่รองเท้า SATI
สินค้าชุดแรกที่ทำให้ TRULY เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผูคนสัมผัสได้อย่างรองเท้า SATI หรือ “สติ” แม้ว่าชื่อรุ่นสติจะไม่ได้เกี่ยวกับรองเท้าโดยตรง เพราะชื่อรุ่นถูกเชื่อมต่อกับแนวคิดของคุณชาติฉกาจ ที่เตือนเรื่องตัวตนและจุดหมายการใช้ชีวิต รวมถึงแนวคิดการเดินทุกก้าวอย่างมีสติ

แต่ตัวรองเท้าเองก็มีที่มาจากการทำงานหนักที่ต้องแบกกระเป๋าและอุปกรณ์ถ่ายภาพจนมีปัญหาเรื่องรองช้ำ ทำให้เพื่อนสนิทของคุณชาติฉกาจ ซึ่งเป็นดีไซเนอร์รองเท้าแบรนด์ต่างประเทศมีการออกแบบรองเท้าให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อนำมาผลิตเป็นรองเท้าต้นแบบและทดลองใส่ปรากฎว่าอาการดีขึ้น
ที่สำคัญตัวรองเท้ายังได้รับการออกแบบ โดยเลือกใช้ผ้า Canvas และพื้นยาง พร้อมกรรมวิธี Vulcanization ซึ่งเป็นการเชื่อมส่วนของผ้าเข้ากับตัวพื้นยางด้วยความร้อน ทำให้มีความทนทานสูง ส่งผลให้เมื่อผู้บริโภคซื้อรางเท้า SATI จึงได้ทั้งรองเท้า ดีไซน์ เรื่องราวที่สามารถบอกตัวตนของตัวเองได้อย่างชัดเจน
สองสีที่แตกต่างแต่ไม่เคยเดินด้วยกัน
การเปิดตัวรองเท้า SATI กลายเป็นจุด Turning Point ที่ทำให้ TRULY ถูกพูดถึงในวงกว้างอย่างมาก ที่สำคัญยังสามารถขายได้มากถึงราว 700 คู่ การขายได้ 700 คู่อาจไม่แปลกหากเป้นเพียงรองเท้าธรรมดา แต่รองเท่า SATI กลับมีดีไซน์ที่แตกต่างออกไป โดยพื้นรองเท้าทั้ง 2 ข้างกลับมีคนละสีอย่างชัดเจน โดยข้างหนึ่งจะมีพื้นรองเท้าสีเหลืองและอีกข้างหนึ่งจะเป็นพื้นรองเท้าสีแดง

สาเหตุที่เลือก 2 สี เกิดจากมุมมองของคุณชาติฉกาจที่มองว่า 2 สีนี้ในบริบทของประเทศไทยเป็น “สองสีที่ไม่เคยเดินด้วยกัน” มาก่อน แต่สามารถนำมาอยู่คู่กันได้ในรองเท้าคู่เดียวกันภายใต้ชื่อ “SATI” ด้วยแนวคิดดังกล่าวกลับโดนใจผู้บริโภค จนมีการจองรองเท้าตั้งแต่ยังไม่ได้เห็นตัวสินค้าจริง ซึ่งจากการสอบถามผู้ที่จองรองเท้า สาเหตุที่ตัดสินใจซื้อเพราะแนวคิดโดนใจในช่วงเวลานั้น
นั่นทำให้รองเท้า SATI กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้างช่วงเวลานั้น การที่ 2 สีดังกล่าวเป็นตัวแทนความขัดแย้ง ทำให้การใส่รองเท่า SATI ช่วยลดความขัดแย้งด้านความรู้สึก และกลายเป็นกระแสจนทำให้มีคนพูดถึงมากขึ้น เมื่อ Brand Awareness กว้างขวางมากขึ้น ก็ได้รับความสนใจมากขึ้นและทำให้เกิดความต้องการสินค้า จนทำให้สามารถขายสินค้าได้รวดเร็วขึ้น
นอกจากการจับกระแส “เหลืองแดง” ในช่วงเวลานั้นแล้ว TRULY ยังสามารถสร้างภาพจำให้กับตัวแบรนด์ TRULY ได้อย่างชัดเจน ผ่านการ 5 จุดเด่นหลักที่ช่วยให้แบรนด์ TRULY น่าสนใจมากกว่าการจับกระแสสังคมในช่วงเวลานั้นเพียงอย่างเดียว ประกอบไปด้วย
แบรนด์ผสานภาพลักษณ์ผู้ก่อตั้ง
ด้วยความที่คุณชาติฉกาจมีเอกลักษณ์และแนวคิดที่โดดเด่น ประสบการณ์ในฐานะช่างภาพ ผู้กำกับ และครีเอทีฟ ทำให้มีทักษะและความเข้าใจด้านการสร้างแบรนด์ ประกอบกับเอกลักษณ์ที่เป็นคนธรรมดาทั่วไปที่เน้นเล่าเรื่องและนำเสนอความจริงเข้ากับความหมายของ TRULY ทำให้ภาพแบรนด์และตัวคุณชาติฉกาจผสมกลมกลืนเข้ากันอย่างลงตัว
เลือกพรีเซนเตอร์ที่แตกต่าง
หนึ่งในการสร้างภาพจำสำคัญของแบรนด์ TRULY คือการนำผู้ใช้แรงงานก่อสร้าง คนเก็บของเก่า คนไร้บ้านและผู้คนทั่วไป มาเป็นส่วนหนึ่งในภาพแฟชั่น ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มคนระดับ Mass ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ TRULY ที่ออกสู่สายตาบนโลกออนไลน์แตกต่างจากแบรนด์รองเท้าทั่วไปอย่างชัดเจน ช่วยให้สามารถสร้าง Brand Awareness ผ่านการสื่อสารภาพมากกว่าชูจุดเด่นที่ชื่อแบรนด์หรือโลโก้

สร้างคอนเทนต์ที่แตกต่างและโดดเด่น
นอกจากการนำเสนอภาพลักษณ์ที่แตกต่างแล้ว ยังมีการทดลองวิธีนำเสนอใหม่ๆ ด้วยการโพสต์ขายรองเท้าช่วงเวลาตีหนึ่งด้วยเหตุผลว่าเป็นคนนอนดึกและน่าจะมีหลายคนที่ใช้ชีวิตในช่วงเวลาเกลางคืนเช่นกัน ส่งผลบางคืนสามารถสร้างยอดขายรองเท้าได้ประมาณ 30–70 คู่ พร้อมทั้งการนำเสนอ Caption ยาวด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ ทำให้มีผูติดตามค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นและกลายเป็นครีเอเตอร์คนหนึ่ง
สื่อสารเรื่องราวสู่การขยายผลิตภัณฑ์
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ต้นกำเนิดของแบรนด์ SATI เกิดจากการนำเรื่องราวมาเล่าผ่านสินค้าอย่าง รองเท้าที่มีพื้นสีเหลืองและแดง รวมไปถึงชื่อแบรนด์ที่มีความหมาย ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ชัดเจนอย่างมาก และส่งผลให้แบรนด์ TRULY สามารถต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ Lifestyle อื่นๆ อย่างเสื้อผ้า กระเป๋า แว่นตา
เพิ่มมูลค่าสินค้าให้กลายเป็นฝีมือคนไทย
แม้ว่าช่วงแรกแบรนด์จะเน้นจับกระแสสังคมเป็นหลัก ทว่ากระแสอยู่ไม่นาน แต่คุณค่าของสินค้าต่างหากที่อยู่ยาว ทำให้แนวคิดเริ่มเปลี่ยนไปโดยหันไปที่แนวคิดเรื่อง “สติ” และ “ปัจจุบัน” โดยลดบทบาทความเป็น Fashion Brand และหันไปพัฒนาให้กลายเป็นสินค้า Outdoor ที่ใช้และเข้าได้กับทุกกิจกรรมหลายช่วงวัยเพื่อไปสู่การเป็นสินค้าฝีมือคนไทย ภายใต้แนวคิด “Welcome to the Real World”
กลับมาเป็นกระแสไวรัลเบื้องหลัง “ต้า เฟ็ดเฟ่”
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แบรนด์ SATI ยังคงเปิดธุรกิจอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งแบรนด์ TRULY กลับมาเป็นที่พูดถึงและเป็นกระแสไวรัลอีกครั้ง ซึ่งวเป็นผลพวงมาจากกระแสความขัดแย้งของเพื่อนสนิท Creator อย่าง ต้า เฟ็ดเฟ่ และ ยัต ชัยโสโร จนลุกลามกระเป็นกระแสสังคม นอกจากชื่อของ 2 คนนี้แล้ว ยังมีมีอีกชื่อที่ประกฏออกมาในกระแสดังกล่าวนั่นคือ “แอ๊ะ–ชาติฉกาจ ไวกวี”
จากกระแสดังกล่าว ต้องยอมรับว่า แอ๊ะ-ชาติฉกาจ คือผู้อยู่ด้านหลังที่ช่วยเหลือ ต้า เฟ็ดเฟ่ ในหลายๆ เรื่อง และทำให้ชื่อแบรนด์ TRULY กลับมาเป้นที่พูดถึงอีกครั้ง หากมองในมุมการตลาดที่ไม่ใช่กระแสสังคม นอกจากเป็นการนำชื่อของ TRULY ให้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ยังเป็นการตอกย้ำภาพของแบรนด์ TRULY ที่เน้นมุมมองความเป็นจริง
แม้ว่ากระแสดังกล่าวอาจไม่ได้ช่วยสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือกระแสดังกล่าวช่วยให้เกิด Brand Awareness อีกครั้ง หลายคนที่ยังไม่รู้จัก ยังไม่คุ้นเคยกับแบรนด์ TRULY หรือคนที่อาจลืมชื่อแบรนด์นี้ไป กระแสดังกล่าวจะช่วยสร้างโอกาสให้ผูคนกลับมานึกถึงและศึกษเรื่องราวของแบรนด์ TRULY อีกครั้ง ปัจจุบันสินค้าของแบรนด์ TRULY ยังคงวางจำหน่ายอยู่บนช่องทางออนไลน์และเว็บไซต์เป็นหลัก
FAQ
TRULY คือแบรนด์อะไร?
TRULY เป็นแบรนด์ไทยที่ก่อตั้งโดยชาติฉกาจ ไวกวี เริ่มสร้างชื่อจากรองเท้า SATI ก่อนขยายไปยังเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และสินค้า Lifestyle ปัจจุบันแบรนด์สื่อสารทิศทางไปทางสินค้า Outdoor มากขึ้น
สินค้าที่ทำให้ TRULY เป็นที่รู้จักคืออะไร?
รองเท้า SATI หรือ “สติ” โดยเฉพาะรุ่นแรกที่ใช้พื้นสีเหลืองและแดงคนละข้าง กลายเป็นสินค้าที่สร้างทั้งยอดขายและการพูดถึงในวงกว้าง
ทำไม TRULY ถึงดัง?
ปัจจัยสำคัญมาจาก Brand Character ที่ชัด สินค้ามี Concept การสื่อสารแตกต่าง การใช้คนธรรมดาเป็นพรีเซนเตอร์ รวมถึง Personal Brand และทักษะ Storytelling ของชาติฉกาจ ไวกวี และกระแสความขัดแย้งของเพื่อนสนิทอย่าง ต้า เฟ็ดเฟ่ และ ยัต ชัยโสโร
TRULY ผลิตสินค้าในประเทศไทยหรือไม่?
แบรนด์ระบุว่าให้ความสำคัญกับวัสดุ โรงงาน และฝีมือการผลิตในประเทศ และวาง Made in Thailand เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการทำสินค้า รวมถึงการเป็นสินค้าฝีมือคนไทย
ปัจจุบัน TRULY วางตัวเป็นแบรนด์แบบไหน?
TRULY ระบุว่ากำลังพัฒนาจาก Fashion Brand ไปสู่สินค้า Functional และ Outdoor ที่ใช้ได้กับคนหลายช่วงวัย พร้อมสร้าง Community ภายใต้แนวคิด “Welcome to the Real World” โดยวางจำหน่ายอยู่บนช่องทางออนไลน์และเว็บไซต์เป็นหลัก