ไทยสิงคโปร์ จับมือยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เดินหน้า 4 เสาหลัก

Published on 2 ก.ย. 2026

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ร่วมกับนายลอว์เรนซ์ หว่อง (H.E. Mr. Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ แถลงข่าวร่วมกันภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ThailandSingapore Leaders Retreat ครั้งที่ 5

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือในหลากหลายมิติ ครอบคลุมทั้งด้านทวิภาคี กลาโหม ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนความสัมพันธ์ระดับประชาชน รวมถึงสถานการณ์สำคัญในภูมิภาค

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่าย ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัวแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านสวัสดิการสังคม การพัฒนาชุมชน คนพิการ สตรี เด็กและครอบครัว ตลอดจนการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุม Leaders Retreat ครั้งแรกในรอบ 11 ปี และมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากไทยและสิงคโปร์ จะรับหน้าที่ประธานอาเซียนต่อเนื่องในช่วง 2 ปีข้างหน้า จึงมีความรับผิดชอบร่วมกันในการนำพาอาเซียนรับมือกับความท้าทายระดับโลก และเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียน

โดยทั้งสองฝ่ายได้แสดงความยินดีต่อ Joint Statement on the Thailand-Singapore Forward-Looking Strategic Partnership ซึ่งจะเป็นแนวทางกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ในอนาคต และสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

นอกจากนี้ ยังยินดีต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาสังคม และเห็นพ้องที่จะจัดทำความตกลงเพิ่มเติมอีก 4 ฉบับ ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจดิจิทัล อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางอาหาร และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งสองประเทศจะเดินหน้าความร่วมมือ ภายใต้ 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่

1. สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และความมั่นคงทางพลังงานอาหาร เดินหน้าความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด และพลังงานคาร์บอนต่ำ พร้อมต่อยอดโครงการบูรณาการระบบไฟฟ้า สปป.ลาวไทยมาเลเซียสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุน ASEAN Power Grid รวมถึงความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิต ไฮโดรเจน และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ

ขณะที่ด้านความมั่นคงทางอาหาร ไทยพร้อมเป็นแหล่งอาหารที่เชื่อถือได้ของสิงคโปร์ โดยจะต่อยอดความตกลงจัดส่งข้าวไทย 100,000 ตันภายใน 5 ปี และขยายไปสู่สินค้าอาหารอื่น ๆ

2. เศรษฐกิจ การลงทุน และดิจิทัล กระชับการค้าและการลงทุน โดยส่งเสริมการลงทุนจากสิงคโปร์ในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และโลจิสติกส์ ควบคู่กับการพัฒนากำลังคนทักษะสูง พร้อมขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การเชื่อมโยงทางการเงิน และ AI รวมถึงสนับสนุนไทย ในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

3. กลาโหมและความมั่นคง เสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงทางไซเบอร์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมเพิ่มความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ภาคธนาคาร และบริษัทเทคโนโลยี

4. การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค โดยไทยพร้อมสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของสิงคโปร์ในปีหน้า และประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความต่อเนื่องระหว่างวาระประธานอาเซียนของสิงคโปร์และไทย รวมทั้งร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งและบทบาทของอาเซียน ท่ามกลางความท้าทายของภูมิภาคและโลก

สำหรับสถานการณ์ในเมียนมา นายกรัฐมนตรีระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยืนยันบทบาทสำคัญของอาเซียนในการสนับสนุนให้เมียนมามีสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง พร้อมทั้งได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ทราบถึงแนวทางของไทยในการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเมียนมาอย่างเหมาะสม

โดยไทยจะมีบทบาทช่วยเป็นสะพานเชื่อม ควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการเชิงบวกในเมียนมา (calibrated re-engagement) เพื่อสนับสนุนความพยายามของอาเซียน โดยไทยจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับสิงคโปร์ และเมียนมา เพื่อสนับสนุนให้เกิดพัฒนาการเชิงบวกต่อไป

ในส่วนของความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยยังคงมุ่งมั่นแก้ไขความแตกต่างอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อผลักดันผลการหารือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าในอนาคตอันใกล้ พร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ สำหรับการหารือที่มีสาระสำคัญ และแสดงความมุ่งหวังที่จะเดินทางเยือนสิงคโปร์อีกครั้ง เพื่อเข้าร่วมการประชุม Leaders Retreat ครั้งต่อไป

ด้านนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์กล่าวว่า การประชุม Leaders Retreat ยืนยันถึงความแข็งแกร่งของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสิงคโปร์กับไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ครอบคลุมและเป็นรูปธรรม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ และมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก ทั้งสองฝ่ายมุ่งกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร และพลังงาน เศรษฐกิจดิจิทัล และการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ

พร้อมระบุว่า ผู้นำทั้งสองประเทศได้กำหนดวาระความร่วมมือที่มีวิสัยทัศน์ และเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันจะนำมาซึ่งประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์