ความลับแตก! หนุ่มออสซี่อ้าง WFH ที่บ้าน แต่แอบอยู่สิงคโปร์ สุดท้ายถูกไล่ออก

Published on 14 ต.ค. 2026

โน้ตบุ๊กเป็นเหตุ! หนุ่มออสซี่อ้าง WFH ที่บ้าน แต่แอบทำงานไกลถึงสิงคโปร์ ก่อนถูกจับโป๊ะจนตกงาน เจ้าตัวยื่นร้องเรียนเลิกจ้างไม่เป็นธรรม บทสรุปคดีชวนอึ้ง

โป๊ะแตกเพราะเทคโนโลยี! หนุ่มพนักงานบริษัทในออสเตรเลียเจอดราม่าหนัก หลังอ้างว่ากำลังทำงานจากบ้าน หรือ Work From Home ในนครซิดนีย์ แต่ความจริงกลับอยู่ไกลถึงประเทศสิงคโปร์ ก่อนถูกบริษัทจับได้จากตำแหน่งโน้ตบุ๊กที่ใช้ทำงาน จนถูกไล่ออก ทว่าเรื่องราวยังไม่จบ เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจยื่นร้องเรียนว่าถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม กลายเป็นคดีที่มีบทสรุปชวนถกเถียง

ชายรายนี้มีชื่อว่า ชาร์ลส์ เกรแฮม พนักงานซื้อขายเงินตราต่างประเทศของบริษัท HIFX Australia ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ Xe โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งเป็นวันที่เขาควรทำงานจากบ้านในนครซิดนีย์ แต่หลังจากกลับจากวันลาพักร้อน หัวหน้างานเริ่มสงสัยในตำแหน่งที่แท้จริงของเขา จึงส่งอีเมลถึงฝ่าย IT พร้อมข้อความสุดเด็ดว่า “เพื่อนของเราน่าจะกลับมาออนไลน์วันนี้ เป็นวันแรก หลังจากลาพักร้อน เพราะงั้นผมคงต้องขอใช้ทักษะระดับ FBI ของคุณหน่อย”

ผลการตรวจสอบทำเอาความลับแตกทันที เมื่อฝ่าย IT พบว่าโน้ตบุ๊กของเกรแฮมเชื่อมต่อจากโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศสิงคโปร์ ไม่ใช่บ้านพักในซิดนีย์ตามที่แจ้งไว้ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน 2025 เขาเคยขออนุญาตบริษัททำงานจากสิงคโปร์เป็นเวลา 1 ปี แต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากตำแหน่งงานประจำอยู่ในออสเตรเลีย และบริษัทไม่มีใบอนุญาตดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์ กระทั่งวันที่ 2 ธันวาคม 2025 บริษัทจึงตัดสินใจเลิกจ้างเขา

ด้านเกรแฮมออกมาชี้แจงว่า ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวที่สิงคโปร์ คนรักของเขาเกิดติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ทั้งคู่จำเป็นต้องเลื่อนการเดินทางกลับออสเตรเลียออกไป โดยเจ้าตัวอ้างว่าตั้งใจจะแจ้งหัวหน้างานแล้ว แต่กลับวุ่นวายกับอีเมลจำนวนมาก สายโทรศัพท์ที่ติดต่อเข้ามาไม่หยุด และข้อร้องเรียนจากลูกค้ารายสำคัญ จนไม่ได้แจ้งเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ยอมรับคำอธิบายนี้ เพราะหลักฐานที่นำมาแสดงไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าคนรักไม่สามารถเดินทางได้จริง อีกทั้งยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอธิบายการปกปิดสถานที่ทำงาน

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทเผยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกรแฮมมีพฤติกรรมลักษณะนี้ เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยอ้างว่าต้องทำงานจากบ้านเพื่อรอช่างประปามาซ่อมห้องน้ำ แต่แท้จริงกลับอยู่บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้ หลังบริษัทกำหนดให้พนักงานเข้าออฟฟิศอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน เขายังมีประวัติมาทำงานสาย โดยอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพและภารกิจภายในบ้านหลายครั้ง

หลังถูกไล่ออก เกรแฮมตัดสินใจยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งออสเตรเลีย โดยแมธีสัน กรรมการผู้พิจารณาคดี วินิจฉัยว่า การที่เขาปกปิดสถานที่ทำงานเป็น “การกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์โดยเจตนา” เพราะเจ้าตัวทราบดีอยู่แล้วว่าการทำงานจากต่างประเทศจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากบริษัท อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกลับพบว่าบริษัทเองก็มีข้อบกพร่องในขั้นตอนเลิกจ้าง เนื่องจากข้อความภายในบางส่วนบ่งชี้ว่าอาจมีการตัดสินใจไล่เขาออกล่วงหน้า ก่อนเปิดโอกาสให้ชี้แจงอย่างเหมาะสม

ท้ายที่สุด แม้คณะกรรมการจะพบว่าบริษัทดำเนินกระบวนการเลิกจ้างไม่ถูกต้อง แต่ก็เห็นว่าการกระทำของเกรแฮมร้ายแรงเพียงพอที่จะเป็นเหตุให้ถูกไล่ออกอยู่ดี จึงไม่สั่งให้รับกลับเข้าทำงาน และไม่อนุมัติเงินชดเชยจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม เขายังได้รับเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเทียบเท่าค่าจ้าง 4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสิทธิที่พึงได้รับ โดยไม่ถือว่าเป็นการชนะคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์ทันที โดยชาวเน็ตบางส่วนตำหนิพฤติกรรมของเกรแฮมว่า “ให้คืบจะเอาศอกจริง ๆ” ขณะที่อีกฝ่ายกลับมองต่างมุมว่า บริษัทควรให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าสถานที่ทำงาน พร้อมตั้งคำถามว่า “จะทำงานจากที่ไหนแล้วมันสำคัญอะไร ตราบใดที่เขายังทำงานได้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย” กลายเป็นอีกหนึ่งดราม่าที่สะท้อนข้อถกเถียงเรื่องขอบเขตของการทำงานแบบ WFH ในยุคปัจจุบัน

ที่มา: ndtv

อ่านข่าวเพิ่มเติม: ฮาทั้งโซเชียล! ชายเข้าประชุมออนไลน์บนหลังอูฐ กลางทะเลทรายซาฮารา คลิปไวรัลสุดหลุดโลก สะท้อนการทำงานยุคใหม่ที่ไม่จำกัดสถานที่ ชาวเน็ตแห่ชื่นชมความทุ่มเท

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์