จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กล่าวว่า ตลาดคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้ายังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน และการเติบโตของ E-commerce ขณะที่ผู้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของสินทรัพย์” และความต่อเนื่องของรายได้มากขึ้น
ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านการขยายพอร์ตของ WHART ที่เตรียมเข้าลงทุนใน WGCL International Distribution Center (WGCL IDC) ศูนย์กระจายสินค้าประเภท Built-to-Suit ในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่าการลงทุนไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท
ทรัพย์สินดังกล่าวมีพื้นที่รวมประมาณ 99,390 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ และมีสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี กับผู้เช่า
จุดที่น่าสนใจของดีลนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มขนาดพอร์ตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเพิ่มสินทรัพย์ที่มีรายได้จากสัญญาเช่าระยะยาวเข้ามาในพอร์ต ซึ่งช่วยให้ WHART มีฐานรายได้ที่มองเห็นได้ในระยะยาวมากขึ้น
จากสินทรัพย์ใหม่ 2.5 พันล้าน สู่พอร์ตทะลุ 5.6 หมื่นล้าน
ศุภศิษย์ สิทธเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHART เปิดเผยว่า หลังการเข้าลงทุนใน WGCL IDC แล้วเสร็จ WHART คาดว่าจะมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารมากกว่า 2 ล้านตารางเมตร และมีมูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 56,000 ล้านบาท
พอร์ตของ WHART ครอบคลุมทำเลโลจิสติกส์สำคัญ ทั้งบางนา-ตราด พื้นที่ EEC และกรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยการเพิ่ม WGCL IDC เข้ามา ยังทำให้พอร์ตมีสัดส่วนสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับฐานอุตสาหกรรมใน EEC มากขึ้น
สำหรับ WGCL IDC ดำเนินการโดยบริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง WHA Group และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC

WHART เพิ่มทุน 1.4 พันล้าน รองรับดีล WGCL
การลงทุนครั้งนี้มาพร้อมกับการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1,416 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการลงทุนในทรัพย์สินอยู่ที่ไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท
ภายหลังการลงทุนและตามสมมติฐานที่กำหนด WHART คาดว่าจะมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนประมาณ 0.783 บาทต่อหน่วย สำหรับรอบ 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 คิดเป็นอัตราการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนประมาณ 7.05% ต่อปี เมื่อคำนวณจากราคาเสนอขายสูงสุดที่ 11.10 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการตามสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนในอนาคต
เปิดจองซื้อปลาย ก.ย. - ต้น ต.ค.
สำหรับการเพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อ สามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 21–25 กันยายน 2569 ที่ราคาเสนอขายสูงสุด 11.10 บาทต่อหน่วย โดยหากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาสูงสุด จะมีการคืนส่วนต่างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ส่วนการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (Public Offering) เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 28 กันยายน–1 ตุลาคม 2569 ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย ซึ่งจะประกาศภายหลัง โดยสามารถจองซื้อผ่าน K-PLUS และสาขาธนาคารกสิกรไทยตามเงื่อนไขที่กำหนด
การขยายพอร์ตครั้งนี้จึงเป็นอีกภาพของการเติบโตของ WHART ที่ไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ แต่ให้น้ำหนักกับการเติมสินทรัพย์โลจิสติกส์ที่มีผู้เช่าและสัญญาเช่าระยะยาว เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของกระแสรายได้ในพอร์ต

ผู้เขียน
my_bb
นักข่าวสายอสังหาริมทรัพย์และสายธุรกิจทั่วไป ที่เขียนคอนเทนต์เพื่อหาเงินเลี้ยงแมว