ประธานส.อ.ท. ห่วงท่วมโรงงานยืดเยื้อเสียหาย 1 แสนล้าน ชงมาตรการช่วยเอสเอ็มอี–ปลดล็อกกฎระเบียบอุตฯ

Published on 9 ต.ค. 2026

ประธานส.อ.ท.

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังจากหารือร่วมกับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ภายใต้กลไก MIND x FTI ครั้งที่ 2/2569 ส.อ.ท. ได้สะท้อนถึงความสำคัญของสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานสำคัญของประเทศ เบื้องต้นมีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบประมาณ 2,000 รายใน 14 จังหวัด ทั้งจากความเสียหายต่อสถานประกอบการ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตลอดจนข้อจำกัดด้านการเดินทางและการขนส่ง ส่งผลให้การผลิตและการส่งมอบสินค้าหยุดชะงัก

ผลกระทบยังขยายวงไปถึงผู้ประกอบการนอกพื้นที่ประสบภัยในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและเกษตรแปรรูป วัสดุก่อสร้าง สุขภาพและความงาม พลาสติก ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ โดย ส.อ.ท. ประเมินว่า หากภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ อาจสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 100,000 ล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูกิจการ และความเสี่ยงต่อการรักษาคำสั่งซื้อและการจ้างงาน สะท้อนให้เห็นว่าอุทกภัยไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะโรงงานในพื้นที่ประสบภัย แต่ยังกระทบต่อระบบการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง

เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว ส.อ.ท. จัดตั้ง War Room ภายใต้กรอบ “Response–Rescue–Recovery” เพื่อรับแจ้งเหตุ ประสานความช่วยเหลือ สำรวจความเสียหาย และผลักดันมาตรการด้านภาษีและสินเชื่อสำหรับการฟื้นฟูกิจการ พร้อมประสานจัดหาพื้นที่รองรับขยะจากอุทกภัย และเตรียมความพร้อมของพื้นที่อุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

นอกจากนี้ ส.อ.ท.ได้หารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณามาตรการสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาท สำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมุ่งสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน ซ่อมแซมเครื่องจักร ฟื้นฟูสถานประกอบการ รักษาการจ้างงาน และเร่งให้ภาคอุตสาหกรรมกลับมาดำเนินการผลิตได้โดยเร็ว

ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีเงินทุนสำรองจำกัด กำลังเผชิญภาระต้นทุนจากความเสียหายต่อเครื่องจักรและสถานประกอบการ ควบคู่กับข้อจำกัดด้านการผลิตและการขนส่ง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่าย ทันต่อสถานการณ์ และสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ วงเงินและเงื่อนไขสินเชื่อจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการสนับสนุนทางธุรกิจได้อย่างทั่วถึง ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ส.อ.ท. ขอเน้นย้ำว่า การฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งการเยียวยาความเสียหาย การเติมสภาพคล่อง และการเร่งคืนกำลังการผลิต โดยพร้อมประสานความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาตรการให้เข้าถึงผู้ประกอบการอย่างรวดเร็วและตรงจุด ลดผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต และรักษาความต่อเนื่องของภาคธุรกิจ

ทั้งนี้อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นอีกหนึ่งภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและการหยุดชะงักของระบบขนส่ง ขณะเดียวกันยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดรถยนต์ในประเทศที่ซบเซา โดยเฉพาะรถกระบะ ซึ่งเป็น Product Champion และเป็นฐานการผลิตสำคัญของประเทศไทย มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสูงกว่า 90% และเชื่อมโยงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs จำนวนมากในห่วงโซ่อุปทาน

การจำหน่าย และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม อาจกระทบต่อความต่อเนื่องของฐานการผลิต การตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ส.อ.ท. จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งกำหนดแนวทางสนับสนุนที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นตลาดภายในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

ข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันโครงการ Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะ ควบคู่กับมาตรการสินเชื่อ การผ่อนปรนหลักเกณฑ์ และกลไกค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงรถยนต์ใหม่ พร้อมเสนอให้ทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศกับรถยนต์นำเข้า ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย และพิจารณาแนวทางการบังคับใช้มาตรฐาน Euro 6 ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดและความพร้อมของผู้ประกอบการ

นอกจากที่ประชุมยังหารือแนวทางขับเคลื่อนและแก้ไขข้อจำกัดของอุตสาหกรรมในด้านต่าง ๆ ได้แก่

  • การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร
  • การผลักดันโครงการ Buy Thai
  • การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทย
  • การยกระดับการกำกับดูแลและขยายผล Made in Thailand (MiT)
  • การเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย
  • การปรับปรุงกฎหมายแร่และกระบวนการอนุญาต