UBS อัพเป้า SCB ใหม่ 165 บาทชี้ตั้งสำรองลด-ปันผลพุ่ง ดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้า

Published on 21 ก.ย. 2026

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (UBS) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 165.00 บาท จากเดิม 152.00 บาท สะท้อนมูลค่าหุ้นที่ยังคงมีส่วนลดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม รวมถึงการคาดการณ์ผลกำไรที่จะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นในปี 2570 และโอกาสในการส่งมอบผลตอบแทนจากส่วนทุนส่วนเกินที่จะเพิ่มขึ้นภายหลังการปรับใช้เกณฑ์ Basel-IV

พร้อมกันนี้ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ SCB ในช่วงปี 2570-2571 ขึ้น 2-5% จากการปรับลดประมาณการต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) ลงจากระดับ 1.65% มาอยู่ที่ 1.55%-1.60% นอกจากนี้ การโอนขายหนี้เสียอย่างต่อเนื่อง และความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วม (JVAMC) เพื่อนำสินเชื่อรายย่อยและเอสเอ็มอีออกจากงบดุล จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดโครงสร้างต้นทุนความเสี่ยงได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน คุณภาพสินเชื่อและต้นทุนความเสี่ยงของธุรกิจ Auto X ในกลุ่ม Gen-2 คาดว่าจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงกลางปี 2570 ซึ่งแพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งและสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่ง จะช่วยสนับสนุนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) และเงินปันผลในระยะยาว

ทั้งนี้ คาดกผลกระทบจากเกณฑ์ Basel-IV ที่ประเมินว่าต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ จะส่งผลบวกต่อ SCB อย่างมีนัยสำคัญ การจัดตั้ง JVAMC และการขาย NPL จะช่วยลดสินทรัพย์เสี่ยง (RWA) ลง และสนับสนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผลได้มากขึ้น

โดยยังคงคาดการณ์อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) ในระดับสูงที่ 80% สำหรับปี 2569-2570 และได้ปรับเพิ่มค่าเฉลี่ยสำหรับปี 2571-2573 ขึ้นจาก 72% เป็น 75% โดยคาดว่าอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ในระยะกลางจะยังคงรักษาระดับได้สูงกว่า 17% ซึ่งหากอิงตามอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 80% มูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นอาจปรับตัวสูงขึ้นไปถึง 172.00 บาท

ทั้งนี้ การปรับราคาเป้าหมายเป็น 165.00 บาท มาจากการปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 6% และผลบวกจากการปรับเกณฑ์ Basel-IV รวมกับนโยบายเงินปันผลอีก 3% อิงบนค่า P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 11.8 เท่า โดย SCB และ KTB ถือเป็นธนาคารที่มีความน่าสนใจสูงสุด จากความโดดเด่นด้านความสมดุลของกำไร อัตราส่วนสำรองต่อหนี้สงสัยจะสูญ (LLR) และความแข็งแกร่งของฐานะเงินทุน

Back to top button