
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ก.ค.69) ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการคำนวณเงินบำนาญชราภาพกองทุนประกันสังคม ให้มีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน การคำนวณเงินบำนาญชราภาพใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ซึ่งทำให้ผู้ประกันตนที่ค่าจ้างลดลงในช่วงท้ายของการทำงาน หรือผู้ที่เปลี่ยนไปสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 อาจได้รับเงินบำนาญไม่สอดคล้องกับเงินสมทบที่นำส่งตลอดช่วงการทำงาน
กระทรวงแรงงานจึงเสนอปรับวิธีการคำนวณเงินบำนาญชราภาพเป็นสูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) โดยนำค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนในแต่ละเดือน มาปรับมูลค่าเป็นค่าเงินปัจจุบันก่อน แล้วจึงนำมาเฉลี่ยตลอดช่วงเวลาที่นำส่งเงินสมทบ เพื่อให้เงินบำนาญสะท้อนการส่งเงินสมทบตลอดอายุการทำงานได้อย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพอยู่ก่อนแล้ว จะไม่ได้รับเงินบำนาญลดลง ส่วนผู้ที่จะเกิดสิทธิรับเงินบำนาญภายใน 5 ปีแรกนับจากวันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ หากคำนวณแล้วสูตรเดิมให้เงินบำนาญสูงกว่า สำนักงานประกันสังคมจะมีมาตรการชดเชยส่วนต่าง เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ และให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กฎกระทรวงฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้ประกันตนได้เตรียมความพร้อมในการวางแผนเกษียณ และให้สำนักงานประกันสังคมประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ใหม่มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ หน่วยงานด้านเศรษฐกิจยังเสนอให้กระทรวงแรงงานจัดทำแผนรองรับด้านสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว ควบคู่กับการบริหารจัดการรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อความยั่งยืนทางการคลังของรัฐต่อไป
Back to top button