
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ก.ย.69) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีสร้างปริมาณการซื้อขายเหรียญ SIX Network (เหรียญ SIX) โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 6,579,595.40 บาท พร้อมกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้เสนอขายโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (ศูนย์ซื้อขาย Bitkub) เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2565 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงระหว่างปี 2562-2564 ผู้กระทำความผิด 4 ราย ได้แก่ 1. บริษัท ซิคซ์ เนทเวิร์ค (ไทยแลนด์) จำกัด (บริษัท SIX) โดยการสั่งการของ 2. นายวัชระ เอมวัฒน์ บุคคลผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท SIX ร่วมกับ 3. นายวรพรต หลัน และ 4. นายภาสวินท์ แก้วลำพูน ซึ่งบุคคลทั้ง 2 รายเป็นพนักงานของบริษัท SIX ร่วมกันส่งคำสั่งซื้อขายเหรียญ SIX
ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดรู้อยู่แล้วว่าตนเองหรือบุคคลซึ่งร่วมกันกระทำการได้สั่งซื้อหรือจะสั่งซื้อ หรือสั่งขายหรือจะสั่งขายสินทรัพย์ดิจิทัลเดียวกัน ในจำนวน ราคา และภายในเวลาใกล้เคียงกัน บนกระดานซื้อขายของศูนย์ซื้อขาย Bitkub
การกระทำของบริษัท SIX นายวรพรต และนายภาสวินท์ เป็นการร่วมกันกระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติที่ห้ามบุคคลส่งคำสั่งซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัล อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับปริมาณการซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัล ตามมาตรา 46(1) ประกอบมาตรา 48(2) และ (3) แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) แล้วแต่กรณี ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 70 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
นอกจากนี้ การกระทำของบริษัท SIX เกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของนายวัชระ นายวัชระจึงต้องรับโทษตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 46(1) แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดฉบับเดียวกัน
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้บริษัท SIX ชำระค่าปรับทางแพ่งและชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด รวมทั้งสิ้น 1,644,898.85 บาท และห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเวลา 6 เดือน
ส่วนกรณีนายวัชระ นายวรพรต และนายภาสวินท์ ให้ชำระค่าปรับทางแพ่งและชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด คนละ 1,644,898.85 บาท พร้อมห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเวลาคนละ 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้เสนอขายโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเวลาคนละ 12 เดือน
นอกจากนี้ ให้นายวัชระร่วมรับผิดในเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ดำเนินการกับบริษัท SIX อย่างลูกหนี้ร่วม ตามมาตรา 99 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ประกอบมาตรา 317/11 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559
สำหรับมาตรการกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร และห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้อง จะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด
หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ โดยเงินค่าปรับทางแพ่งถือเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง