“ณัฐพงษ์” จี้รัฐบาลปฏิรูปจัดทำงบประมาณ 2570 เสนอ 3 แนวทาง โปร่งใส-มีประสิทธิภาพ-ประชาชนมีส่วนร่วม

Published on 7 ก.ย. 2026

“ณัฐพงษ์” จี้รัฐบาลปฏิรูปจัดทำงบประมาณ 2570 เสนอ 3 แนวทาง โปร่งใส-มีประสิทธิภาพ-ประชาชนมีส่วนร่วม แนะใช้ ม.165 เปิดสภาฟังเสียง สส. ก่อนทำคำของบฯ ป้องกันการล็อกสเปก TOR

วันที่ 7 ก.ย.2569 ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2-3 มาตรา 7 งบประมาณรายจ่ายของสำนักนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายถึงงบประมาณของสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ พร้อมตั้งคำถามต่อรัฐบาลถึงกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 ว่าสามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาล มีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพตามตัวชี้วัดที่สำนักงบประมาณกำหนดไว้เองหรือไม่

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า สำนักงบประมาณเสนอกรอบงบประมาณของตัวเองประมาณ 1,050 ล้านบาท แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญปรับลดเพียง 240,000 บาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาปรับลดงบประมาณ นอกจากประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายแล้ว ยังต้องพิจารณาผลลัพธ์และตัวชี้วัดของการดำเนินงานด้วย หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็ควรนำมาพิจารณาปรับลดงบประมาณในปีถัดไป

สำหรับตัวชี้วัดของสำนักงบประมาณ นายณัฐพงษ์ชี้ว่ามีทั้งเรื่องการจัดทำงบประมาณต้องตอบสนองนโยบายของรัฐบาล และต้องมีความโปร่งใส แต่จากการอภิปรายของสมาชิกในสภาหลายครั้งกลับพบข้อสงสัยว่าโครงการต่างๆ ไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชนหรือประเทศ

นายณัฐพงษ์ ยกกรณีแนวคิดการจัดทำงบประมาณฐานศูนย์ หรือ Zero-based budgeting ที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยประกาศไว้ในการอภิปรายวาระที่ 1 แต่จากตัวเลขที่นำเสนอพบว่า มากกว่า 90% และอาจถึง 95% ของโครงการในร่างงบประมาณปี 2570 เป็นโครงการเดิมที่ต่อเนื่องมาจากปีก่อน จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลสามารถยืนยันได้จริงหรือไม่ว่างบประมาณปี 2570 ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล

ส่วนประเด็นความโปร่งใส ณัฐพงษ์กล่าวถึงกระบวนการสืบราคา การออกใบเสนอราคาคู่เทียบ รวมถึงข้อสงสัยเรื่องการล็อกสเปกใน TOR พร้อมยกตัวอย่างโครงการ TH-AI Passport ในกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของกระทรวง DE ซึ่งมีการตั้งคำถามว่าการกำหนด TOR อาจมีการล็อกสเปกหรือไม่

นายณัฐพงษ์เสนอว่า หากมีการเปิดเผยข้อมูลการสืบราคาล่วงหน้า รวมถึงบันทึกการประชุมของคณะกรรมการยกร่าง TOR และคณะกรรมการชุดต่างๆ จะช่วยป้องปรามการทุจริตและทำให้กระบวนการจัดทำงบประมาณมีความโปร่งใสมากขึ้น

พรรคประชาชนได้เสนอ ร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ เข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้ว โดยเสนอให้เปลี่ยนหลักการจากเดิมที่ “ปกปิดเป็นหลัก เปิดเผยเป็นข้อยกเว้น” เป็น “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวและพร้อมผลักดันกฎหมายให้ผ่านสภาภายในปีงบประมาณนี้หรือไม่ เพื่อให้การจัดทำงบประมาณปี 2569 มีความโปร่งใสมากขึ้นและลดการทุจริต

ประการที่สอง งบประมาณต้องมีประสิทธิภาพ ณัฐพงษ์กล่าวถึงข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญในข้อ 1.15 ที่เสนอให้สำนักงบประมาณและรัฐบาลกำหนดกรอบ Pre-ceiling ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นกระบวนการ โดยรัฐบาลควรกำหนดทิศทางการจัดทำงบประมาณตั้งแต่ต้นปี เช่น การให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือการป้องกันภัยพิบัติ เพื่อให้แต่ละหน่วยรับงบประมาณจัดทำคำของบประมาณให้สอดคล้องกับกรอบและภารกิจที่กำหนด

นายณัฐพงษ์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เรื่อง Top-down budgeting และตั้งคำถามว่ารัฐบาลพร้อมปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับแนวทางของ OECD ในปีงบประมาณถัดไปหรือไม่ โดยพรรคประชาชนได้เสนอร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหานี้ และอยู่ในวาระการประชุมแล้ว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้การจัดทำงบประมาณปี 2571 มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประการที่สาม การมีส่วนร่วมของประชาชนและตัวแทนประชาชน ณัฐพงษ์กล่าวถึงแนวคิดการให้มีการปรึกษาหารือเรื่องงบประมาณ ซึ่งปรากฏอยู่ในข้อสังเกตของกรรมาธิการวิสามัญ โดยเสนอให้รัฐบาลปรึกษาหารือประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ต้นกระบวนการจัดทำงบประมาณ

นายณัฐพงษ์เสนอว่า เมื่อเริ่มปีงบประมาณใหม่ในวันที่ 1 ตุลาคม รัฐบาลสามารถเปิดให้สภาอภิปรายเพื่อรับฟังความคิดเห็นของ สส. จากแต่ละภูมิภาค แต่ละพื้นที่ รวมถึง สส.บัญชีรายชื่อ ว่าต้องการเห็นทิศทางและหน้าตาของงบประมาณปีถัดไปอย่างไร จากนั้นรัฐบาลนำข้อเสนอไปใช้เป็นแนวทางในการจัดทำคำของบประมาณของแต่ละหน่วยงาน

นายณัฐพงษ์ระบุว่า หากมีกระบวนการดังกล่าว เมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เข้าสู่สภา รัฐบาลจะสามารถชี้แจงได้ว่าโครงการต่างๆ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนประชาชนมาแล้ว และช่วยลดการอภิปรายซ้ำในชั้นสภา เพราะสมาชิกจะทราบที่มาของโครงการ

ทั้งนี้ ณัฐพงษ์ชี้ว่า รัฐบาลมีอำนาจดำเนินการอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 ซึ่งเปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีขอให้เปิดประชุมรัฐสภาเพื่อหารือปัญหาสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินได้โดยไม่ต้องมีการลงมติ พร้อมระบุด้วยว่า หากรัฐบาลไม่สามารถรับปากข้อเสนอทั้ง 3 ข้อได้ ก็มีความกังวลว่าการจัดทำงบประมาณปี 2571 หากยังใช้กระบวนการแบบเดิม จะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกับงบประมาณปี 2570 แ