- หน้าหลัก
- การเมือง
- ข่าวการเมือง
"ศุภจี" สยบ! 2 กระทรวง หวั่นปมจัดสรรอัตรากำลัง ไฟเขียวตั้งคณะทำงานร่วม เหตุผู้บริหารกังวล หลังครม.ปรับโครงสร้างส่วนราชการ
เผยแพร่: 14 ก.ค. 2569 18:36 ปรับปรุง: 14 ก.ค. 2569 18:36 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ครม.ไฟเขียวแยกกระทรวง ไม่กี่ชั่วโมง! ผู้บริหารสองกระทรวง หวั่น! ปัญหาจัดสรรอัตรากำลัง-ปรับโครงสร้างหน่วยงานในกำกับ เฉพาะ ก.ท่องเที่ยวกีฬา 5,187 อัตรา วัฒนธรรม 9,379 อัตรา ส่วน"คนวัฒนธรรม" ชี้ภารกิจด้านท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น ทั้งงานนโยบาย กำกับดูแลคกก.ตามกฎหมาย กองทุนส่งเสริมท่องเที่ยวไทย งานเศรษฐกิจท่องเที่ยว รวมถึงหน่วยงานส่วนภูมิภาค ด้าน "ศุภจี" ไฟเขียวจัดตั้งคณะทำงานร่วม ย้ำ! ไม่ควรผลกระทบภารกิจหลัก
วันนี้ (14 ก.ค. 2569) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมติดตามความคืบหน้าการปรับโครงสร้างส่วนราชการตามนโยบายรัฐบาล ที่มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน
เห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งกลไกหรือคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังรับทราบการดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
ซึ่งมีแนวทางปรับโครงสร้างภารกิจด้านการท่องเที่ยวไปสู่ “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” และการจัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” ที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
"มติดังกล่าว เสนอให้เร่งรัดการพิจารณาประเด็นด้านภารกิจ อัตรากำลัง และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดทำแผนงานและกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน (Timeline) อย่างชัดเจน"
และรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้การปรับโครงสร้างและการจัดตั้งกระทรวงใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของรัฐบาล
มีรายงานว่า สำนักงาน ก.พ.ร. ได้รายงานกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน ในขั้นต่อไป การปรับโครงสร้างและการจัดตั้งกระทรวงใหม่ จะเข้าสู่กระบวนการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา
ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จและมีผลใช้บังคับได้ภายในช่วงปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม 2569
จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการจัดทำโครงสร้างส่วนราชการและยกร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับภารกิจใหม่ของทั้งสองกระทรวง
ขณะที่ มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดสรรภารกิจ อัตรากำลัง และการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมบุคลากรผ่านการพัฒนาทักษะ (Reskill และ Upskill)
เพื่อรองรับภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการจัดทำโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับบทบาทและภารกิจในอนาคต
โดยเฉพาะ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ได้สะท้อนประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการรองรับภารกิจด้านการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านงานนโยบาย การกำกับดูแลคณะกรรมการตามกฎหมาย กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย งานเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และการปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาค
ขณะที่ ผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรอัตรากำลังและศักยภาพในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านกีฬา (Sports Ecosystem) ภายหลังการปรับโครงสร้าง
ก่อนที่ นางศุภจี ได้เน้นย้ำว่า การปรับโครงสร้างส่วนราชการครั้งนี้ ควรมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ตลอดจนการยกระดับการพัฒนาด้านกีฬาอย่างเป็นระบบ
"พร้อมกำชับให้การดำเนินการปรับโครงสร้าง ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักของหน่วยงานที่กำลังดำเนินอยู่"
มีรายงานว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานถึงอัตรากำลัง และการบริหารทรัพยากรบุคคล ล่าสุด หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ สํานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว กรมพลศึกษา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
การกีฬาแห่งประเทศไทย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ มีอัตรากําลัง จํานวน 5,187 อัตรา
ขณะที่ กระทรวงวัฒนธรรม มีอัตรากำลัง ประมาณ 9,379 อัตรา.