
OPPO นอกจากมีสมาร์ทโฟนที่ฟีเจอร์ดีกับสเปคแรงน่าใช้และกล้องหลังถ่ายภาพสวยเป็นพิเศษแล้ว แท็บเล็ต OPPO ก็น่าสนใจมาก เพราะทางบริษัทก็ให้สเปคและให้ฟีเจอร์มาครบเครื่องไม่แพ้แบรนด์อื่นแถมมีรุ่นย่อยไม่ซับซ้อนจึงดูเข้าใจง่ายมาก พอให้ตัดสินใจซื้อตามการใช้งานได้สะดวกแถมหลายรุ่นก็ใช้สไตลัส OPPO Pencil วาดภาพ, เขียนจดหรือเซ็นเอกสารได้แล้ว พอเคสคีย์บอร์ด Smart Touchpad Keyboard เพิ่มนอกจากปิดหน้าจอป้องกันริ้วรอยได้แล้วก็พิมพ์งานสะดวกรวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องหยิบโน้ตบุ๊คออกมาใช้ให้ยุ่งยาก เหมาะกับคนอยากได้แท็บเล็ต Android ฟีเจอร์ครบใช้ทำงานดีไม่แพ้แบรนด์เจ้าตลาดรายอื่นมาก
เรื่องควรรู้ก่อนซื้อแท็บเล็ต OPPO
- ระบบปฏิบัติการของแท็บเล็ต OPPO เป็น ColorOS เหมือนกับสมาร์ทโฟนในเครือ ถ้าเชื่อมต่อด้วยไอดีเดียวกันก็ใช้ฟีเจอร์ร่วมกันอย่างแชร์เน็ตจากมือถือเข้าแท็บเล็ต, โทรกับรับสายแล้วส่งข้อความในแท็บเล็ตได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือมาใช้ก็ได้
- สไตลัส OPPO Pencil ตอบสนองได้ดี รองรับแรงกด 4,096 ระดับ ไม่แพ้สไตลัสสำหรับวาดภาพจากแบรนด์ชั้นนำเจ้าอื่น จึงเหมาะกับการวาดภาพมาก ถ้าต่อ Smart Touchpad Keyboard เพิ่มก็ป้องกันหน้าจอและเครื่องได้ดีขึ้นและทำงานได้เหมือนโน้ตบุ๊ค
- แท็บเล็ต OPPO รองรับการชาร์จเร็ว SUPERVOOC เหมือนสมาร์ทโฟนในเครือ เริ่มต้น 33W ในรุ่นเริ่มต้นจนถึง 67W ในรุ่นเรือธง
- หน้าจอของ OPPO Pad จะมีรุ่น Matte Display เป็นหน้าจอผิวด้าน ช่วยให้อ่านหนังสือสะดวกเหมือนอ่านบนหน้ากระดาษ และมีฟีเจอร์ถนอมสายตาช่วยให้อ่านหนังสือสะดวกขึ้น

แท็บเล็ต OPPO ปี 2026 นี้มีกี่รุ่นแล้วน่าใช้ยังไงบ้าง?
แท็บเล็ต OPPO ณ ตอนนี้จะแยกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ นั่นคือรุ่นราคาประหยัดอย่าง Pad SE เน้นการใช้งานทั่วไปอย่างดูหนังฟังเพลงและได้หน้าจอใหญ่ ขยับขึ้นมาเป็นรุ่นสมรรถนะสูง ใช้สไตลัส OPPO Pencil, Pencil 2R หรือ Pencil 2 Pro ได้ แถมต่อเคสคีย์บอร์ด Smart Touchpad Keyboard เพื่อทำงานได้ด้วย ซึ่งจุดเด่นเฉพาะตัวจะเป็นดังนี้

OPPO Pad 3 Pro รองรับ Pencil 2 Pro รุ่นปรับปรุงใหม่ให้รองรับแรงกดวาดเขียนได้ 16,000 ระดับสามารถต่อคีย์บอร์ดเคสเพื่อพิมพ์งานได้ สามารถเอามือถือ OPPO มาแตะคีย์บอร์ดแล้วส่งไฟล์ภาพ, คลิปหรือเอกสารเข้าแท็บเล็ตได้ผ่าน NFC มีลำโพงแบบรองรับเสียงระดับ Hi-Res รวม 8 ดอก ไว้ให้ใช้ดูหนังฟังเพลงได้อรรถรสยิ่งขึ้น รองรับการชาร์จเร็ว SUPERVOOC 67W ให้แบตเต็มในเวลาไม่นานนัก
ชิปเซ็ตภายในเครื่องอย่าง Snapdragon 8 Gen 3 แม้จะเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ยังใช้งานดี ทั้งเรียก OPPO AI มาช่วยเขียน, จดหรืออ่านบันทึกด้วยเสียงได้ ไปจนใช้งานทั่วไปอย่างเปิดดูหนังฟังเพลงและเล่นเกมออนไลน์อย่าง Genshin Impact, Wuthering Waves ได้ลื่นไหล ถ้าใครต้องการแท็บเล็ตสเปคเรือธงไว้ใช้จะตอบโจทย์แน่นอน แต่ราคาจะสูงสุดในกลุ่ม

OPPO Pad 2 เป็นแท็บเล็ตอดีตเรือธงที่ยังหาซื้อได้ในตอนนี้ ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9000 จึงใช้งานได้รอบด้านตั้งแต่งานเอกสารไปจนเล่นเกมออนไลน์ก็ได้ แต่ควรปรับกราฟิคระดับกลางเป็นหลัก รองรับ OPPO Pencil กับ Smart Touchpad Keyboard เช่นกันและได้หน้าจอใหญ่ 11.61″ ภาพจึงใหญ่เต็มตาดูหนังฟังเพลงได้เต็มอรรถรสหรือใช้ทำงานก็ใช้ได้และราคาถูกลงกว่า Pad 3 Pro ระดับหนึ่งจึงตัดสินใจซื้อได้ไม่ยากเกินไป

OPPO Pad 5 Matte Display Edition จะรองรับเฉพาะสไตลัส Pencil 2R แต่ยังมีเคสตรงรุ่นให้ซื้อไปใส่ป้องกันหน้าจอและเครื่องได้แต่จะพิมพ์งานต้องต่อคีย์บอร์ดบลูทูธแทน แต่จุดเด่นรุ่นนี้เป็นหน้าจอแบบ Matte Display เนื้อด้านลดแสงสะท้อนให้เหมือนหน้ากระดาษจึงเหมาะกับการอ่านข่าว, E-book มาก แต่ด้านความบันเทิงก็ใช้ดี เพราะชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300-Ultra ถึงจะเป็นระดับกลางเน้นประหยัดพลังงานก็ตาม แต่ก็เล่นเกมได้แค่ต้องปรับกราฟิคเอาไว้ระดับต่ำสุดถึงจะเล่นได้ลื่น และรุ่นนี้ก็ยังติดตั้งลำโพงมาให้ 4 ตัว จึงใช้ดูหนังฟังเพลงได้อรรถรสเช่นกัน

OPPO Pad SE เป็นแท็บเล็ต OPPO ราคาไม่แพงเน้นการใช้งานทั่วไปอย่างดูหนังฟังเพลงและให้ลูกหลานได้เล่นโหมดสำหรับเด็กเพื่อเสริมการเรียนรู้ได้ มี OPPO AI ไว้ให้เรียกใช้งานและใช้ฟีเจอร์ร่วมกับสมาร์ทโฟน OPPO ได้ ไม่ว่าจะโทรออกรับสายและใช้ฟีเจอร์อื่นๆ ร่วมกันได้และมี OPPO AI ไว้ให้เรียกใช้งาน ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วไปแถมมีเคสกับสไตลัสใหม่อย่าง OPPO TechLife Stylus Pen ให้เอาไว้แตะเลือกใช้งานสะดวกพร้อมเคสสำหรับปกป้องตัวเครื่องได้
4 แท็บเล็ต OPPO น่าใช้ รวมทุกรุ่นที่มีขายให้โดน!
- OPPO Pad SE (6,549 บาท)
- OPPO Pad 5 (8+256 GB) (14,999 บาท)
- OPPO Pad 2 (8+256G) (17,999 บาท)
- OPPO Pad3 Pro (12+256G) (28,699 บาท)
1. OPPO Pad SE (6,549 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 11″ (1920*1200) IPS Refresh rate 90Hz กล้องหน้าความละเอียด 5MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | MediaTek Helio G100 แบบ Octa-core Storage UFS 2.2 128 GB RAM 4 GB LPDDR4X |
| ระบบปฏิบัติการ | ColorOS 15 |
| การเชื่อมต่อ | เลือกรุ่น 4G LTE ได้ USB-C Audio combo Wi-Fi 5 Bluetooth 5.4 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 9340mAh SUPERVOOC 33W |
| ราคา | Wi-Fi ราคา 6,549 บาท LTE ราคา 7,549 บาท Matte Display 10,549 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: OPPO Shopee Mall |
OPPO Pad SE เป็นแท็บเล็ต OPPO รุ่นเริ่มต้นสำหรับใช้งานด้านความบันเทิงโดยเฉพาะ ยิ่งถ้าใครชอบดูซีรีส์จะเหมาะมากเพราะได้เครื่องหน้าจอใหญ่สเปคแรงใช้งานได้ลื่นไหลกำลังดีแถมแบตเตอรี่มีความจุสูงจึงดูซีรีส์ได้จนจบซีซั่นแน่นอนและรองรับการชาร์จเร็ว SUPERVOOC 33W ช่วยชาร์จไฟให้กลับมาเต็มเร็วขึ้น แถมถ้าอยากเล่นเกมฆ่าเวลาอย่าง Balatro, Plants Vs Zombies หรือเกมสำหรับเด็กก็ไหวเช่นกันเพราะชิป MediaTek Helio G100 ก็ทำงานได้ค่อนข้างดี ส่วนชาวหนอนหนังสือก็มีรุ่นหน้าจอ Matte Display เป็นจอด้านลดแสงสะท้อนให้เหมือนหน้ากระดาษให้เลือกได้ และเป็นรุ่นเดียวที่ได้ RAM 8 GB แถมรองรับ 4G LTE ในตัวแลกกับราคาหมื่นบาทต้น หากใครเน้นใช้งานทั่วไปก็ถือว่าน่าสนใจมาก
ข้อดี
- ชิปเซ็ต MediaTek Helio G100 มีสมรรถนะดีพอให้ใช้งานทั่วไปได้ดีและเล่นเกมฆ่าเวลาได้
- มีตัวเลือกรุ่น Wi-Fi, 4G LTE และหน้าจอ Matte Display ให้เลือกตามต้องการ
- แบตเตอรี่มีความจุสูงและรองรับการชาร์จเร็ว SUPERVOOC 33W
- ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน OPPO ได้ ทั้งรับสายกับข้อความรวมถึงรับส่งข้อมูล
- ติดตั้ง OPPO AI มาช่วยแต่งภาพและจัดการเอกสารได้สะดวกรวดเร็วขึ้น
- สามารถสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่องได้สะดวกรวดเร็วขึ้น
ข้อสังเกต
- มี RAM 4 GB เท่านั้น ถ้าต้องการ RAM 8 GB ต้องเลือกรุ่น Matte Display แทน
- ไม่รองรับสไตลัส OPPO และใช้ Smart Touchpad Keyboard ไม่ได้
2. OPPO Pad 5 (8+256 GB) (14,999 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | Matte Display 12.1″ (2800*1980) IPS Refresh rate 120 Hz 98% DCI-P3 กล้องหน้าความละเอียด 8MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | MediaTek Dimensity 7300-Ultra แบบ Octa-core Storage UFS 3.1 256 GB RAM 8 GB LPDDR5X |
| ระบบปฏิบัติการ | ColorOS 16 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C Audio combo Wi-Fi 6 (802.11ax) Bluetooth 5.4 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 10050mAh SUPERVOOC 33W |
| ราคา | 14,999 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: OPPO Shopee Mall |
OPPO Pad 5 เป็นแท็บเล็ตสเปคระดับกลางสเปคพอให้ใช้ทำงานและรัน OPPO AI เพื่อแต่งภาพทำเอกสารก็สะดวกรวมไปจนดูหนังฟังเพลงก็เหมาะเพราะหน้าจอมีความละเอียดสูงแสดงสีสันได้สวยงามแถมขนาดจอก็ใหญ่เต็มตาดูซีรีส์ได้อรรถรสขึ้น แถมเล่นเกมระดับ Genshin Impact หรือ Wuthering Waves ได้แต่ควรลดกราฟิคลงมาระดับต่ำสุดจะเล่นได้ลื่นไหลและประหยัดแบตเตอรี่ขึ้น แต่จุดเด่นเฉพาะตัวของแท็บเล็ต OPPO รุ่นนี้คือหน้าจอ Matte Display ให้พื้นผิวเหมือนหน้ากระดาษ ช่วยให้อ่านบทความหรือ E-Book สบายตาขึ้นแถมรองรับสไตลัส Pencil 2R จึงเขียนจดวาดสิ่งต่างๆ ลงไปได้ ถ้าใครจะซื้อแท็บเล็ตไว้อ่านหนังสือแล้วเผื่อจะเล่นเกมด้วยก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน
ข้อดี
- หน้าจอขนาดใหญ่มีความละเอียดและค่า Refresh rate สูง รองรับ Dobly Vision
- ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300-Ultra มีสมรรนถนะสูง ใช้งานหรือเล่นเกมได้ดี
- แถมเคสกับสไตลัส OPPO Pencil 2R ไว้ให้เขียนวาดสิ่งต่างๆ ได้สะดวกขึ้น
- แบตเตอรี่มีความจุสูงและรองรับ SUPERVOOC 33W ชาร์จไฟให้เต็มเร็วขึ้น
- ติดตั้งลำโพงมาให้ 4 ดอก ให้เสียงสเตริโอ ทำให้ฟังเพลงและดูหนังได้อรรถรส
- สามารถสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่องได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
ข้อสังเกต
- มีเฉพาะรุ่น Wi-Fi หากจะต่ออินเทอร์เน็ตควรใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน OPPO จะสะดวกกว่า
- ไม่รองรับ Smart Touchpad Keyboard ต้องต่อคีย์บอร์ดบลูทูธแทน
3. OPPO Pad 2 (8+256G) (17,999 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 11.61″ (2800*2000) IPS Refresh rate 144Hz 97% DCI-P3 Delta-E <2 กล้องหน้าความละเอียด 8MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | MediaTek Dimensity 9000 แบบ Octa-core Storage UFS 3.1 256 GB RAM 8 GB LPDDR5 |
| ระบบปฏิบัติการ | ColorOS 13.1 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C Audio combo Wi-Fi 6 (802.11ax) Bluetooth 5.3 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 9510mAh SUPERVOOC 67W |
| ราคา | 17,999 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: OPPO Shopee Mall |
แม้ว่า OPPO Pad 2 จะเป็นแท็บเล็ต OPPO รุ่นอดีตเรือธงก็ตามแต่สเปคต่อราคาจัดว่าน่าสนใจพอควร เพราะได้ชิปเซ็ตอดีตเรือธงอย่าง MediaTek Dimensity 9000 กับ RAM, SSD ความจุมากพอให้ใช้งานได้หมดไม่ว่าจะทำงานหรือใช้ OPPO AI ก็เหมาะแถมต่อเคสคีย์บอร์ดและใช้สไตลัสเพิ่มให้ทำงานสะดวกขึ้น แต่จะเหมาะกับความบันเทิงมากเพราะได้จอรองรับ Dolby Vision และลำโพง Dolby Atmos ช่วยให้ดูหนังฟังเพลงและเล่นเกมได้อรรถรสขึ้นมาก ถ้าใช้ควบคู่กับมือถือ OPPO ก็ใช้ฟีเจอร์ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะโทรออกรับสายหรือส่งข้อความก็ได้ จัดว่าน่าสนใจมากถ้าเน้นเรื่องสเปคแรงแล้วคุ้มค่าเป็นหลัก
ข้อดี
- หน้าจอมีขนาดใหญ่, ขอบเขตสีกว้างและค่า Refresh rate สูง ช่วยให้ภาพลื่นไหลขึ้น
- หน้าจอรองรับ Dolby Vision และลำโพงรองรับ Dolby Atmos เหมาะกับความบันเทิงทุกแบบ
- กล้องหลังมีความละเอียด 13MP จึงถ่ายภาพมาใช้ประกอบการจดบันทึกได้
- ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9000 เป็นชิประดับเรือธง ใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมได้ดี
- รองรับการชาร์จเร็ว SUPERVOOC 67W ช่วยชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มเร็วขึ้น
- สามารถสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่องได้สะดวกรวดเร็วขึ้น
- ต่อใช้งาน Smart Touchpad Keyboard และใช้สไตลัส OPPO Pencil ได้
ข้อสังเกต
- มีเฉพาะรุ่น Wi-Fi เท่านั้น ถ้าต้องการใช้ระบบ 4G LTE ต้องใช้คู่กับมือถือ OPPO
- ตอนนี้มีรุ่นเรือธงใหม่อย่าง OPPO Pad3 Pro มาเป็นตัวแทนแล้ว
4. OPPO Pad3 Pro (12+256G) (28,699 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | ReadFit 12.1″ (3000*2120) IPS Refresh rate 144 Hz 98% DCI-P3 กล้องหน้าความละเอียด 8MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 แบบ Octa-core Storage 256 GB RAM 12 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | ColorOS |
| การเชื่อมต่อ | USB-C Audio combo Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 9510mAh SUPERVOOC 67W |
| ราคา | 28,699 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: OPPO Shopee Mall |
แท็บเล็ตเรือธงรุ่นล่าสุดจาก OPPO อย่าง OPPO Pad3 Pro เทียบกับรุ่นก่อนแล้วได้หน้าจอความละเอียดสูงขึ้นให้ภาพคมชัดและได้ขอบเขตสีกว้างสวยงามแถมภาพลื่นไหลต่อเนื่อง ติดลำโพงเพิ่มให้อีกเท่าตัวเป็น 8 ดอก รองรับ Dolby Vision กับ Dolby Atmos จึงเหมาะกับความบันเทิงทุกแบบแถมใช้ทำงานดีมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นงานศิลปะเน้นวาดภาพออกแบบยิ่งเหมาะ เพราะสไตลัส OPPO Pencil 2 Pro รองรับแรงกดถึง 16,000 ระดับ เวลาลงน้ำหนักปากกาวาดภาพแล้วตอบสนองดีไม่แพ้กับการใช้ดินสอจริงเขียนลงบนกระดาษเลย ถ้าต่อ Smart Touchpad Keyboard เพิ่มก็พิมพ์งานได้ง่ายไม่แพ้โน้ตบุ๊คและโอนไฟล์ภาพหรือคลิปจากมือถือ OPPO เข้าเครื่องได้ไวทันใจด้วย NFC และชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 แม้จะเปิดตัวมานานแล้วก็ตาม แต่ยังเล่นเกมชั้นนำได้ดีทีเดียว แต่ราคาค่อนข้างสูงไม่แพ้แท็บเล็ตระดับเรือธงแบรนด์อื่นจึงทำให้บางคนตัดสินใจซื้อยากอยู่บ้าง แต่โดยรวมถือเป็นแท็บเล็ตที่ดีรุ่นหนึ่ง
ข้อดี
- หน้าจอมีขนาดใหญ่, ขอบเขตสีกว้างและค่า Refresh rate สูง ทำให้ภาพดูลื่นไหลขึ้น
- หน้าจอรองรับ Dolby Vision และลำโพง Dolby Atmos 8 ดอก เหมาะกับงานและความบันเทิงมาก
- ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 ถึงเป็นอดีตเรือธงแต่ยังใช้งานได้ดีมาก
- ใช้ OPPO Pencil 2 Pro และต่อ Smart Touchpad Keyboard เพิ่มให้ทำงานสะดวกขึ้นได้
- รองรับการชาร์จเร็ว SUPERVOOC 67W ให้ชาร์จไฟคืนจนเต็มเร็วขึ้น
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) รองรับ Bluetooth 5.4
- โอนไฟล์จากมือถือ OPPO เข้าแท็บเล็ต OPPO เร็วขึ้นด้วยระบบ NFC
ข้อสังเกต
- มีเฉพาะรุ่น Wi-Fi เท่านั้น ไม่มีรุ่น 4G LTE ให้เลือก แนะนำให้ใช้คู่กับมือถือ OPPO จะดีสุด
- ราคาร่วม 29,000 บาท ถือว่าค่อนข้างสูงไม่แพ้กับแท็บเล็ตซีรีส์เรือธงแบรนด์อื่น
สรุปสเปค 4 แท็บเล็ต OPPO น่าใช้ ทำงานก็เวิร์ค เรื่องบันเทิงก็เยี่ยม


แท็บเล็ต OPPO แม้จะมีตัวเลือกไม่มากแต่ก็แบ่งแยกกลุ่มผู้ใช้ชัดเจนให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น อย่างถ้าใช้งานทั่วไปก็เริ่มต้นกับ Pad SE ก่อนก็ได้แต่ถ้าอ่านบทความและ E-book บ่อยๆ แนะนำให้เลือกจอแบบ Matte Display ให้ถนอมสายตายิ่งขึ้นจะดีกว่า แล้วจะขยับไปรุ่นเรือธงจะตัวเก่าหรือใหม่ก็ใช้ดีทั้งนั้น ถ้าใครต้องการแท็บเล็ตใหม่สเปคดีสักตัวเอาไว้ใช้ก็น่าสนใจมากและสเปคกับฟีเจอร์ก็ไม่น้อยหน้าแบรนด์อื่นแน่นอน