บริษัท ไวท์ไลน์ แอคทิเวชัน จำกัด ผู้ให้บริการด้าน O2O Marketing และ E-Commerce เปิดตัวโครงการ “หมอลำ Creator Camp” แคมป์ฝึกทักษะ Affiliate Marketing ครั้งแรกของไทยสำหรับวงการหมอลำ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 ที่ Graph Hotel รัชดา รวมศิลปินกว่า 150 คน จาก 7 คณะหมอลำทั่วประเทศ ได้แก่ ประถมบันเทิงศิลป์ อีสานนครศิลป์ ไหทองคำ หมอลำไอดอล สาวน้อยเพชรบ้านแพง แก่นนครบันเทิงศิลป์ และโฟล์คพระนคร รัชดา รวมถึงผู้เข้าแข่งขันจากรายการบัลลังก์หมอลำ
รูปแบบแคมป์จัดขึ้น 3 วัน 3 คืน ให้ศิลปินเรียนรู้ทักษะการขายของออนไลน์ จากผู้เชี่ยวชาญ อาทิ ค่าย MCN Infinite Novaa และ Shopgenix, คุณพ่อมดติ๊กต็อกผู้เชี่ยวชาญ Video Clip Content, คุณปัง รณกร และ คุณ สิงโต สถาปนิกไลฟ์ นักไลฟ์มืออาชีพที่เชี่ยวชาญ Live Content และทีมเมนเทอร์มากประสบการณ์

“Isan White Space” ตลาดที่แบรนด์เข้าไม่ถึง
ตามข้อมูลของบริษัท GMV จาก TikTok Shop ในตลาด E-Commerce ไทยปี 2567 ทะลุ 700,000 ล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และโตเกือบเท่าตัวในปี 2568 ปัจจุบันมีครีเอเตอร์ที่ขายของบนแพลตฟอร์มนี้มากกว่า 10 ล้านคน แต่ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเมืองและหมวดหมู่สินค้าเดิมๆ ทำให้แบรนด์ต้องแย่งชิงครีเอเตอร์กลุ่มเดิม และต้นทุน Affiliate Marketing สูงขึ้นทุกปี บริษัทจึงมองเห็นโอกาสในตลาดอีสาน ซึ่งมีประชากรกว่า 22 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประเทศ แต่ยังไม่มีแบรนด์ใดเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคนี้ได้ลึกพอ
เตชนันท์ ตั้งเทวนนท์ Chief Marketing Officer ของไวท์ไลน์ แอคทิเวชัน มองว่าการให้ศิลปินหมอลำเป็นครีเอเตอร์จะทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชนบทได้ เพราะศิลปินหมอลำมีฐานแฟนคลับในกลุ่มนี้อย่างหนาแน่น และมีทีท่าที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้รู้สึกเข้าถึงได้ “ถ้าคนกันเอง เพื่อนกันเอง คุยกันเอง ผู้บริโภคก็จะมีโอกาสตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น” เตชนันท์กล่าว

มุมมองของศิลปิน กับโอกาสจากการร่วมแคมป์
สุชาติ อินทร์พรหม ผู้ร่วมก่อตั้งคณะหมอลำอีสานนครศิลป์และผู้ผลิตรายการหมอลำไอดอล มองว่าทักษะจากแคมป์นี้เป็นอาวุธเสริมให้ศิลปิน เพราะช่วยให้ต่อยอดอาชีพในระยะยาวได้ และสร้างโอกาสให้ศิลปินหารายได้ด้วยตัวเอง “มันจะเปลี่ยนจากรายได้ที่ต้องรอคนอื่นอนุญาต เป็นรายได้ที่ตัวเองเปิดเองได้ทุกวัน” สุชาติระบุ

ด้าน วนิดา สิมเสน หัวหน้าคณะและผู้บริหารคณะหมอลำประถมบันเทิงศิลป์ เสริมว่าเธอไม่กังวลว่าการขายของออนไลน์จะกระทบภาพลักษณ์ศิลปิน เพราะหมอลำยังคงเป็นอาชีพหลักของเด็กในสังกัด ส่วนการขายของเป็นเพียงการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ “การขายของออนไลน์มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย” เธอกล่าว พร้อมคาดหวังว่าหลังจากที่ศิลปินร่วมแคมป์นี้ ทุกคนจะได้ทักษะความกล้าแสดงออกและความมั่นใจในตัวเองติดตัวกลับไป

รัตนรัตน์ เนาวรัตน์ ผู้จัดการค่ายไหทองคำ มองว่าการรวมตัวของศิลปินในแคมป์ครั้งนี้นอกจากจะเป็นพื้นที่ที่ช่วยค้นหาและดึงจุดเด่นของศิลปินแต่ละคนออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมฐานแฟนคลับของศิลปินจากแต่ละคณะให้เข้าถึงกันมากขึ้น “การที่ศิลปินจากหลายคณะได้มาอยู่ร่วมกัน ทำกิจกรรมและสร้างคอนเทนต์ด้วยกัน ถือเป็นการเปิดโอกาสให้แฟนคลับได้รู้จักศิลปินคนอื่นๆ มากขึ้น จากเดิมที่อาจติดตามเพียงคนเดียว พอได้เห็นศิลปินอีกคนทำงานร่วมกับคนที่ตัวเองชื่นชอบ ก็อาจเกิดความสนใจและเริ่มติดตามกันต่อไป ซึ่งเป็นการขยายฐานแฟนคลับให้กับศิลปินทุกฝ่าย” เธอกล่าว พร้อมมองว่าจุดนี้อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดกระแสในวงกว้างขึ้นได้

หลังจบแคมป์ ศิลปินจะยังทำแคมเปญต่อเนื่องอีกราว 3-4 เดือน ครอบคลุมช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง 9.9, 10.10, 11.11 และ 12.12 ก่อนจะถึงงานประกวดและประกาศรางวัลใหญ่ที่โฟล์คพระนครในวันที่ 12 เดือนธันวาคมนี้
[PR NEWS]