“สุรเชษฐ์” เผยข่าวดี เอกชนยอมถอยเงื่อนไข Airport Rail Link เลิกจับประชาชนเป็นตัวประกัน เคาะขยาย MOU 4 เดือน ส่งต่อ รฟฟท. บริหารจัดการต่อ
วันที่ 18 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการจัดทำและติดตามโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้านการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงผลการประชุมพิจารณาวาระการแก้ไขปัญหารถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) หลังเชิญคู่กรณีหลักคือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมชี้แจงและหาทางออกร่วมกัน
นายสุรเชษฐ์ระบุว่า สืบเนื่องจากข้อเสนอของเอกชนเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 มีเงื่อนไขที่น่ากังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเปิดช่องให้เอกชนมีสิทธิบอกเลิกการเดินรถหากรัฐใช้สิทธิทางศาล ซึ่งเปรียบเสมือนการนำประชาชนมาเป็นตัวประกันเพื่อกดดันไม่ให้รัฐบังคับใช้สิทธิตามกฎหมาย คณะอนุกรรมาธิการฯ จึงได้จัดประชุมเพื่อคลี่คลายปัญหานี้
ข่าวดีคือ บรรยากาศในการประชุมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และเอกชนได้แสดงเจตจำนงที่จะยอมถอยในเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมดังกล่าวแล้ว ทั้งประเด็นข้อห้ามรัฐใช้สิทธิทางศาล เรื่องเงินอุดหนุนรายเดือน มูลค่าหลักประกัน และการเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแสวงหาทางออกร่วมกัน เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนจากการหยุดเดินรถ และกระทบต่อเงินภาษีของประชาชนโดยไม่จำเป็น
โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. ตีตกข้อเสนอเดิม (8 ก.ย. 69): รฟท. จะไม่รับข้อเสนอฉบับเดิมของเอกชน และจะเร่งเจรจาข้อตกลงใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมีจุดยืนแข็งกร้าวร่วมกันคือต้องไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจากการหยุดเดินรถโดยเด็ดขาด
2. ขยาย MOU เดิม 4 เดือน: ยึดตามกรอบ MOU ฉบับเดิมและขยายเวลาออกไปอีก 4 เดือน (จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570) เพื่อให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) มีระยะเวลาที่เพียงพอและเหมาะสมในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับช่วงต่อการบริหารจัดการ Airport Rail Link
3. ชดเชยตามจริง-โปร่งใส: ยกเลิกเงื่อนไขผลตอบแทนและหลักประกันที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน โดยรัฐจะพิจารณาชดเชยให้เอกชนเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง พิสูจน์ได้ว่าขาดทุนจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสัญญา และต้องเป็นไปตามระเบียบราชการเพื่อประโยชน์สาธารณะเท่านั้น
“ประเมินจากบรรยากาศในที่ประชุม เรื่องนี้น่าจะจบได้ด้วยดีหากทุกฝ่ายดำเนินการตามที่ตกลงกันไว้ หลังจากนี้เอกชนจะกลับไปเขียนข้อเสนอมาใหม่บนพื้นฐานของ MOU เดิม คณะอนุกรรมาธิการฯ จะจับตาดูรายละเอียดในเอกสารอย่างใกล้ชิดก่อนถึงเส้นตายวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านจะเป็นไปอย่างราบรื่นและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน” นายสุรเชษฐ์ กล่าว