
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (UBS) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 165.00 บาท จากเดิม 152.00 บาท สะท้อนมูลค่าหุ้นที่ยังคงมีส่วนลดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม รวมถึงการคาดการณ์ผลกำไรที่จะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นในปี 2570 และโอกาสในการส่งมอบผลตอบแทนจากส่วนทุนส่วนเกินที่จะเพิ่มขึ้นภายหลังการปรับใช้เกณฑ์ Basel-IV
พร้อมกันนี้ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ SCB ในช่วงปี 2570-2571 ขึ้น 2-5% จากการปรับลดประมาณการต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) ลงจากระดับ 1.65% มาอยู่ที่ 1.55%-1.60% นอกจากนี้ การโอนขายหนี้เสียอย่างต่อเนื่อง และความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วม (JVAMC) เพื่อนำสินเชื่อรายย่อยและเอสเอ็มอีออกจากงบดุล จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดโครงสร้างต้นทุนความเสี่ยงได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน คุณภาพสินเชื่อและต้นทุนความเสี่ยงของธุรกิจ Auto X ในกลุ่ม Gen-2 คาดว่าจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงกลางปี 2570 ซึ่งแพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งและสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่ง จะช่วยสนับสนุนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) และเงินปันผลในระยะยาว
ทั้งนี้ คาดกผลกระทบจากเกณฑ์ Basel-IV ที่ประเมินว่าต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ จะส่งผลบวกต่อ SCB อย่างมีนัยสำคัญ การจัดตั้ง JVAMC และการขาย NPL จะช่วยลดสินทรัพย์เสี่ยง (RWA) ลง และสนับสนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผลได้มากขึ้น
โดยยังคงคาดการณ์อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) ในระดับสูงที่ 80% สำหรับปี 2569-2570 และได้ปรับเพิ่มค่าเฉลี่ยสำหรับปี 2571-2573 ขึ้นจาก 72% เป็น 75% โดยคาดว่าอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ในระยะกลางจะยังคงรักษาระดับได้สูงกว่า 17% ซึ่งหากอิงตามอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 80% มูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นอาจปรับตัวสูงขึ้นไปถึง 172.00 บาท
ทั้งนี้ การปรับราคาเป้าหมายเป็น 165.00 บาท มาจากการปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 6% และผลบวกจากการปรับเกณฑ์ Basel-IV รวมกับนโยบายเงินปันผลอีก 3% อิงบนค่า P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 11.8 เท่า โดย SCB และ KTB ถือเป็นธนาคารที่มีความน่าสนใจสูงสุด จากความโดดเด่นด้านความสมดุลของกำไร อัตราส่วนสำรองต่อหนี้สงสัยจะสูญ (LLR) และความแข็งแกร่งของฐานะเงินทุน
Back to top button