“เดอะคอฟฟี่คลับ” สู้ศึกเชนกาแฟ ผุดโมเดล Bite & Blend รุกนิวเจน

Published on 14 ก.ค. 2026
                     <ol>
  • หน้าหลัก 
  • เศรษฐกิจ-ธุรกิจ 
  • ข่าวธุรกิจการตลาด 
  • “เดอะคอฟฟี่คลับ” สู้ศึกเชนกาแฟ ผุดโมเดล Bite & Blend รุกนิวเจน

    เผยแพร่: 14 ก.ค. 2569 21:04   ปรับปรุง: 14 ก.ค. 2569 21:04   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



    ผู้จัดการรายวัน 360 – เดอะคอฟฟี่คลับ เดินเกมรับตลาดเชนกาแฟแข่งหนัก เปิดโมเดลใหม่ The Coffee Club, Bite & Blend รวม “อาหารและเครื่องดื่ม สไตล์ Grab&Go เจาะตลาดนิวเจน นำร่องสาขาที่Dusit Central Park สีลม


    นางสาวนงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ ภายใต้การดำเนินการของบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดรวมร้านกาแฟยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในแง่ของการขยายสาขา การทำเรื่องราคา การแข่งขันแย่งลูกค้า มีทั้งรายเดิมที่ออกไปจากตลาด แต่ก็ยังมีการเติบโตเนื่องจากมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามามากขึ้นเช่นกัน ในอดีตผู้บริโภคอาจจะมีแบรนด์ในใจอย่างน้อย 5 แบรนด์ แต่ปัจจุบันทางเลือกผู้บริโภคมีมากขึ้น ทั้งในเรื่องแบรนด์ที่หลากหลาย รููปแบบการนำเสนอ ของแต่ละแบรนด์

    ในส่วนของเดอะคอฟฟี่คลับเอง ซึ่งแต่เดิมเป็นอินเตอร์แบรนด์ แต่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารของไมเนอร์กรุ๊ป ก็ต้องปรับตัวปรับกลยุทธ์ต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดโควิด-19 โดยเฉพาะการหันมาเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนไทยมากขึ้นกว่าเดิม


    ปัจจุบัน เดอะคอฟฟี่คลับ มีธุรกิจ 2 โมเดลหลักคือ แบบคาเฟ่ และแบบคลับ แต่ละแบบก็จะมีรูปแบบย่อยลงไปอีก ทั้งไดน์อิน แกร็บแอนด์โก เทคอะเวย์ เป็นต้น และปีนี้วางเป้าหมายที่จะเปิดจุดขายอีกไม่ต่ำกว่า5 แห่ง ในรูปแบบต่างกันไปตามทำเล

    ล่าสุด เปิดตัว The Coffee Club, Bite & Blend ซึ่งเกิดจากการที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเมืองยุคใหม่ที่มีจังหวะชีวิตเร็วขึ้น แต่ยังต้องการตัวเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ อร่อย สะดวก และตอบโจทย์การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ส่วนตลาด Grab & Go มีตัวเลือกอยู่มาก แต่ยังมีช่องว่างสำหรับแบรนด์ที่สามารถรวม “อาหาร Grab&Go ที่อร่อย” และ “เครื่องดื่มที่ช่วยเติมความสดชื่น” ไว้ในประสบการณ์เดียวกัน Bite & Blend จึงถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นโมเดลที่ตอบโจทย์หลายมู้ดของคนเมือง วางจุดยืนเป็นEveryday Mood Booster คือการสร้างแบรนด์ที่ลูกค้านึกถึงในหลายโอกาสของวัน

    จุดเด่นของ Bite & Blend คือการนำเสนอทั้ง “Bite” และ “Blend” ในรูปแบบที่สมดุลกัน Panini Sandwich เหมาะกับไลฟ์สไตล์ on-the-go ขณะที่ Healthy Smoothies, Cold Pressed Drinks และ Coffee ช่วยเติมความสดชื่นและเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าปรับตามมู้ดของตัวเองได้ โดยเฉพาะในส่วนของกาแฟ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน core value สำคัญของ The Coffee Club


    การนำเมนูยอดนิยมของ The Coffee Club มาต่อยอดเป็นไส้ Panini เช่น The Breakfast Club หรือ All Day Steakhouse เป็นการเชื่อมโยงกับฐานลูกค้าเดิมที่คุ้นเคยกับรสชาติของแบรนด์ ขณะเดียวกัน การพัฒนารสชาติที่เข้าถึงคนไทยง่าย เช่น หมูหยองพริกเผา หรือกล้วยคาราเมลชีส ช่วยให้คอนเซปต์นี้มีความ local relevance มากขึ้น กลุ่มเป้าหมายหลักคือคนเมือง รวมถึงกลุ่มคนทำงาน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ และลูกค้าที่ต้องการลองเมนูใหม่ในรูปแบบที่สนุกและไม่ซับซ้อน

    การปรับภาพลักษณ์และเปิดตัวโมเดลนี้ เป็นการขยายฐานลูกค้า The Coffee Club ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ young urban consumers ที่ให้ความสำคัญกับทั้งรสชาติ ความสะดวก ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และประสบการณ์ที่สามารถแชร์ต่อได้

    “การรีเฟรชโลโก้ สีสัน CI และแพ็กเกจจิ้ง ช่วยทำให้แบรนด์มีความสนุก สดใส และร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังไม่ทิ้งคุณภาพและความน่าเชื่อถือของ The Coffee Club เรามองว่ากลุ่มเป้าหมายใหม่นี้มีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เลือกสรรมากขึ้น พวกเขาไม่ได้มองหาแค่สินค้าราคาดี แต่ต้องการแบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์ มีความแตกต่าง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง”


    สาเหตุที่เลือกเปิดตัวสาขาแรกที่ Dusit Central Park เพราะเป็นทำเลใจกลางเมืองที่สะท้อนความเป็น Urban Lifestyle ได้อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของคนทำงาน คนเมือง นักท่องเที่ยว และผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตในพื้นที่ใจกลางเมือง จึงเป็นโลเคชันที่เหมาะสมสำหรับการเปิดตัวคอนเซปต์ที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว สดใหม่ และมีภาพลักษณ์ร่วมสมัย

    การเลือกเปิดตัวที่นี่ช่วยให้เราได้ทดสอบโมเดลกับกลุ่มลูกค้าที่ตรงกับคอนเซปต์มากที่สุด ทั้งในด้านพฤติกรรมการซื้อ ความถี่ในการใช้บริการ และการตอบรับต่อเมนูใหม่ ในอนาคต เรามองเห็นโอกาสในการขยายโมเดล Bite & Blend ไปยังทำเลที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าใจกลางเมือง พื้นที่ mixed-use รวมถึงทำเลที่มี traffic สูง

    โมเดลนี้เป็นอีกหนึ่ง growth platform ที่ช่วยเสริมพอร์ตของ The Coffee Club โดยมีรูปแบบการให้บริการที่คล่องตัวกว่า และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าในทำเลที่มีจังหวะการใช้ชีวิตเร็วขึ้น ในระยะยาว Bite & Blend จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ The Coffee Club ในประเทศไทย ด้วยการเพิ่มรูปแบบธุรกิจที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ มากขึ้น จากเดิมที่ The Coffee Club เป็นที่รู้จักในฐานะ all-day dining café โมเดลนี้จะช่วยขยายบทบาทของแบรนด์ไปสู่พื้นที่ Grab & Go และไลฟ์สไตล์คนเมืองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ทดลองสินค้าใหม่ เมนูใหม่ และรูปแบบการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มใหม่ได้อย่างดี หากเมนูหรือแนวคิดใดได้รับการตอบรับสูง ก็มีโอกาสนำไปต่อยอดในสาขาหลักของ The Coffee Club ได้ในอนาคต


    สาเหตุที่เลือกเปิดตัวสาขาแรกที่ Dusit Central Park เพราะเป็นทำเลใจกลางเมืองที่สะท้อนความเป็น Urban Lifestyle ได้อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของคนทำงาน คนเมือง นักท่องเที่ยว และผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตในพื้นที่ใจกลางเมือง จึงเป็นโลเคชันที่เหมาะสมสำหรับการเปิดตัวคอนเซปต์ที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว สดใหม่ และมีภาพลักษณ์ร่วมสมัย

    การเลือกเปิดตัวที่นี่ช่วยให้เราได้ทดสอบโมเดลกับกลุ่มลูกค้าที่ตรงกับคอนเซปต์มากที่สุด ทั้งในด้านพฤติกรรมการซื้อ ความถี่ในการใช้บริการ และการตอบรับต่อเมนูใหม่ ในอนาคต เรามองเห็นโอกาสในการขยายโมเดล Bite & Blend ไปยังทำเลที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าใจกลางเมือง พื้นที่ mixed-use รวมถึงทำเลที่มี traffic สูง

    โมเดลนี้เป็นอีกหนึ่ง growth platform ที่ช่วยเสริมพอร์ตของ The Coffee Club โดยมีรูปแบบการให้บริการที่คล่องตัวกว่า และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าในทำเลที่มีจังหวะการใช้ชีวิตเร็วขึ้น ในระยะยาว Bite & Blend จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ The Coffee Club ในประเทศไทย ด้วยการเพิ่มรูปแบบธุรกิจที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ มากขึ้น จากเดิมที่ The Coffee Club เป็นที่รู้จักในฐานะ all-day dining café โมเดลนี้จะช่วยขยายบทบาทของแบรนด์ไปสู่พื้นที่ Grab & Go และไลฟ์สไตล์คนเมืองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ทดลองสินค้าใหม่ เมนูใหม่ และรูปแบบการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มใหม่ได้อย่างดี หากเมนูหรือแนวคิดใดได้รับการตอบรับสูง ก็มีโอกาสนำไปต่อยอดในสาขาหลักของ The Coffee Club ได้ในอนาคต


    สาเหตุที่เลือกเปิดตัวสาขาแรกที่ Dusit Central Park เพราะเป็นทำเลใจกลางเมืองที่สะท้อนความเป็น Urban Lifestyle ได้อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของคนทำงาน คนเมือง นักท่องเที่ยว และผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตในพื้นที่ใจกลางเมือง จึงเป็นโลเคชันที่เหมาะสมสำหรับการเปิดตัวคอนเซปต์ที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว สดใหม่ และมีภาพลักษณ์ร่วมสมัย

    การเลือกเปิดตัวที่นี่ช่วยให้เราได้ทดสอบโมเดลกับกลุ่มลูกค้าที่ตรงกับคอนเซปต์มากที่สุด ทั้งในด้านพฤติกรรมการซื้อ ความถี่ในการใช้บริการ และการตอบรับต่อเมนูใหม่ ในอนาคต เรามองเห็นโอกาสในการขยายโมเดล Bite & Blend ไปยังทำเลที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าใจกลางเมือง พื้นที่ mixed-use รวมถึงทำเลที่มี traffic สูง

    โมเดลนี้เป็นอีกหนึ่ง growth platform ที่ช่วยเสริมพอร์ตของ The Coffee Club โดยมีรูปแบบการให้บริการที่คล่องตัวกว่า และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าในทำเลที่มีจังหวะการใช้ชีวิตเร็วขึ้น ในระยะยาว Bite & Blend จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ The Coffee Club ในประเทศไทย ด้วยการเพิ่มรูปแบบธุรกิจที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ มากขึ้น จากเดิมที่ The Coffee Club เป็นที่รู้จักในฐานะ all-day dining café โมเดลนี้จะช่วยขยายบทบาทของแบรนด์ไปสู่พื้นที่ Grab & Go และไลฟ์สไตล์คนเมืองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
    นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ทดลองสินค้าใหม่ เมนูใหม่ และรูปแบบการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มใหม่ได้อย่างดี หากเมนูหรือแนวคิดใดได้รับการตอบรับสูง ก็มีโอกาสนำไปต่อยอดในสาขาหลักของ The Coffee Club ได้ในอนาคต