BDE เผยยอด ‘TH-AI Passport’ ทะลุ 1.4 ล้านคน โชว์จ่ายงบตามใช้งานจริง 24.6 บาท/เดือน หวังลดเหลื่อมล้ำเทคโนโลยี

Published on 5 ก.ย. 2026

วันนี้ (5 กันยายน) เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ โครงการ TH-AI Passport

จากข้อมูลสถิติล่าสุด ณ วันที่ 3 กันยายน 2569 โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วกว่า 1.47 ล้านคน และมีการป้อนคำสั่งใช้งาน (Prompt) เข้าสู่ระบบแล้วมากกว่า 4,000,000 ครั้ง

ในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่ามีผู้ใช้งานที่เรียนจบบทเรียนใดบทเรียนหนึ่งไปแล้วจำนวน 722,030 ราย และมีผู้ที่เรียนจบครบทั้งหลักสูตรตามเงื่อนไขจนได้รับใบประกาศนียบัตรแล้วจำนวน 113,758 ราย

สำหรับประเด็นด้านการบริหารจัดการงบประมาณ เวทางค์ ชี้แจงว่า โครงการนี้ใช้หลักเกณฑ์การคำนวณค่าใช้จ่ายแบบ Pay per Active User ซึ่งเป็นการจ่ายเงินแปรผันตามจำนวนผู้ใช้งานจริงตามสัญญาใหม่

นิยามของผู้ใช้งานจริง (Active User) ถูกกำหนดไว้อย่างรัดกุมว่า ต้องเป็นผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ที่มีการเข้าใช้บริการแพลตฟอร์ม Generative AI อย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน โดยต้องเข้าเรียนในระบบและมีคะแนนสะสมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งรัฐจะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างในอัตรา 24.6951 บาท/คน/เดือน เท่านั้น เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อภาษีของประชาชน

ในส่วนของการประชาสัมพันธ์โครงการ ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดใช้งานจริงในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ทางหน่วยงานได้มีการส่งหนังสือแจ้งเวียนไปยังหน่วยงานราชการทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติปกติของภาครัฐ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้เข้าถึงบุคลากรและประชาชนอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ BDE ยังได้กำชับไปยังบริษัทผู้รับจ้าง ให้เร่งดำเนินการจัดทำระบบหน้าปัดแสดงผล (Dashboard) เพื่อแสดงความเคลื่อนไหวของจำนวนผู้ลงทะเบียนและผู้ที่ผ่านการอบรมแบบเรียลไทม์ ซึ่งทาง BDE จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

“การจัดทำโครงการดังกล่าว ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างทักษะการใช้งานเทคโนโลยี AI ให้กับประชาชนในวงกว้าง ผ่านการใช้งาน AI หลากหลายโมเดล เป้าหมายสำคัญคือการลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี และเตรียมความพร้อมให้บุคลากรของประเทศสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน” เวทางค์ กล่าว