ทรูวาง AI Platform Enabler พร้อมแนวทาง AI Governance

Published on 17 ต.ค. 2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น วางแนวทางผสาน AI กับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและบริการดิจิทัล เพื่อยกระดับการดูแลลูกค้าเชิงรุก พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค โดยนำเสนอทั้งบทบาทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ AI และแนวทางกำกับดูแลบนเวที NBTC Symposium 2026

เวทีดังกล่าวจัดภายใต้แนวคิด “Beyond Volatility: Harnessing Resilience Through Dialogue” ณ โรงแรมดุสิตธานี ประเด็นจากผู้บริหารทรูครอบคลุมตั้งแต่โครงข่ายและระบบประมวลผล ไปจนถึงข้อมูลที่ใช้พัฒนาบริการ ผู้รับผิดชอบการตัดสินใจของ AI และระบบสำรองเมื่อเกิดข้อผิดพลาด ซึ่งเป็นส่วนของการวางระบบนิเวศที่มั่นคง ปลอดภัย และมีธรรมาภิบาล

จากผู้ให้บริการโทรคมนาคมสู่ AI Platform Enabler

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวในหัวข้อ “Building Thailand’s Digital Backbone: An Operator’s Perspective” ว่าไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Digital Economy สู่ AI Economy โครงสร้างพื้นฐานจึงต้องบูรณาการ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ การเชื่อมต่อ ระบบประมวลผล การจัดการข้อมูล การใช้ AI ประมวลผลเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

บทบาท Digital Infrastructure & AI Platform Enabler ของทรูต่อยอดจากฐานลูกค้ากว่า 47 ล้านราย โครงข่าย 5G ที่ครอบคลุม 94% ของประชากร และ 4G ครอบคลุม 99% พร้อมโครงข่ายไฟเบอร์กว่า 500,000 กิโลเมตร เพื่อเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

การขับเคลื่อนแบ่งเป็น 5 ยุทธศาสตร์ คือเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ ยกระดับคุณภาพและความมั่นคงของโครงข่าย ขับเคลื่อนภาครัฐกับธุรกิจสู่ดิจิทัล พัฒนาระบบนิเวศ AI และสร้างโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม โดยการก้าวสู่ Regional Digital & AI Hub ต้องอาศัยภาครัฐ หน่วยงานกำกับ เอกชน และพันธมิตรเทคโนโลยี รวมถึงกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนกับนวัตกรรม

นายจักรกฤษณ์เน้นถึงเป้าหมายให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ปลอดภัย และทั่วถึงจึงต้องดำเนินไปพร้อมกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้การเติบโตครอบคลุมผู้คนในวงกว้างและยั่งยืน

ดูแลลูกค้าเชิงรุกด้วยโมเดลพฤติกรรมและ Digital Twin

ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวในหัวข้อ “The Agentic Imperative: Real-World Deployments and Lessons from International and Local Telecom Leaders” ถึงการสนับสนุนให้ทีมกล้าทดลองและเรียนรู้จากความล้มเหลว โดยไม่ปล่อยให้ความกลัวหรือกฎระเบียบปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ พร้อมยึดจริยธรรม AI และให้มนุษย์มีส่วนร่วมในกระบวนการ เพื่อให้บุคลากรรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่นำไปใช้งานจริง

แนวทางบริการมุ่งไปที่การดูแลลูกค้าเชิงรุกและการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ เพื่อแก้ปัญหาก่อนเกิดเหตุ ควบคู่กับการพัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะ “มะลิ” และการร่วมมือกับเอ้ก ดิจิทัล พัฒนาโมเดลพฤติกรรมขนาดใหญ่ เพื่อเข้าใจลูกค้าจากสิ่งที่ทำจริงและต่อยอดการตลาดเฉพาะบุคคลในวงกว้าง

การพัฒนานี้ยังครอบคลุมการสร้าง Digital Twin กว่า 3 ล้านโปรไฟล์ พร้อมนำไปประยุกต์ใช้บนระบบคลาวด์ของรัฐบาลไทย โดย ดร.ธีรเดชมองว่าระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเป็นเงื่อนไขของการต่อยอดอย่างยั่งยืน จึงมุ่งทำงานร่วมกับ กสทช. เพื่อบูรณาการข้อมูล คลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

อีกประเด็นคือการขยายขีดความสามารถด้าน AI และสร้างแรงจูงใจรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพไว้พัฒนาประเทศ เพื่อลดภาวะสมองไหลและผลักดันไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ผู้พัฒนาและผู้ให้บริการ AI ที่แข่งขันในระดับโลกได้

AI Governance ต้องมีคนตรวจสอบและแผนสำรอง

เวทีเสวนาเรื่องข้อมูลและ AI พร้อมสไลด์แนวทางกำกับดูแลจากทรู

นายมนตรี สถาพรกุล หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวในหัวข้อ “Data Sovereignty in a Connected World: Securing Thailand’s Digital Future” ถึงบทบาทเอกชนในการนำประสบการณ์ใช้งานจริงมาช่วยพัฒนาแนวทางกำกับ AI โดยเฉพาะบริการโทรคมนาคมที่เชื่อมกับคลาวด์และผู้ให้บริการ AI ซึ่งทรูกำหนดเงื่อนไขการใช้ข้อมูล สิทธิ์เข้าถึง และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการไว้อย่างชัดเจน

แนวทางกำกับดูแลควรตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ กำหนดผู้รับผิดชอบตรวจสอบการตัดสินใจที่มีผลสำคัญต่อผู้ใช้ และมีวิธีดำเนินงานสำรองเมื่อ AI ผิดพลาด เพื่อให้ธุรกิจพัฒนาบริการได้พร้อมลดผลกระทบต่อผู้ใช้ ป้องกันการใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์ และลดความเสี่ยงบริการหยุดชะงัก

AI Sovereignty ครอบคลุมข้อมูล โมเดล และโครงสร้างพื้นฐาน

ทรูสนับสนุนการพัฒนากรอบกำกับ AI ระดับชาติให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และกฎหมายเฉพาะแต่ละภาคส่วน ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานกำกับที่ประสานข้อกำหนดร่วมกัน และภาคธุรกิจที่นำประสบการณ์จริงมาสนับสนุนการออกแบบแนวทาง

นายมนตรีอธิบาย AI Sovereignty ว่าเป็นความสามารถของประเทศไทยในการกำกับการใช้ข้อมูล โมเดล และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงจัดการความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการต่างประเทศ โดยบริการสำคัญควรมีทางเลือกสำรองและทดสอบความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ

ข้อเสนอยังรวมถึงการส่งเสริมชุดข้อมูลคุณภาพ ระบบประมวลผล AI ที่เข้าถึงได้ในต้นทุนเหมาะสม และพื้นที่ทดสอบ AI ภายใต้การกำกับร่วมกัน เพื่อให้ธุรกิจพัฒนาและใช้ AI อย่างรับผิดชอบ พร้อมสร้างประโยชน์ต่อผู้คนและประเทศไทยในระยะยาว

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์ ทรู คอร์ปอเรชั่น แนวทางจากเวทีครั้งนี้เชื่อมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกับบริการเชิงรุกและการกำกับ AI ติดตามข้อมูลและบริการของทรูได้ที่ True

ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok