ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวกเล็กน้อย คาดดีลดีเซลหนุนรัสเซียส่งออกน้ำมันเพิ่ม

Published on 13 ต.ค. 2026

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (13 ต.ค.) ขณะที่สัญญาน้ำมันเบรนท์ปิดลดลง ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน โดยตลาดได้แรงหนุนส่วนหนึ่งจากการคาดการณ์ที่ว่าเหตุการณ์โจมตีในซาอุดีอาระเบียและเยเมนอาจส่งผลให้เกิดอุปทานชะงักงัน แต่ก็ถูกกดดันจากข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันจากรัสเซียไหลเข้าสู่ตลาดมากขึ้น

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 40 เซนต์ หรือ 0.43% ปิดที่ 94.14 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 96 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 105.69 ดอลลาร์/บาร์เรล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัสเซียได้ตกลงที่จะจัดส่งน้ำมันดีเซลมากกว่า 4 ล้านตันเข้าสู่ตลาดโลก ภายใต้ข้อตกลงที่เขาได้ทำกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ระงับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเชื้อเพลิงรัสเซียเป็นการชั่วคราว ซึ่งมาตรการดังกล่าวเดิมมีเป้าหมายเพื่อสกัดรายได้ของรัสเซียที่ใช้เป็นทุนในการทำสงครามกับยูเครน

คณะบริหารของปธน.ทรัมได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ยูเครนว่า ข้อตกลงที่อนุญาตให้รัสเซียส่งออกน้ำมันดีเซลนั้น เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการดึงรัสเซียกลับเข้าสู่การเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน

ทั้งนี้ ข้อตกลงใด ๆ ที่จะนำไปสู่การยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน อาจเปิดทางให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น ขณะที่ข้อมูลพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2568 รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย

ส่วนสถานการณ์สู้รบระหว่างซาอุดีอาระเบียบกับกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่านนั้น กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียได้ประกาศเตือนให้พลเรือนอยู่ห่างจากคลังน้ำมันบริเวณชานเมือง ก่อนที่จะเปิดฉากโจมตีกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน ในวันอังคาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้ัน

ด้านปธน.ทรัมป์ได้กล่าวหากลุ่มฮูตีว่ามีเจตนาที่จะปั่นราคาน้ำมันให้สูงขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ พร้อมเตือนว่าจะ ไม่มีวันลืม เหตุการณ์ที่กลุ่มฮูตีได้โจมตีดินแดนซาอุดีอาระเบีย ซึ่งคำเตือนดังกล่าวบ่งชี้ว่าความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังขยายวงกว้าง

โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียยังคงอยู่ในภาวะเปราะบางและถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากกลุ่มฮูตีได้ก่อเหตุโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงริยาดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ขณะเดียวกันก็มีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ

โดย รัตนา พงศ์ทวิช