ประกาศราคาในออสเตรเลีย เริ่ม 1.61-2.0 ล้านบาท Mitsubishi Pajero 2027 - รถใหม่วันนี้ ข่าวรถยนต์ EV ราคารถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

Published on 3 ก.ย. 2026

Spread the love

Advertisement

Advertisement

ราคา Mitsubishi Pajero 2027 ในออสเตรเลีย ที่ประกาศล่าสุด โดยราคายัง ไม่รวมค่าใช้จ่ายจดทะเบียน/On-road costs:

  • GLS 5 ที่นั่ง — 68,490 AUD ≈ 1,618,419 บาท
  • GLS 7 ที่นั่ง — 69,990 AUD ≈ 1,653,864 บาท
  • EXCEED — 79,990 AUD ≈ 1,890,164 บาท
  • GSR — 84,990 AUD ≈ 2,008,314 บาท

ดังนั้นช่วงราคาอยู่ประมาณ 1.62–2.01 ล้านบาท เมื่อแปลงตรงด้วยอัตรา 23.63 บาท/AUD ไม่ได้หมายถึงราคาขายในไทย เพราะยังไม่รวมโครงสร้างภาษีและการตั้งราคาในไทย

จุดสำคัญของข่าวคือ Pajero ใหม่ถูกวางตำแหน่ง สูงกว่า Pajero Sport เดิมชัดเจน โดย Pajero Sport ในออสเตรเลียมีราคาประมาณ 51,540–65,590 AUD ขณะที่ Pajero ใหม่เริ่ม 68,490 AUD และรุ่นบนสุดแตะ 84,990 AUD

เครื่องยนต์

  • ดีเซล 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร รหัสพื้นฐานตระกูล 4N16 เทอร์โบเดี่ยวแปรผัน VGT – Variable Geometry Turbo
  • กำลังสูงสุด 150 kW เทียบประมาณ 204 แรงม้า PS
  • แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร
  • เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
  • มี Paddle Shift
  • มีระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะจอด
  • อินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำ
  • ระบบ EGR แบบ Dual-loop
  • ระบบบำบัดไอเสีย SCR
  • ใช้น้ำยา AdBlue
  • ถัง AdBlue 17 ลิตร
  • ถังน้ำมัน 80 ลิตร
  • มาตรฐานไอเสีย Euro 6d
  • ไม่ใช่เครื่อง Bi-Turbo แบบ Triton Hyper Power

ระบบขับเคลื่อน

  • ขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II
  • มี Transfer Case
  • มีเกียร์ Low Range
  • มีระบบล็อกเฟืองท้ายหลัง Rear Differential Lock

โหมดระบบขับเคลื่อน

  • 2H — ขับเคลื่อนล้อหลัง
  • 4H — ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time
  • 4HLc — ขับ 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง
  • 4LLc — ขับ 4 ล้อ Low Range พร้อมล็อกเฟืองกลาง

S-AWC

  • ระบบควบคุมการขับเคลื่อน Super All Wheel Control
  • Active Yaw Control
  • Active Stability Control
  • Traction Control
  • ABS
  • ช่วยควบคุมแรงขับและแรงเบรกของแต่ละล้อ
  • ช่วยลดอาการ Understeer และ Oversteer

โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ

  • Normal — ปกติ
  • Eco — ประหยัด
  • Gravel — ทางกรวด
  • Snow — หิมะ
  • Mud — โคลน
  • Sand — ทราย
  • Rock — ทางหิน

โครงสร้างตัวถัง

ช่วงล่างหน้า

  • อิสระ Double Wishbone
  • คอยล์สปริง
  • เหล็กกันโคลง
  • ปรับ Geometry ใหม่สำหรับ PAJERO
  • เน้นระยะยุบตัวของช่วงล่างสำหรับ Off-road

ช่วงล่างหลัง

  • เพลาท้ายแข็ง แบบ 5-Link
  • คอยล์สปริง
  • เหล็กกันโคลง
  • ไม่ใช้แหนบแบบ Triton
  • ออกแบบให้เน้นความสบายบนถนนและความสามารถทางออฟโรด

พวงมาลัย

  • พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS
  • ปรับอัตราทดและวงเลี้ยวให้เหมาะกับ SUV
  • ออกแบบตำแหน่งการนั่งสูงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัย

ระบบเบรก

  • ดิสก์เบรกหน้า
  • ดิสก์เบรกหลัง
  • Electric Brake Booster
  • เบรกมือไฟฟ้า
  • Auto Brake Hold

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4,920 มม.
  • กว้าง 1,925 มม.
  • สูงประมาณ 1,900–1,910 มม.
  • ฐานล้อ 2,870 มม.
  • ระยะล้อคู่หน้า 1,630 มม.
  • ระยะล้อคู่หลัง 1,630 มม.
  • การกระจายน้ำหนักประมาณ หน้า 52 : หลัง 48

ความสามารถทางออฟโรด

  • Ground Clearance ประมาณ 230 มม.
  • มุมไต่ 30.4 องศา
  • มุมคร่อม 22.6 องศา
  • มุมจาก 25.8 องศา
  • ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงรถที่ติดตั้งล้อ 20 นิ้ว
  • ความสามารถลุยน้ำยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ

ความสามารถลากจูง

  • ลากจูงแบบมีเบรกสูงสุด 3,500 กก.
  • เพิ่มจาก PAJERO SPORT เดิมประมาณ 400 กก.
  • มีระบบ Trailer Load Assist
  • ช่วยลดอาการส่ายของรถพ่วง
  • ระบบสามารถควบคุมกำลังเครื่องยนต์และแรงเบรกเพื่อรักษาเสถียรภาพ

รับน้ำหนักบนหลังคา

  • ขณะขับรถ 100 กก.
  • ขณะจอดรถ 300 กก.
  • รองรับการติดตั้ง Roof Rack และ Roof Tent ตามข้อกำหนด

จำนวนที่นั่ง

  • GLS มีทั้ง 5 ที่นั่ง / 7 ที่นั่ง
  • EXCEED — 7 ที่นั่ง
  • GSR — 7 ที่นั่ง

เบาะแถว 2

  • แบ่งพับ 60:40
  • เลื่อนหน้า-หลังได้
  • ระยะเลื่อนสูงสุดประมาณ 150 มม.
  • ปรับเอนได้
  • พับแบบ Tumble เพื่อเข้าแถว 3

เบาะแถว 3

  • แบ่งพับ 50:50
  • ออกแบบให้ผู้ใหญ่สามารถนั่งได้
  • เพิ่มพื้นที่วางเท้าใต้เบาะแถวสอง
  • มีที่วางแก้ว
  • มี USB-C สำหรับรุ่น 7 ที่นั่ง

พื้นที่สัมภาระ

  • ความจุประมาณ 519 ลิตร VDA
  • มีช่องเก็บของใต้พื้นเพิ่มเติมประมาณ 10 ลิตร

การเก็บเสียง

  • กระจกบังลมหน้าแบบลดเสียง
  • กระจกประตูหน้าแบบ Acoustic Glass
  • กระจกประตูหลังแบบ Acoustic Glass
  • เพิ่มวัสดุดูดซับเสียงตามตัวถัง
  • ลดเสียงเครื่องยนต์
  • ลดเสียงลม
  • ลดเสียงจากพื้นถนน

อุปกรณ์รุ่น GLS

ภายนอก

ภายใน

หน้าจอ

  • มาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว
  • หน้าจอกลาง 12.3 นิ้ว
  • Wireless Apple CarPlay
  • Wireless Android Auto
  • Bluetooth
  • Digital Radio
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง

EXCEED เพิ่มจาก GLS

GSR เพิ่มจาก EXCEED

ระบบเครื่องเสียง Yamaha Ultimate

  • ลำโพง 12 ตำแหน่ง
  • Dual Amplifier
  • DSP
  • Subwoofer
  • ปรับเสียงตามความเร็วของรถ
  • ชดเชยเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายในรถ

PAJERO Multi Meter

มาตรวัดออฟโรดสไตล์ PAJERO รุ่นดั้งเดิม ถูกนำกลับมาในรูปแบบดิจิทัล

แสดงข้อมูลได้ เช่น

ระบบเชื่อมต่อ

  • MITSUBISHI CONNECT
  • ตรวจสอบสถานะรถผ่าน Smartphone
  • Remote Climate Control
  • Automatic Collision Notification
  • SOS Call
  • Emergency Assistance
  • Wireless Charger 15W
  • USB-C รองรับสูงสุดประมาณ 27W
  • USB-C ด้านหน้า 2 จุด
  • USB-C แถวสอง 2 จุด
  • USB-C แถวสาม 2 จุดในรุ่น 7 ที่นั่ง
  • ช่องจ่ายไฟ 12V
  • ช่องไฟบ้าน AC 220V ด้านหลัง

กล้องรอบคัน

  • กล้องรอบคัน 3D Multi Around Monitor
  • กล้อง 4 ตัว
  • สร้างภาพจำลองรอบรถแบบ 3 มิติ
  • มีมุมมองใต้ฝากระโปรงหน้า
  • ช่วยให้มองเห็นพื้นบริเวณด้านหน้ารถ
  • เหมาะสำหรับการขับทางหินและออฟโรด
  • เมื่อใช้ 4HLc หรือ 4LLc ระบบสามารถแสดงมุมมองด้านหน้าสำหรับออฟโรดได้

ระบบความปลอดภัย

  • ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง
  • ถุงลมคู่หน้า
  • ถุงลมด้านข้าง
  • ถุงลมหัวเข่าฝั่งคนขับ
  • ถุงลมกลางระหว่างผู้โดยสารหน้า
  • ม่านถุงลมด้านข้าง
  • ม่านถุงลมครอบคลุมถึงแถวสามในรุ่น 7 ที่นั่ง

MI-PILOT / ADAS

GLS 5 ที่นั่ง — 68,490 AUD ≈ 1.62 ล้านบาท

ได้อุปกรณ์หลัก เช่น

จุดเด่น: ถูกที่สุด และมีระบบขับเคลื่อน/ออฟโรดหลักครบเหมือนรุ่นแพง

GLS 7 ที่นั่ง  69,990 AUD ≈ 1.65 ล้านบาท

ต่างจาก GLS 5 ที่นั่งหลักๆ คือ

  • เพิ่มเบาะแถว 3
  • รองรับ 7 ที่นั่ง
  • เบาะแถว 3 แบ่งพับ 50:50
  • มี USB-C สำหรับแถว 3
  • อุปกรณ์หลักอื่นๆ ใกล้เคียง GLS 5 ที่นั่ง

ส่วนต่างเพียง 1,500 AUD ≈ 35,445 บาท

ดังนั้นถ้าต้องการ 7 ที่นั่ง รุ่นนี้ถือว่าเพิ่มเงินไม่มาก

EXCEED  79,990 AUD ≈ 1.89 ล้านบาท

เพิ่มจาก GLS 7 ที่นั่งหลายอย่าง

ส่วนต่างจาก GLS 7 ที่นั่ง 10,000 AUD ≈ 236,300 บาท

จุดเด่น: เป็นรุ่นที่เริ่มได้ความหรูและเทคโนโลยีภายในแบบเต็มตัว

GSR  84,990 AUD ≈ 2.01 ล้านบาท

เพิ่มจาก EXCEED อีกประมาณ 5,000 AUD ≈ 118,150 บาท

ได้เพิ่ม เช่น

สิ่งที่เหมือนกันทั้ง 4 รุ่น

จุดสำคัญคือ Mitsubishi ไม่ได้กั๊กระบบขับเคลื่อนหลักไว้เฉพาะรุ่นท็อป

ทั้ง 4 รุ่นได้

สรุปง่ายๆ
GLS 5 = เน้นคุ้ม / 5 ที่นั่ง
GLS 7 = เพิ่มแถว 3
EXCEED = เพิ่มความหรู + จอใหญ่ + Yamaha
GSR = ของครบสุด + หลังคากระจก + เบาะระบายอากาศ + ชุดแต่งดำ

ตัวเลขที่ยังไม่ประกาศ

DRIVE

Mitsubishi ลุยเกมใหม่! ฟื้น Pajero ปี 2026 เตรียมผลิตไทย แตกไลน์หลายรุ่น พร้อม Hybrid ในอนาคต

Mitsubishi Motors กำลังเตรียมกลับมาเดินเกมครั้งสำคัญอีกครั้ง หลัง เคสุเกะ คิชิอุระ (Keisuke Kishiura) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (President & COO) ของบริษัท Mitsubishi Motors เปิดเผยทิศทางใหม่ของบริษัท โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญคือการนำชื่อ Mitsubishi Pajero กลับมาทำตลาดอีกครั้งภายในปี 2026 พร้อมวางแผนต่อยอด Pajero ให้กลายเป็น “ตระกูลรถ” ที่มีมากกว่าหนึ่งรุ่น

ที่น่าสนใจคือ บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับ การผลิต Pajero ในประเทศไทย ขณะเดียวกันยังมองความเป็นไปได้ในการผลิตรถขนาดกลางและขนาดเล็กบางรุ่นในญี่ปุ่นด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า Mitsubishi ไม่ได้มอง Pajero เป็นเพียงการนำชื่อระดับตำนานกลับมาเท่านั้น แต่ต้องการใช้ชื่อ Pajero เป็นหนึ่งในเสาหลักของกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ในระยะยาว

Mitsubishi ไม่ขอแข่งด้วยส่วนแบ่งตลาด แต่จะขาย “ความแตกต่าง”

คิชิอุระให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Yomiuri ว่า Mitsubishi ต้องกลับมาสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งในตลาดญี่ปุ่น เพราะหากบริษัทไม่มีความโดดเด่นในบ้านเกิด พนักงานเองก็อาจขาดความมั่นใจและพลังในการเดินหน้าธุรกิจ บริษัทตั้งเป้าว่า ภายในปีงบประมาณ 2030 จะเพิ่มยอดขายในญี่ปุ่นเป็นประมาณ 180,000 คันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นราว 1.5 เท่าจากปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม Mitsubishi ไม่ได้ต้องการเดินเกมแบบผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่เน้นส่วนแบ่งตลาดระดับ 10% หรือ 20% ขึ้นไป แนวทางของ Mitsubishi คือการเลือกสร้างรถที่มีบุคลิกชัดเจนและแตกต่างจากคู่แข่ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Delica และ Outlander ซึ่งถือเป็นรถที่มีตำแหน่งทางการตลาดเฉพาะตัว และ Mitsubishi ต้องการเดินหน้ากลยุทธ์นี้ต่อไป คิชิอุระระบุว่า บริษัทตั้งใจจะ “แข่งขันด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและเฉียบคม” แทนที่จะพยายามไล่ตามคู่แข่งในทุกเซกเมนต์

Pajero กลับมาในปี 2026 หลังหายไป 7 ปี

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ Mitsubishi เตรียมนำกลับมาใช้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ก็คือ Pajero บริษัทมีแผนเปิดตัว Pajero รุ่นใหม่ภายในปี 2026 หลังจากชื่อ Pajero หายออกจากตลาดญี่ปุ่นไปประมาณ 7 ปี

ชื่อ Pajero ถือเป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางแบรนด์ที่สำคัญที่สุดของ Mitsubishi โดยรถรุ่นนี้สร้างชื่อจากการแข่งขันแรลลี่ Dakar และสร้างภาพจำของ Mitsubishi ในฐานะแบรนด์ที่เชี่ยวชาญรถขับเคลื่อนสี่ล้อมาเป็นเวลาหลายสิบปี

การนำ Pajero กลับมาในช่วงที่ตลาด SUV และรถแนวออฟโรดได้รับความนิยมสูง จึงเป็นจังหวะที่ Mitsubishi อาจใช้เพื่อเรียกคืนตัวตนของแบรนด์

ไม่ได้มีแค่ Pajero รุ่นเดียว แต่เตรียมทำเป็น “Series”

ประเด็นที่น่าสนใจมากกว่าการกลับมาของ Pajero คือ Mitsubishi กำลังมองไกลกว่ารถเพียงรุ่นเดียว คิชิอุระเปิดเผยว่า “เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า เรามีแผนพัฒนา Pajero ให้เป็น Series” นั่นหมายความว่า ในอนาคตชื่อ Pajero อาจไม่ได้ถูกใช้กับ SUV ขนาดใหญ่เพียงรุ่นเดียว แต่มีโอกาสขยายไปยังรถหลายขนาดหรือหลายรูปแบบ หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงคือ รถขนาดกลางและขนาดเล็กที่อาจถูกพัฒนาเพิ่มเติม และอาจมีการผลิตบางรุ่นในประเทศญี่ปุ่น

หาก Mitsubishi เดินหน้าแนวทางดังกล่าวจริง Pajero อาจถูกพัฒนาให้มีบทบาทคล้ายกับ “แบรนด์ย่อย” ภายใน Mitsubishi และใช้แข่งขันในตลาด SUV หลายระดับราคา

Pajero รุ่นใหม่เตรียมผลิตในประเทศไทย

สำหรับ Pajero รุ่นใหม่ Mitsubishi ระบุว่าขณะนี้บริษัทกำลัง เตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตในประเทศไทย ไทยจึงมีโอกาสเป็นฐานการผลิตสำคัญของ Pajero เจเนอเรชันใหม่ เช่นเดียวกับรถ Mitsubishi หลายรุ่นที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ไทยอาจมีบทบาทมากกว่าการเป็นตลาดสำหรับ Pajero แต่จะเป็นหนึ่งในฐานการผลิตหลักเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคต่าง ๆ

และด้วยโครงสร้างอุตสาหกรรมของ Mitsubishi ในไทยที่มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะรถกระบะและ SUV พื้นฐานจากรถกระบะ การนำ Pajero กลับมาผลิตในไทยจึงถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับฐานธุรกิจเดิมของบริษัท

Mitsubishi ชะลอเกม EV หันให้น้ำหนัก Hybrid มากขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง การให้สัมภาษณ์กับ Nikkei ยังเผยให้เห็นทิศทางด้านขุมพลังของ Mitsubishi ในช่วงหลายปีข้างหน้า

บริษัทเตรียม เลื่อนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า EV บางโครงการออกไป และหันมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ Hybrid ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Mitsubishi มองว่าสามารถใช้จุดแข็งของตัวเองได้มากกว่า

Mitsubishi มีประสบการณ์กับระบบไฟฟ้าและ PHEV มายาวนาน โดยเฉพาะ Outlander PHEV ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถ Plug-in Hybrid รุ่นแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลก

ดังนั้นแทนที่จะเร่งลงทุน EV เต็มรูปแบบเพียงอย่างเดียว บริษัทจึงเลือกกระจายเทคโนโลยี และนำระบบ Hybrid ไปใช้กับรถรุ่นสำคัญ

Pajero Hybrid อยู่ในแผนภายในปี 2031

Mitsubishi ตั้งเป้านำระบบ Hybrid มาใช้กับรถออฟโรดขนาดใหญ่ภายในปีงบประมาณ 2031 และหนึ่งในรถที่ถูกระบุว่าเป็นตัวเลือกสำคัญก็คือ Mitsubishi Pajero หมายความว่า Pajero เจเนอเรชันใหม่อาจเริ่มต้นจากขุมพลังที่เหมาะกับตลาดในปัจจุบัน ก่อนที่จะมีเวอร์ชัน Hybrid เพิ่มเข้ามาในภายหลัง แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ Mitsubishi ที่ต้องการรักษาความสามารถด้านรถออฟโรด ขณะเดียวกันก็ลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษ

เป้าหมายคือสร้าง Mitsubishi ให้กลับมามี “คาแรกเตอร์”

ภาพรวมของทิศทางใหม่จึงชัดเจนขึ้นว่า Mitsubishi ไม่ได้ต้องการแข่งด้วยจำนวนรุ่นหรือยอดขายสูงสุดในตลาด แต่จะกลับไปใช้สิ่งที่เคยสร้างชื่อให้บริษัท คือ รถที่มีบุคลิกชัดเจน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และเทคโนโลยีไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริง Delica, Outlander และ Pajero จึงอาจกลายเป็น 3 ชื่อสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ Mitsubishi ในช่วงหลายปีข้างหน้า

โดยเฉพาะ Pajero ซึ่งอาจไม่ได้กลับมาในฐานะ SUV เพียงคันเดียว แต่มีโอกาสถูกพัฒนาเป็นตระกูลรถหลายรุ่น และประเทศไทยกำลังถูกวางให้เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของโครงการนี้ หาก Mitsubishi สามารถนำจุดแข็งด้าน SUV, 4WD และ Hybrid มารวมกันได้สำเร็จ การกลับมาของ Pajero ในปี 2026 อาจไม่ได้เป็นเพียงการคืนชีพชื่อระดับตำนานเท่านั้น

แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างตัวตนใหม่ของ Mitsubishi Motors ในตลาดโลกอีกครั้ง

response

ขณะที่ All-New Pajero ที่อยู่ในแผนการผลิต มีเป้าหมายใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทยสูงถึงประมาณ 82% นอกจากนี้ Mitsubishi Motors ยังมีแผนลงทุนเพิ่มในประเทศไทยจนถึงปี 2573 อีกประมาณ 16,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต

บริษัทกำลังศึกษาการผลิตและส่งออกรถกระบะ รวมถึง All-New Pajero ที่ใช้เทคโนโลยี Hybrid จากฐานการผลิตในประเทศไทยอีกด้วย

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “ผลิตในไทย” ของ Mitsubishi ไม่ได้หมายถึงเพียงนำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบ แต่มีการพึ่งพาซัพพลายเชนและผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะรถรุ่นที่ทำตลาดและผลิตในไทยมาอย่างยาวนาน

Advertisement

Advertisement