
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวในงาน Thailand Focus 2026 ว่า ให้ความสำคัญอย่างมากกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และงานที่มุ่งเน้นประเทศไทย โดยหวังว่าการแสดงความคิดเห็นและการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตและความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทย รวมถึงผลักดันดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ให้แตะระดับ 2,000 จุดภายในปีนี้ หลังจากตลาดมีแรงส่งที่แข็งแกร่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การฟื้นตัวของตลาดทุนไทยในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณที่น่าพอใจ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องการทั้งความเชื่อมั่นและการลงทุน เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป
นายเอกนิติ กล่าวว่า การเติบโตของประเทศไทยในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการดึงดูดการลงทุนและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาในประเทศ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีความต่อเนื่องด้านการเมืองและนโยบาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความแตกแยกและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยประเทศไทยกำลังต่อยอดจากพื้นฐานดังกล่าว ผ่านแนวทางเศรษฐกิจที่มุ่งรับมือกับแรงกดดันในระยะสั้น ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว
สำหรับแนวทางเศรษฐกิจดังกล่าว สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ “Stabilize Today” การสร้างเสถียรภาพในวันนี้, “Transition Now” การเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านในปัจจุบัน และ “Invest for Tomorrow” การลงทุนเพื่ออนาคต
นายเอกนิติ กล่าวว่า เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนที่แข็งแกร่ง จำเป็นต้องมีตลาดทุนที่แข็งแกร่งเช่นกัน โดยมองว่ามี 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งให้ความสำคัญ
ประเด็นแรก การขยายฐานนักลงทุนระยะยาว โดย TISA สามารถมีบทบาทในการนำเงินออมของภาคครัวเรือนเข้าสู่การลงทุนระยะยาว ซึ่งจะช่วยสร้างประโยชน์และเพิ่มผลิตภาพให้กับระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดหุ้นไทยในระยะยาว
ประเด็นที่สอง การนำธุรกิจเศรษฐกิจใหม่เข้าสู่ตลาดทุน โดยโครงการ BOI2 IPO จะมีส่วนช่วยจัดหาเงินทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโตให้กับบริษัทที่เข้ามาลงทุนและขยายธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงการลงทุนกับตลาดทุนไทยมากขึ้น
ประเด็นที่สาม การสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนเดิมให้สามารถปรับตัวและเปลี่ยนแปลงได้ โดยชื่นชมโครงการ Jump Plus ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในการจัดทำแผนเพิ่มผลิตภาพ พัฒนานวัตกรรม และสร้างห่วงโซ่คุณค่าในระยะยาว
“ผมพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทย” นายเอกนิติกล่าว พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
Back to top button