เขาคือใคร? "ชายผ้าพันคอแดง" ผู้ย้อนกลับเข้าตึกเวิลด์เทรดฯ ช่วย 12 ชีวิตในเหตุช็อกโลก!

Published on 14 ก.ย. 2026

ย้อนเรื่องราว “ชายผ้าพันคอแดง” ฮีโร่ผู้ย้อนกลับเข้าไปในตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ช่วยชีวิต 12 คนในเหตุการณ์ 11 ก.ย.

ย้อนเรื่องราว Welles Crowther หรือ “ชายผ้าพันคอแดง” ฮีโร่เหตุการณ์ 11 ก.ย. 2001 ผู้ย้อนกลับเข้าไปในเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์หลายครั้งเพื่อช่วยเหลือผู้คน และเชื่อว่าช่วยชีวิตได้ถึง 12 คน

ในวันที่ 11 กันยายน 2001 ขณะที่ผู้คนนับพันพยายามหนีออกจากอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เพื่อเอาชีวิตรอด ชายหนุ่มวัย 24 ปีกลับเลือกทำสิ่งตรงกันข้าม เขาย้อนกลับเข้าไปในพื้นที่อันตรายหลายครั้ง เพื่อพาผู้คนออกจากอาคาร โดยสิ่งที่ผู้รอดชีวิตจดจำได้มีเพียงภาพของชายคนหนึ่งที่ใช้ผ้าพันคอสีแดงปิดใบหน้า

ชายคนดังกล่าวคือ เวลส์ คราวเธอร์ (Welles Crowther) อดีตนักกีฬาลาครอสของ Boston College และพนักงานบริษัทการเงินในอาคารเซาท์ทาวเวอร์ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ในเช้าวันเกิดเหตุ เขากลายเป็นหนึ่งในผู้ที่ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ก่อนจะเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว และต่อมากลายเป็นที่รู้จักในชื่อ “The Man in the Red Bandana” หรือ “ชายผู้มีผ้าพันคอแดง”

เช้าวันที่ 11 ก.ย. ชายวัย 24 ปีเลือกย้อนกลับเข้าไป

วันที่ 11 กันยายน 2001 กลายเป็นหนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินโดยสารและนำเครื่องบินพุ่งชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก

เวลส์ คราวเธอร์ ขณะนั้นทำงานอยู่ในบริษัทด้านการเงินภายในเซาท์ทาวเวอร์ และในช่วงที่เกิดเหตุ เขาอยู่บริเวณชั้น 78 ท่ามกลางควัน ไฟ และผู้คนที่กำลังแตกตื่น

แทนที่จะรีบหนีออกจากอาคารเพียงลำพัง คราวเธอร์กลับใช้ ผ้าพันคอสีแดง ปิดจมูกและปากเพื่อป้องกันควัน ก่อนบอกผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นว่า เขาพบทางบันไดสำหรับอพยพแล้ว และขอให้ทุกคนตามเขาไป

ผ้าพันคอแดงที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก กลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ

ผ้าพันคอสีแดงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เขาหยิบมาใช้ในวันเกิดเหตุ แต่เป็นของที่มีความหมายกับครอบครัว ครอบครัวของเขาระบุว่า พ่อเป็นผู้มอบผ้าพันคอผืนนี้ให้ตั้งแต่เขายังเด็ก และมันกลายเป็นสิ่งที่เขามักพกติดตัวอยู่เสมอ

คราวเธอร์เคยเป็นนักกีฬาลาครอสระดับมหาวิทยาลัยที่ Boston College ก่อนเข้าสู่สายงานการเงินในปี 1999 ขณะเดียวกันเขาเคยมีความฝันที่จะทำงานเป็นนักดับเพลิงของนครนิวยอร์กด้วย

เจฟเฟอร์สัน คราวเธอร์ ผู้เป็นพ่อ เคยเล่าว่า ลูกชายเคยพูดถึงความต้องการเปลี่ยนเส้นทางอาชีพและอยากเป็นนักดับเพลิง ซึ่งในที่สุด ความกล้าหาญและทักษะในการช่วยเหลือผู้คนของเขาก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในวันที่เกิดเหตุจริง

ช่วยคนลงไปแล้ว แต่เขากลับขึ้นไปอีกครั้ง

หลังพบทางหนี คราวเธอร์เริ่มนำผู้คนลงจากพื้นที่อันตราย เขาช่วยพาคนกลุ่มหนึ่งลงไปตามบันได และมีรายงานว่าในบางช่วงเขาถึงกับช่วยพาผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บลงมาด้วย

แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจมากที่สุดคือ เมื่อช่วยคนกลุ่มหนึ่งไปถึงบริเวณที่ปลอดภัยกว่าแล้ว เขาไม่ได้เลือกเดินทางออกจากอาคารเพื่อรักษาชีวิตตัวเอง กลับหันหลังและย้อนขึ้นไปช่วยคนอื่นต่อ

ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถาน 11 กันยายนระบุว่า คราวเธอร์กลับไปยังบริเวณชั้น 78 หลายครั้ง เพื่อนำผู้คนที่ยังติดอยู่ลงมา เขาพยายามช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุดท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยควัน ไฟ และความโกลาหล

ผู้รอดชีวิตจำได้เพียง “ชายหนุ่มกับผ้าพันคอแดง”

หนึ่งในผู้รอดชีวิตที่ได้รับความช่วยเหลือเล่าว่า จู่ ๆ มีชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย พร้อมบอกทุกคนว่าเขาพบบันไดทางออกแล้ว และให้เดินตามเขาไป

ผู้รอดชีวิตอีกคนเล่าว่า เธอเห็นชายหนุ่มคนดังกล่าวเดินไปทั่วบริเวณเพื่อช่วยเหลือผู้คน ทั้งช่วยดับไฟและปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ในเวลานั้นไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร

สิ่งเดียวที่หลายคนจำได้ตรงกันคือ ชายหนุ่มคนหนึ่งที่พูดด้วยน้ำเสียงสงบ แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยควันและอันตราย และมีผ้าพันคอสีแดงปิดอยู่บนใบหน้า

ตึกถล่ม และเขาไม่เคยได้กลับออกมา

เซาท์ทาวเวอร์พังถล่มลงในเวลาต่อมา คราวเธอร์ไม่สามารถกลับออกมาได้ และเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น

ครอบครัวของเขาต้องรอเป็นเวลาหลายเดือนกว่าจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับชะตากรรมของเขา กระทั่งเรื่องราวของ “ชายหนุ่มผ้าพันคอแดง” ที่ช่วยเหลือผู้คนถูกเผยแพร่ ทำให้ครอบครัวเริ่มตระหนักว่าบุคคลที่ผู้รอดชีวิตกำลังพูดถึงคือเวลส์

ท้ายที่สุด ร่างของคราวเธอร์ถูกพบในบริเวณชั้นล่างของเซาท์ทาวเวอร์ ใกล้กับกลุ่มนักดับเพลิงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เช่นเดียวกัน

เชื่อว่าช่วยชีวิตผู้คนได้ถึง 12 คน

ความกล้าหาญของคราวเธอร์ในวันนั้นได้รับการยกย่องว่า ช่วยให้ผู้คนรอดชีวิตได้ถึง 12 คน แม้ตัวเขาเองจะไม่สามารถออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย

ในปี 2006 ครอบครัวของเขาได้รับเกียรติจากนครนิวยอร์ก และมีการยกย่องคราวเธอร์ในฐานะฮีโร่จากเหตุการณ์ 11 กันยายน รวมถึงการนำเรื่องราวของเขาไปถ่ายทอดผ่านสารคดีและสื่อต่าง ๆ

เพื่อนร่วมทีมลาครอสของเขาจาก Boston College ยังเคยสวมผ้าพันคอสีแดงเพื่อรำลึกถึงคราวเธอร์ โดยมองว่าผ้าพันคอผืนนี้เป็นตัวแทนของ ความแข็งแกร่ง เกียรติยศ และความกล้าหาญ ที่เขาแสดงออกในวันสุดท้ายของชีวิต

“The Man in the Red Bandana” เรื่องราวที่ยังถูกจดจำ

หลายปีหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน ชื่อของเวลส์ คราวเธอร์ยังคงถูกพูดถึงในสหรัฐฯ ในฐานะ “The Man in the Red Bandana” หรือ “ชายผู้มีผ้าพันคอแดง”

ผ้าพันคอสีแดงที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเขาถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถาน 11 กันยายน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ในช่วงเวลาวิกฤตที่สุด กลับเลือกเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยคนอื่น

เรื่องราวของคราวเธอร์จึงไม่ได้ถูกจดจำเพียงเพราะเขาเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 11 กันยายน แต่เพราะในวันที่ผู้คนต่างพยายามหนีออกจากอาคาร เขากลับเลือก ย้อนกลับเข้าไปครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อช่วยคนที่ยังรอความช่วยเหลือ

  •  25 ปีหลังโศกนาฏกรรม 9/11: CIA เปิดเผย "เอกสารลับชุดแรก" ที่ทุกคนรอคอย
  •  พร้อมสารภาพผิด นักโทษคดี 9/11 เครื่องบินโจมตี "ตึกเวิลด์เทรด" ช็อกโลก 23 ปีก่อน
  • สังหารแล้ว! "ผู้นำฮามาส" จับตายในกาซ่า เผยที่ซุกตัววาระสุดท้าย ค้นร่างพบเงินสดและสิ่งนี้
  • ไบเดน รำลึกเหตุวินาศกรรม 9/11 เปลี่ยนประวัติศาสตร์สหรัฐฯ 21 ปี สงครามยังไม่จบ