
ในวันที่สมาร์ทวอทช์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกเวลา แต่กลายเป็นอีกหนึ่งผู้ช่วยที่อยู่กับเราแทบตลอดทั้งวัน การเลือกนาฬิกาสักเรือนจึงอาจไม่ได้มองแค่ดีไซน์หรือฟังก์ชันใดฟังก์ชันหนึ่งอีกต่อไป แต่ต้องตอบโจทย์ได้ตั้งแต่การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย ไปจนถึงความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน HUAWEI WATCH GT 7 Series จึงถูกออกแบบมาในแนวคิด “Time for Your Best” เพื่อเป็นมากกว่าสมาร์ทวอทช์ ด้วยการผสานดีไซน์ระดับพรีเมียม เทคโนโลยี AI และฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายเข้าด้วยกัน และนี่คือ 6 เหตุผลที่ทำให้ HUAWEI WATCH GT 7 Series เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ควรอยู่บนข้อมือของคุณ
เหตุผลที่ 1: มี AI คอยดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน
การดูแลสุขภาพที่ดีเริ่มจากการเข้าใจสภาวะร่างกายในแต่ละวัน HUAWEI WATCH GT 7 Series มาพร้อมระบบดูแลสุขภาพครบวงจรด้วยพลัง AI ที่ช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ พร้อมนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ตั้งแต่การติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ การติดตามการนอนหลับ ไปจนถึง Emotional Wellbeing และ Physical Readiness[1] ซึ่งเป็นฟีเจอร์ประเมินความพร้อมของร่างกายในแต่ละวันจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ HRV อารมณ์ และแคลอรี พร้อมสรุปเป็นระดับความพร้อม เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเห็นภาพว่าร่างกายในวันนี้อยู่ในสภาวะพร้อมสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหน ขณะที่ Morning Briefing[2] ช่วยสรุปข้อมูลสุขภาพหลังตื่นนอน ทำให้การเริ่มต้นวันไม่ใช่แค่ “ตื่นแล้วไปต่อ” แต่สามารถใช้ข้อมูลจากร่างกายมาประกอบการวางแผนวันได้มากขึ้น



เหตุผลที่ 2: รู้จักร่างกายให้มากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีสุขภาพเชิงลึก
HUAWEI WATCH GT 7 Series มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพสำคัญอย่าง Heart Rate Monitoring เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างต่อเนื่อง พร้อม Diabetes Risk Study โครงการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวาน[3] ขณะที่ HUAWEI WATCH GT 7 Pro ยกระดับความสามารถเพิ่มเติม Coronary Heart Disease Study[4] สำหรับศึกษาความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) [5] สำหรับการศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงด้านสุขภาพหัวใจ ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลสุขภาพในมิติที่ลึกยิ่งขึ้น ทำให้สมาร์ทวอทช์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเก็บข้อมูล แต่ช่วยให้เราใส่ใจกับสัญญาณต่าง ๆ ของร่างกายได้มากขึ้นอีกด้วย


เหตุผลที่ 3: ไม่ได้แค่เก็บสถิติ แต่ช่วยวิเคราะห์การออกกำลังกายด้วย AI
สำหรับสายออกกำลังกาย การมีข้อมูลหลังออกกำลังที่ละเอียดขึ้นย่อมช่วยให้เห็นพัฒนาการของตัวเองได้ชัดเจนกว่าเดิม HUAWEI WATCH GT 7 Series จึงมาพร้อม AI Workout Analysis[6] ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหลังการฝึกซ้อม พร้อมนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลการออกกำลังกายและจุดที่สามารถพัฒนาต่อได้ นอกจากนี้ยังมี AI-XDR Positioning ระบบระบุตำแหน่งที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการติดตามกิจกรรมกลางแจ้ง แม้ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านสัญญาณ ที่สำคัญคือไม่ได้จำกัดอยู่แค่การวิ่ง เพราะรองรับกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ปั่นจักรยาน กอล์ฟ วิ่งเทรล กีฬาแร็กเกต และการดำน้ำลึก (Free Diving) ได้ลึกสูงสุดถึง 40 เมตร[7] ไม่ว่าคุณจะเป็นสายวิ่ง สายปั่น หรือชอบเปลี่ยนกิจกรรมไปเรื่อย ๆ ก็สามารถใช้สมาร์ทวอทช์เรือนเดียวติดตามการออกกำลังกายได้ สำหรับ HUAWEI WATCH GT 7 Pro ยังรองรับการใช้งานต่อเนื่องในโหมดปั่นจักรยานได้สูงสุด 44 ชั่วโมง และโหมดวิ่งเทรลได้สูงสุด 51 ชั่วโมง[8]


เหตุผลที่ 4: ดีไซน์พรีเมียมที่ใส่ได้ตั้งแต่วันทำงานจนถึงวันพักผ่อน
HUAWEI WATCH GT 7 Series เข้ากับทุกลุคและทุกโอกาส ด้วยดีไซน์ที่เน้นความหรูหราเหนือกาลเวลา ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นนาฬิกาที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกวัน สำหรับ HUAWEI WATCH GT 7 Pro โดดเด่นด้วยตัวเรือนไทเทเนียมอัลลอยด์ กรอบ Nanocrystal Ceramic[9] และกระจก Sapphire ที่ช่วยเพิ่มความทนทานและป้องกันรอยขีดข่วน พร้อมสาย EasyCross™ ที่ออกแบบให้เก็บปลายสายไว้ด้านในอย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้ตัวเรือนดูเรียบเนียนและสวมใส่กระชับ ส่วน HUAWEI WATCH GT 7 มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 46 มม. และ 41 มม. พร้อมตัวเลือกสีที่หลากหลาย จึงเลือกให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน วันออกกำลังกาย หรือวันพักผ่อน
เหตุผลที่ 5: สุขภาพและไลฟ์สไตล์อยู่บนข้อมือเดียวกัน
ความน่าสนใจของ HUAWEI WATCH GT 7 Series คือการไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องสุขภาพหรือกีฬา แต่ยังออกแบบให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้จริง ตัวนาฬิการองรับทั้ง Android และ iOS ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนได้หลากหลายระบบ พร้อมฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน เช่น การสแกนจ่ายและสะสมแต้มที่ 7-Eleven ทำให้บางสถานการณ์ไม่จำเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า เมื่อรวมเข้ากับความสามารถในการติดตามสุขภาพและการออกกำลังกาย จึงเป็นอุปกรณ์ที่สามารถอยู่กับผู้ใช้งานได้ตั้งแต่เช็กข้อมูลสุขภาพหลังตื่นนอน ออกกำลังกายระหว่างวัน ไปจนถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวัน


เหตุผลที่ 6: แบตเตอรี่ที่พร้อมไปกับคุณสูงสุดถึง 21 วัน
หนึ่งในเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญเมื่อเลือกสมาร์ทวอทช์คือ “แบตเตอรี่จะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน?” HUAWEI WATCH GT 7 Series มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ High-Silicon Stacked ที่รองรับการใช้งานสูงสุด 21 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง[10] ช่วยลดความกังวลเรื่องการต้องถอดนาฬิกาออกมาชาร์จอยู่บ่อย ๆ และทำให้สามารถติดตามข้อมูลสุขภาพและกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังรองรับ HUAWEI Wireless SuperCharge ที่สามารถชาร์จเต็มได้ภายในประมาณ 60 นาที[11] ช่วยให้แม้ในวันที่ลืมชาร์จ ก็สามารถเติมพลังกลับมาใช้งานได้ในเวลาไม่นาน สำหรับคนที่ไม่อยากมี “ภาระต้องชาร์จอีกหนึ่งอุปกรณ์ทุกคืน” นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้ HUAWEI WATCH GT 7 Series แตกต่าง
เป็นเจ้าของHUAWEI WATCH GT 7 Series ได้แล้ว ที่ HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และช่องทางออนไลน์ ได้แก่ HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop โดย HUAWEI WATCH GT 7 Pro มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง และสีดำ วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 9,990 บาท ส่วน HUAWEI WATCH GT 7 รุ่น 46 มม. มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้า สีเหลือง และสีดำ ส่วนรุ่น 41 มม. มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้า สีชมพู และสีขาว วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 6,990 บาท
พิเศษ! เมื่อสั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 – 1 พฤศจิกายน 2569 รับทันทีของสมนาคุณรวมมูลค่าสูงสุด 4,777 บาท
ติดตามข่าวสารจากหัวเว่ย ได้ทาง Facebook Huawei Mobile TH รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery
###
[1] Health Insights ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ผลลัพธ์มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์
[2] Health Insights ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ผลลัพธ์มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์
[3] ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ควรใช้เพื่อวินิฉัยโรค โดยผลิตภัณฑ์จะวิเคราะห์ข้อมูลทางร่างกายที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3-14 เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานเท่านั้น
[4] สำหรับรายละเอียดและวันที่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ช่องทางอย่างเป็นทางการของหัวเว่ย โดยโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการศึกษาความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยใช้งานร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทวอทช์ของหัวเว่ย ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ควรใช้เพื่อวินิฉัยโรค โดยผลิตภัณฑ์จะวิเคราะห์ข้อมูลทางร่างกายที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3–4 วัน เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเท่านั้น
[5] นาฬิกานี้ไม่ใช่เครื่องมือทางการแพทย์ คุณลักษณะนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ผลลัพธ์มีไว้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์ ข้อมูลที่ได้รับผ่านฟีเจอร์นี้มีไว้สำหรับใช้ส่วนตัวเท่านั้น โปรดอ่านคำแนะนำอย่างละเอียดก่อนใช้แอปนี้ความพร้อมใช้งานของตัวชี้วัดสุขภาพอาจแตกต่างกันไปตามประเทศหรือภูมิภาค
[6] ฟีเจอร์วิเคราะห์การออกกำลังกายด้วย AI รองรับเฉพาะโหมดการออกกำลังกายบางประเภท โดยผลลัพธ์ที่แสดงมีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น
[7] ตู้เอทีเอ็ม 5 เครื่อง: การกันน้ำระดับตู้เอทีเอ็ม 5 เครื่องเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 22810:2010 ซึ่งระบุว่าอุปกรณ์สามารถทนแรงดันน้ำคงที่ได้สูงสุด 50 เมตรเป็นเวลา 10 นาที แต่ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์สามารถทนน้ำได้ที่ระดับความลึก 50 เมตร
IP69: ระดับ IP69 เป็นไปตามมาตรฐาน IEC 60529:2013 เงื่อนไขการทดสอบ IPX9 มีดังนี้: อุณหภูมิของน้ำ 80 ± 5℃ การไหลของน้ำ 15 ± 1 ลิตร/นาที แรงดันน้ำ 10,000 ± 500 kPa มุมสเปรย์ 0°, 30 °, 60°, และ 90 °, 30 วินาทีต่อครั้ง ไม่ได้รับการจัดอันดับสำหรับการสัมผัสกับน้ำร้อนระหว่างการอาบน้ำ
การดำน้ำ (สูงสุด 40 เมตร): การดำน้ำลึก 40 เมตรเป็นไปตามมาตรฐาน EN 13319 สำหรับอุปกรณ์เสริมสำหรับการดำน้ำ สามารถสวมใส่ได้ในระหว่างการดำน้ำฟรีที่ระดับความลึกไม่เกิน 40 เมตร และในระหว่างทำกิจกรรมในน้ำตื้น เช่น ว่ายน้ำในสระหรือตามแนวชายฝั่ง หลังจากโดนน้ำ ให้ทำความสะอาดและทำให้อุปกรณ์แห้งทันที ขจัดคราบน้ำออกจากพื้นผิวและรู และใช้คุณสมบัติการระบายน้ำเพื่อป้องกันผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน
หลีกเลี่ยงการสวมใส่ในสถานการณ์ต่อไปนี้: ความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่เกิดจากการแช่ของเหลวขณะสวมใส่ในสถานการณ์เหล่านี้ไม่ครอบคลุมภายใต้การรับประกัน 1. ฝักบัวอาบน้ำอุ่น น้ำพุร้อน ซาวน่า (ห้องอบไอน้ำ) และกิจกรรมอื่น ๆ ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงและ/หรือมีความชื้นสูง 2. กิจกรรมที่อาจทำให้อุปกรณ์สัมผัสกับเจลอาบน้ำ แชมพู น้ำสบู่ และผลิตภัณฑ์ซักผ้าหรือทำความสะอาดอื่น ๆ หากอุปกรณ์สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ใด ๆ ดังกล่าว ให้ล้างและแช่อุปกรณ์ในน้ำสะอาดเป็นเวลา 30 นาทีก่อนที่จะทำให้แห้งทันที 3. การดำน้ำลึก การดำน้ำเชิงเทคนิค และกิจกรรมดำน้ำที่ระดับความลึกมากกว่า 40 เมตร 4. สายรัดแบบทอไม่ได้ออกแบบมาสำหรับกิจกรรมทางน้ำ เช่น ว่ายน้ำ หรือทนต่อเหงื่อ ดังนั้นจึงแนะนำให้สวมสายรัดแบบอื่นในสถานการณ์ดังกล่าว
[8] ข้อมูลมาจากห้องทดลองของ Huawei การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ พฤติกรรมการใช้งาน และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
อายุการใช้งานแบตเตอรี: ใช้งานเบาได้นานสูงสุด 21 วัน ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 12 วัน ใช้งาน AOD ได้นานสูงสุด 7 วัน และใช้งานในโหมดวิ่งเทรลได้นานสูงสุด 51 ชั่วโมง
การทดสอบการใช้งานแบบเบาภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, ปิดใช้งานการตรวจจับการออกกำลังกายโดยอัตโนมัติ, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, การออกกำลังกาย 90 นาทีต่อสัปดาห์โดยเฉลี่ย เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความแล้ว (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดใช้งานหน้าจอ 200 ครั้งต่อวัน
การทดสอบการใช้งานโดยทั่วไปภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, เปิดใช้งานการบันทึกอารมณ์และความเครียด เปิดใช้งานการวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคลื่นชีพจรและการรับรู้การหายใจขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วออกกำลังกาย 180 นาทีต่อสัปดาห์ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความ (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดหน้าจอเป็นเวลารวม 30 นาทีต่อวัน
เปิดใช้งาน AOD ได้รับการทดสอบภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, เปิดใช้งาน AOD, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, เปิดใช้งานการบันทึกอารมณ์และความเครียด เปิดใช้งานการวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคลื่นชีพจรและการรับรู้การหายใจขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วออกกำลังกาย 180 นาทีต่อสัปดาห์ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความ (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดหน้าจอเป็นเวลารวม 30 นาทีต่อวัน
การทดสอบโหมดการวิ่งเทรลภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน เปิดใช้งานหน้าจอ 60 ครั้งต่อชั่วโมง ปริมาณการออกกำลังกาย 50% และการแจ้งเตือนการออกกำลังกาย 10 ครั้งต่อชั่วโมง
[9] ขอบนาฬิกาทำจากเซรามิกนาโนเทคโนโลยี และกรอบกลางทำจากโลหะผสมไทเทเนียม
[10] ข้อมูลมาจากห้องทดลองของ Huawei การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ พฤติกรรมการใช้งาน และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
อายุการใช้งานแบตเตอรี: ใช้งานเบาได้นานสูงสุด 21 วัน ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 12 วัน ใช้งาน AOD ได้นานสูงสุด 7 วัน และใช้งานในโหมดวิ่งเทรลได้นานสูงสุด 51 ชั่วโมง
การทดสอบการใช้งานแบบเบาภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, ปิดใช้งานการตรวจจับการออกกำลังกายโดยอัตโนมัติ, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, การออกกำลังกาย 90 นาทีต่อสัปดาห์โดยเฉลี่ย เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความแล้ว (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดใช้งานหน้าจอ 200 ครั้งต่อวัน
การทดสอบการใช้งานโดยทั่วไปภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, เปิดใช้งานการบันทึกอารมณ์และความเครียด เปิดใช้งานการวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคลื่นชีพจรและการรับรู้การหายใจขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วออกกำลังกาย 180 นาทีต่อสัปดาห์ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความ (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดหน้าจอเป็นเวลารวม 30 นาทีต่อวัน
เปิดใช้งาน AOD ได้รับการทดสอบภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, เปิดใช้งาน AOD, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, เปิดใช้งานการบันทึกอารมณ์และความเครียด เปิดใช้งานการวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคลื่นชีพจรและการรับรู้การหายใจขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วออกกำลังกาย 180 นาทีต่อสัปดาห์ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความ (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดหน้าจอเป็นเวลารวม 30 นาทีต่อวัน
การทดสอบโหมดการวิ่งเทรลภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน เปิดใช้งานหน้าจอ 60 ครั้งต่อชั่วโมง ปริมาณการออกกำลังกาย 50% และการแจ้งเตือนการออกกำลังกาย 10 ครั้งต่อชั่วโมง
[11] ข้อมูลมาจากห้องปฏิบัติการของ Huawei โดยอ้างอิงจากการทดสอบโดยใช้อะแดปเตอร์ Huawei 10V/2A และ SuperCharger แบบไร้สายรุ่นที่ 2 ที่มาพร้อมกับนาฬิกา เวลาการชาร์จจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ นิสัยการใช้งาน และปัจจัยแวดล้อม