วันนี้ (1 กันยายน) ศุภณัฐ มีนชัยอนันต์ สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เปิดเผยถึงความกังวลต่อกรณีการก่อสร้างและดำเนินกิจการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่ชุมชน ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาช่องโหว่ทางกฎหมายครั้งใหญ่ เนื่องจากการขาดกฎหมายออกมากำกับดูแลกิจการประเภทนี้เป็นการเฉพาะ
จากการตรวจสอบร่วมกับภาคเอกชนและสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ศุภณัฐ พบว่ามีผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลบางแห่งใช้วิธีขออนุญาตก่อสร้างในรูปแบบอาคารคลังสินค้า ซึ่งตามกฎหมายไม่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ไม่เคยรับทราบข้อมูลผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้า ทรัพยากรน้ำ การปล่อยความร้อน เสียง หรือแม้กระทั่งความเสี่ยงจากการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ มีศูนย์ข้อมูลแห่งหนึ่งขออนุญาตเป็นคลังสินค้า แต่มีพื้นที่กักเก็บน้ำมันได้สูงสุดถึง 400,600 ลิตร โดยอ้างว่าไม่ต้องทำ EIA เนื่องจากอาศัยช่องว่างการตีความว่า ศูนย์ข้อมูลเป็นสถานที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำงานอยู่ตลอดเวลา ไม่มีบุคลากรเข้ามาทำงานจำนวนมาก และไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน
ศุภณัฐ ชี้ให้เห็นว่า ตามกฎหมายผังเมืองปัจจุบัน คลังสินค้าสามารถก่อสร้างได้ในเกือบทุกผังเมือง ทำให้ศูนย์ข้อมูลสามารถไปตั้งอยู่ติดกับโรงพยาบาลหรือใกล้ชุมชนได้อย่างสะเปะสะปะ ทั้งที่ในความเป็นจริงควรมีการจัดโซนนิง (Zoning) อย่างเป็นระบบตามขนาดการใช้ไฟฟ้าและน้ำ เช่น กำหนดให้อยู่ในพื้นที่สีม่วง หรือพื้นที่สีเขียวที่ห่างไกลชุมชน โดยให้ กทม. เตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับเป็นนิคมเฉพาะกิจ
ปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อมาตลอด 3 ปี นับตั้งแต่ประเทศไทยเดินหน้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุน Data Center จากต่างชาติ แต่รัฐบาลกลับไม่เคยวางกฎระเบียบรองรับที่ชัดเจนเหมือนในต่างประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ แม้ตนจะเคยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ปี 2567 เพื่อขอให้กำหนดนิยามของศูนย์ข้อมูล แต่เวลาผ่านไปกว่า 1 ปี กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ
ศุภณัฐ ได้เรียกร้องไปยัง 2 หน่วยงานหลักเพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน ประกอบด้วย
- กรุงเทพมหานคร เสนอให้ผู้ว่าฯ กทม. ใช้อำนาจออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดนิยามศูนย์ข้อมูลและแก้ไขข้อบัญญัติควบคุมอาคารเป็นการฉุกเฉิน พร้อมนำร่างผังเมืองฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ กลับไปปรับปรุงข้อบังคับเรื่องศูนย์ข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนประกาศใช้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในอีก 5-10 ปีข้างหน้า
- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียกร้องให้ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ เร่งรัดสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กำหนดให้กิจการศูนย์ข้อมูลต้องจัดทำ EIA เพื่อเปิดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เช่นเดียวกับที่เคยบังคับใช้กับห้างสรรพสินค้าสำเร็จมาแล้ว
หวั่นความร้อนทำชาวบ้านแบกค่าไฟ-สับรัฐอ่อนแอเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย
สำหรับข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นน้ำมันจากศูนย์ข้อมูลที่อาจกระทบต่อชุมชนนั้น ศุภณัฐระบุว่ายังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ มาตรการความปลอดภัย แม้ไทยจะมีกฎหมายกำกับดูแล แต่ปัญหาเรื้อรังคือการขาดการบังคับใช้และการตรวจตราอย่างจริงจัง
ศุภณัฐ ยกตัวอย่างความหละหลวมของรัฐผ่านกรณีการให้โบนัสพื้นที่ก่อสร้าง (FAR Bonus) แก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน ซึ่งอนุญาตให้สร้างพื้นที่ขายเพิ่มขึ้นสร้างมูลค่าหลักร้อยล้านบาท แต่ กทม. กลับไม่มีกลไกติดตามตรวจสอบว่าบ่อหน่วงน้ำเหล่านั้นถูกเปิดใช้งานเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมจริงหรือไม่
ในกรณีของศูนย์ข้อมูล นอกเหนือจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยแล้ว อุปกรณ์ยังมีการคายความร้อนตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิรอบพื้นที่สูงขึ้น และผลักภาระให้ประชาชนโดยรอบต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเครื่องปรับอากาศแพงขึ้น การปล่อยปละละเลยให้มีการก่อสร้างอย่างไร้ระเบียบโดยปราศจากกฎหมายผังเมืองที่เข้มแข็ง จะส่งผลให้เมืองสูญเสียความเป็นระเบียบและมูลค่าในระยะยาว
ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ณาฌารัฐ ภักดีอาสา
ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD