วันนี้ (5 กันยายน) พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน POWER TO LIVE #2 2026 ภายใต้แนวคิด เมื่ออ่อนล้าจะคอยรับฟัง ถ้าหมดหวังจะส่งพลังให้กัน ซึ่งจัดโดยสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายไทย เนื่องในวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก ที่ ศูนย์การค้า ICONSIAM เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมสังคมที่พร้อมรับฟังและช่วยเหลือผู้เผชิญวิกฤตทางใจ
พญ.เลิศลักษณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์สุขภาพจิตในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า วิถีชีวิตที่เร่งรีบและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้คนกรุงเทพฯ มีความชุกของโรคซึมเศร้าสูงถึงร้อยละ 5 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ (ร้อยละ 2.7)
กทม. จึงปรับยุทธศาสตร์จากเชิงรับเป็นเชิงรุก ผ่านโครงการตรวจสุขภาพประชาชน 1 ล้านคน จากการคัดกรองเชิงลึกพบข้อมูลที่น่าสนใจ
- ผู้รับการประเมินกว่า 70% มีภาวะเครียด
- กลุ่มอายุ 15–34 ปี มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าสูงสุด (ร้อยละ 21.25)
- กลุ่มอายุ 35–49 ปี มีความเสี่ยงร้อยละ 13.35
- กลุ่มอายุ 50–59 ปี มีความเสี่ยงร้อยละ 9.86
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลความเสี่ยงเพื่อการติดตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
กทม. ขับเคลื่อนงานภายใต้แนวคิด ไม่รอให้ป่วยแล้วมารักษา แต่เดินทางไปหาประชาชน โดยพัฒนาระบบ Bangkok Mind ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่การคัดกรอง การรักษา และการส่งต่อ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น LINE OA, Chatbot (DMind) และสายด่วน 1323 เพื่อให้ประชาชนประเมินตนเองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
นอกจากนี้ กทม. ยังเดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ (Mental Fitness & Resilience) ผ่านเครือข่ายมดงาน ทั้งครู อสส. กว่า 2,000 คน และขยายคลินิกสุขภาพจิตในศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง พร้อมนำระบบ Telemedicine มาใช้เพื่อลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ
“เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง One Bangkok Mental Health Data System ที่เชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบ ตั้งแต่บ้าน โรงเรียน ชุมชน ไปจนถึงโรงพยาบาล เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” รองปลัด กทม. กล่าวย้ำ