ก.แรงงาน-DSI ลงพื้นที่ไซต์ก่อสร้างโรงงานทุนต่างชาติระยอง พบต่างด้าวไร้ใบอนุญาต 14 ราย ส่อเข้าข่ายธุรกิจศูนย์เหรียญ

Published on 18 ก.ย. 2026

วันนี้ (18 กันยายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ สุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) และ ภูมิพัฒน์ โหสกุล คณะทำงานรัฐมนตรีฯ ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ตรวจสอบการจ้างแรงงานต่างด้าวในโครงการก่อสร้างโรงงานของบริษัทต่างชาติ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ซึ่งเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ต่อจากแห่งแรกในจังหวัดชลบุรี

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เสกสิทธิ์ สวรรยาธิปัติ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานผิดกฎหมาย สนธิกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำโดย เรืออากาศตรี กิตติคม คงสมโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 เข้าตรวจสอบเอกสารการทำงานของแรงงานทั้งหมด

จากการตรวจสอบพบการแบ่งงานเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนสำนักงาน มีพนักงานกว่า 60 คน เป็นชาวจีนกว่า 50 คน มีคนไทยเพียง 8 คน ส่วน พื้นที่ก่อสร้าง มีแรงงานกว่า 200 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและเมียนมา ขณะที่พบคนไทยเพียง 6 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหน้างาน โดยมีผู้ให้ข้อมูลว่าผู้ควบคุมงานก่อสร้างเป็นชาวจีน

ระหว่างการเข้าตรวจค้น มีแรงงานบางส่วนพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 84 คน และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบแรงงานสัญชาติจีน 6 ราย และสัญชาติเมียนมา 8 ราย ไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือเอกสารการทำงานที่ถูกต้อง จึงคุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย

สุรชาติกล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับรายงาน แรงงานส่วนหนึ่งที่หลบออกจากพื้นที่ได้ขึ้นรถออกไปทางด้านหลังโครงการ โดยมีข้อมูลเบื้องต้นว่าเป็นชาวจีนที่ทำหน้าที่ควบคุมงานหรือโฟร์แมน จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบ พร้อมแจ้งให้บริษัทนำบุคคลดังกล่าวมาแสดงตัวและนำเอกสารมาแสดง

“หากเอกสารถูกต้องและทำงานถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา แต่หากตรวจสอบแล้วพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เราไม่ได้มีเป้าหมายที่จะปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักลงทุน แต่การเข้ามาลงทุนและการจ้างงานต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และที่สำคัญต้องคำนึงถึงโอกาสในการทำงานและสิทธิของแรงงานไทยด้วย” สุรชาติ กล่าว

ด้าน พิพัฒน์ชัยกล่าวว่า สัดส่วนแรงงานที่พบในพื้นที่เป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง ทั้งการจ้างแรงงานไทย การใช้แรงงานต่างด้าว และตำแหน่งงานที่ทำจริงว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

“การลงทุนจากต่างประเทศควรสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศด้วย เมื่อพบว่าพื้นที่ก่อสร้างขนาดใหญ่มีแรงงานไทยอยู่เพียงไม่กี่คน ขณะที่ผู้ควบคุมงานส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ก็เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าโครงสร้างการจ้างงานเป็นอย่างไร และดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอนหรือไม่” พิพัฒน์ชัย กล่าว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทรับเหมาช่วงที่มีการนำหัวหน้างานและแรงงานเข้ามาปฏิบัติงาน โดยพบข้อสังเกตเกี่ยวกับสถานะทางทะเบียน จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเชื่อมโยงทางธุรกิจเพิ่มเติม

หลังจากนี้ กรมการจัดหางานจะตรวจสอบโครงสร้างสัดส่วนการจ้างงาน ใบอนุญาต และลักษณะงานที่ปฏิบัติจริง ขณะที่ DSI จะตรวจสอบบริษัทเจ้าของโครงการ บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง และบริษัทรับเหมาช่วง ว่ามีลักษณะฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเข้าข่ายเป็นธุรกิจศูนย์เหรียญที่ใช้ไทยเป็นฐานลงทุน แต่ผลประโยชน์เศรษฐกิจและการจ้างงานหมุนเวียนกลับสู่ต่างชาติหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป