กลุ่มเซ็นทรัล และเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เปิดงาน Vietnamese Week in Thailand 2026 อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด "Discover the Charm of Vietnam" ชวนสัมผัสเสน่ห์ของสินค้าและวัฒนธรรมจาก 5 เมือง และจังหวัดสำคัญ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม และตอกย้ำความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ของทั้งสองประเทศ ภายในงานรวบรวมไฮไลต์สำคัญทั้งบูทสินค้าและอาหารพื้นเมืองจากผู้ประกอบการชาวเวียดนาม ตลอดจนพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างธุรกิจกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตรชั้นนำจากเวียดนาม ตอกย้ำการเป็น สะพานเชื่อมโอกาสทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการเวียดนามและผู้บริโภคชาวไทย
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ President กลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า "เวียดนามยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจโดดเด่นที่สุดในอาเซียน โดยคาดการณ์ว่า GDP ของปีนี้อาจเติบโตสูงถึง 7.2% สะท้อนศักยภาพของตลาดและกำลังซื้อที่ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ระหว่างประเทศไทยและเวียดนามที่ยาวนานถึง 50 ปี ขยายผลความเป็นพันธมิตรจากระดับภาครัฐไปสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และภาคธุรกิจ ด้วยเป้าหมายมูลค่าการค้าร่วมกันสูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลมองเห็นโอกาสและเดินหน้าลงทุนในเวียดนาม อย่างต่อเนื่อง
ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2555 กลุ่มเซ็นทรัลมองเห็นศักยภาพของตลาดเวียดนามที่มี Long-term Growth Potential ด้วยขนาดตลาดและแนวโน้มที่น่าสนใจทั้งมิติเศรษฐกิจ การขยายตัวของเมือง กำลังซื้อที่สูงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับ Modern Retail ในวงกว้าง ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเมืองใหญ่อย่าง ฮานอย หรือ นครโฮจิมินห์ แต่ขยายไปสู่เมืองรองทั่วประเทศ ส่งผลให้ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลได้ปักหมุดรากฐานและขยายการลงทุนในเวียดนามครอบคลุมหลากหลายธุรกิจ โดยมี เซ็นทรัล รีเทล เป็นหนึ่งในธุรกิจหลัก ที่ทุ่มเงินลงทุนในการพัฒนาธุรกิจไปแล้วรวมมากกว่า 49,000 ล้านบาท พร้อมขยายจากธุรกิจค้าปลีกสู่การสร้าง อีโคซิสเต็มที่ครบวงจร ควบคู่กับการส่งต่อโอกาสและสร้างรายได้ให้ประชากรชาวเวียดนามผ่านการจ้างงาน กว่า 13,000 ตำแหน่ง โดยมีสัดส่วนพนักงานชาวเวียดนามสูงถึง 99.5% ตลอดจนสร้างประโยชน์และรายได้ ให้แก่อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องตลอดทั้งซัพพลายเชน

ขณะเดียวกัน กลุ่มเซ็นทรัลยังมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมในเวียดนามอีกหลากหลายธุรกิจ ทั้งธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตและธุรกิจอื่น ๆ ของเซ็นทรัล รีเทล รวมไปถึงมีการศึกษาศักยภาพตลาด มองหาพันธมิตร ที่เหมาะสม และจัดตั้งทีมงานลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาโครงการศูนย์การค้ามิกซ์ยูสของเซ็นทรัลพัฒนา รวมถึงโรงแรมในเครือเซ็นทาราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างงานและยกระดับชีวิตครัวเรือนให้กับประชาชนชาวเวียดนามอีกมหาศาล ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศเวียดนามในระยะยาว”
นายโอลิวิเยร์ แลงเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม กล่าวเสริมว่า “เซ็นทรัล รีเทล มองเห็นสัญญาณบวกของตลาดที่กำลังเติบโต จากการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวเวียดนาม ซึ่งไม่เพียงมองหาความคุ้มค่าในการตัดสินใจซื้อสินค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ที่ได้รับมากขึ้น บริษัทฯ จึงไม่เพียงเดินหน้าขยายสาขาให้ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง แต่ยังมุ่งมั่นพัฒนาอีโคซิสเต็มให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ในทุกช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฟู้ด อย่าง GO! Hypermarket, TOPS Market, mini go! และ Lan Chi Mart กลุ่มน็อนฟู้ด และร้านค้า แบรนด์ไลฟ์สไตล์ สปอร์ต และแฟชั่น อาทิ Supersports, Kubo, Dyson, Columbia, Crocs, Hoka, Speedo และ Under Armour ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ภายในกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ของ GO! Mall อย่างครบวงจร ไม่เพียงการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ยังมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปกับทุกภาคส่วน โดยสอดแทรกวิสัยทัศน์ ‘Better for Vietnam’ ไว้ในทุกมิติของ Value Chain ตั้งแต่ลูกค้า คู่ค้า ซัพพลายเออร์ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างจริงจัง สะท้อนจากการที่สินค้าที่จำหน่าย ที่ห้างร้านในเครือมากกว่า 90% มาจากแหล่งผลิตในประเทศเวียดนาม และมีการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นมากกว่า 2,000 ราย อีกทั้งเรายังมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านคุณภาพอาหารและความปลอดภัย ตลอดจนปักหมุด การเป็นผู้นำค้าปลีกยั่งยืนผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ Livelihoods for Communities สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน ผ่านการยกระดับการผลิต คุณภาพสินค้า และเปิดโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภค, โครงการ One Mall, One School สนับสนุนการสร้างและปรับปรุงโรงเรียน, โครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาร้านค้าและศูนย์การค้า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”

สำหรับงาน Vietnamese Week ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Better for Vietnam’ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 จากความร่วมมือระหว่างเซ็นทรัล รีเทล, กลุ่มเซ็นทรัล, กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม และพันธมิตรในท้องถิ่น โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการชาวเวียดนามเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าแล้วกว่า 1,000 ราย ต้อนรับผู้เข้าชมงานมากกว่า 1 ล้านคน และมีการจัด Business Matching สำเร็จไปแล้วมากกว่า 50 ครั้ง สำหรับปี 2569 นี้ โครงการได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ National Payment Corporation of Vietnam (NAPAS), VietinBank, Vietnam Airlines และ Hong Ngoc Ha Travel ในการยกเสน่ห์ของประเทศเวียดนาม ทั้งในมิติของสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม การแสดงเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการท่องเที่ยว มาจัดแสดงใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด 'Discover the Charm of Vietnam' เพื่อเปิดมุมมองใหม่และสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยง Soft Power ของเวียดนามเข้ากับผู้บริโภค ชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชูไฮไลต์สินค้าจาก 5 เมืองและจังหวัดดัง ได้แก่ ฮานอย นครโฮจิมินห์ ดานัง อันซาง และลาวไก พร้อมประสบการณ์ ช้อป-ชิม-ชิลล์ อย่างเต็มอิ่มตลอด 4 วันเต็ม อาทิ
· เอาใจคอกาแฟด้วยเมล็ดกาแฟเวียดนามสายพันธุ์คุณภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแบรนด์ Adoré café, FNB และ Real Bean Coffee
· สัมผัสสุนทรียภาพแห่งวัฒนธรรมชา จากชาคุณภาพ พร้อมร่วมเวิร์กช็อปศิลปะการชงชา แบบดั้งเดิมกับแบรนด์ Vietnam Tea Shop
· เปิดประสบการณ์รสชาติที่หลากหลาย ผ่านผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าเกษตรแปรรูปคุณภาพตั้งแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ CaThiFood, ผักผลไม้แปรรูปจาก Mekong Herbals, คราฟต์ช็อกโกแลตจาก Bittersweet Chocolatier, น้ำปลาแท้ต้นตำรับเกาะฟู้โกว๊ก แบรนด์ Khai Hoan และ Huynh Khoa, เกลือและเครื่องปรุงแบรนด์ Donkey Marine และ VIPEP ตลอดจนเครื่องดื่มยอดฮิตจาก Idocean, MOCBACMILK และ Vinacacao
· ค้นพบเสน่ห์งานฝีมือและภูมิปัญญาเวียดนาม ผ่านงานผ้าและสิ่งทอจากแบรนด์ VietHouse
· เสริมด้วยบูทสินค้าจาก TOPS FOOD HALL ที่รวบรวมสินค้านำเข้าจากเวียดนามซึ่งวางจำหน่ายภายในร้านมาให้เลือกช้อป อาทิ กาแฟเวียดนามแบรนด์ดังอย่าง King Coffee และ Mr. Viet ขนมขบเคี้ยวยอดฮิตจาก Bibica รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ Acecook และ VIFON
· อิ่มอร่อยกับโซนอาหารและเครื่องดื่มรสชาติเวียดนามต้นตำรับ โดย Golden Gate ร่วมกับ TOPS FOOD HALL จัดเต็มเมนูยอดนิยม ทั้งเฝอ บั๋นหมี่ ปอเปี๊ยะสด และกาแฟเวียดนาม พร้อมพื้นที่ให้นั่งชิมและดื่มด่ำกับรสชาติได้ที่บริเวณ Eden ชั้น 2
· ปิดท้ายด้วยดีลพิเศษสำหรับผู้ที่อยากออกเดินทางไปสัมผัสเวียดนามด้วยตัวเอง จาก Vietnam Airlines และ Hong Ngoc Ha Travel ที่ยกข้อเสนอสุดคุ้มทั้งตั๋วเครื่องบินและแพ็กเกจท่องเที่ยวมาให้เลือกช้อปภายในงาน

ภายในงาน Vietnamese Week in Thailand 2026 ได้รวบรวมผู้ประกอบการชาวเวียดนามมากกว่า 60 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรม มาร่วมออกบูธแสดงสินค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดประตูให้แบรนด์เวียดนามสามารถเข้าถึงตลาดไทยได้โดยตรง พร้อมมอบโอกาสในการนำเสนอสินค้าและรับ Feedback จริงจากผู้บริโภค เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจของตนเองหลังจบงาน นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรม Business Matching เวทีที่ผู้ประกอบการชาวเวียดนามสามารถเจรจาธุรกิจร่วมกับหน่วยธุรกิจภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล เพื่อสร้างโอกาส ทางการค้า การส่งออก ตลอดจนการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าเข้าสู่ระบบค้าปลีกและค้าส่งสมัยใหม่ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศผ่านเครือข่ายของบริษัทฯ ซึ่งเป็นการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเวียดนามที่มีศักยภาพให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องในระยะยาว
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญสำหรับการเฉลิมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม คือ การลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ NAPAS และ VietinBank เพื่อส่งเสริมระบบชำระเงินข้ามแดนผ่าน VietQR Global มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล การค้า และการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อในระดับภูมิภาค พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ
“งาน Vietnamese Week in Thailand 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำให้วาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและเวียดนามมีความหมายมากยิ่งขึ้น ด้วยการต่อยอดมิตรภาพ สู่ความร่วมมือระดับท้องถิ่นและภาคธุรกิจ พร้อมสร้างโอกาสเติบโตร่วมกันในระยะยาว โดยกลุ่มเซ็นทรัล นำโดย เซ็นทรัล รีเทล พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนของเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ใช้ศักยภาพของ Retail & Wholesale Ecosystem และองค์ความรู้ที่สะสมมาอย่างยาวนาน เป็นสะพานเชื่อมโยงผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และตลาดของทั้งสองประเทศ เพื่อผลักดันให้ไทยและเวียดนามก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคไปด้วยกันอย่างมั่นคง” นางสาววัลยา กล่าวทิ้งท้าย